ข่าว

จุดเริ่มต้นวิกฤติยุคกลาง(แดนมังกร)

จุดเริ่มต้นวิกฤติยุคกลาง(แดนมังกร)

06 มี.ค. 2555

จุดเริ่มต้นวิกฤติของอาณาจักรยุคกลาง(แดนมังกร) : แลกคนละหมัด โดย ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

           ฉันมีการสำรองที่ดี นี่ได้สำรองบะหมี่ไว้ 4 ลัง ตอนแรกฉันซื้อข้าวสาร 2 กระสอบและเพิ่มอีก 3 กระสอบ สตูเนื้อหมู 1 ลัง เพราะทางเดินในห้องมีพื้นที่จำกัด น้ำมันปาล์มวางไว้ในห้องน้ำ 50 ลิตร ทั้งหมดนี้ถ้าสามารถทำให้ฉันอยู่ได้ 1 ปี ฉะนั้นจะได้เห็นว่าฉันอยู่อย่างไร นั่นคือคำพูดที่คาดหวังอย่างเลวร้ายของจูเหวิน อายุ 37 ปี พนักงานโรงงานผลิตรองเท้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเสิ่นเจิ้น เป็นเงินเดือนล่าสุดถ้าเขายังมีเงินติดตัวอยู่ เขาจะซื้อรายการอาหารและปัจจัยการบริโภคที่สามารถเก็บไว้ได้อย่างยาวนาน เพื่อนๆ และญาติของเขาก็ทำเช่นเดียวกัน จูเหวินได้กล่าวทิ้งท้ายว่ามีข่าวลืออย่างต่อเนื่องว่าประเทศจีนจะประสบวิกฤติ หมายความว่าในไม่ช้าโรงงานในจีนก็ปิดแลเขาจะถูกออกจากงาน ยากที่จะทำใจได้เมื่อเข้าไปในห้องครัวของตนเองเมื่อเห็นว่าควรที่จะต้องเก็บเส้นบะหมี่ไว้เพื่อทำให้จิตใจสงบลง
 
            นักวิเคราะห์ทางการเงินได้เตือนว่าในปี 2013 เศรษฐกิจจีนจะดำเนินตามแบบจำลองของสหรัฐและรัสเซีย คือตอนแรกราคาอพาร์ตเมนต์จะลดราคาลง(แม้ว่า 6 เดือนที่ผ่านมาที่อยู่อาศัยในเมืองในเขตเซี่ยงไฮ้และกว่างโจวจะเพิ่มราคาประมาณ 2 เท่า)หลังจากนั้นประชาชนไม่สามารถส่งเครดิตสินเชื่อได้และธนาคารเริ่มขาดสภาพคล่องและจะปิดโรงงานตามมา มีผลให้ราคาข้าวและบะหมี่ในจีนจะสูงขึ้น นั่นเป็นสัญญาณขู่ให้ประชาชนเก็บออมผลผลิตไว้เพื่อการบริโภค
 
            วินเซนท์ กวนเท ที่ปรึกษาในตลาดหลักทรัพย์ในเขตเมืองเสิ่นเจิ้นกล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาว่าเนื่องจากต้นทุนต่ำของแรงงานที่ไม่เหมือนใครในโลก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ผู้คนได้ปลดเกษียณและอยู่ในวัยชรา การเชื่อมโยงนั้นทำได้ยาก เมืองจะว่างเปล่า ที่ประกอบด้วยอพาร์ตเมนต์จำนวนมากโดยไม่มีใครอยู่ คิดว่าเร็วๆ นี้จะไม่มีผู้โดยสารรถไฟและไม่มีผู้ชมในโรงภาพยนตร์ เพราะจีนได้สร้างมากเกินไปซึ่งทำให้ไม่สามารถนำมาให้เกิดรายได้ วิกฤติการณ์ในประเทศจีนได้เขย่าขวัญในปีนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเศรษฐกิจจีนเกิดฟองสบู่แตก มีสิ่งที่ไม่ดีตามมา กล่าวคือ จีนมีส่วนร่วมอย่างมากในการบริโภค เศรษฐกิจจีนไม่มีประเพณีของการออมเงินที่ผ่านมาในรอบทศวรรษ ตอนนี้จีนอยู่ในอาณาจักรยุคกลาง จะตายไปกับการบริโภคและการลดการบริโภคแก๊สและน้ำมันลง
 
            หมายความว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียและพม่าที่ค้าน้ำมันและแก๊ส คงสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปลดพนักงานจำนวนมากและลดค่าจ้าง สิ่งที่ตามมาคือลดกำลังซื้อรถใหม่และการเติมน้ำมันเบนซินของรัสเซียและแก๊สจากพม่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของความอนิจจัง ไม่ต้องสงสัยว่าวิกฤติแดนมังกรจะส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซีย  พม่า ไทย และเวียดนาม ตามมา นักเศรษฐศาสตร์ฮ่องกง สตีเว่น ฮูน วิเคราะห์ว่ายุบเงินสกุลท้องถิ่น รวมทั้งเงินรูเบิล หุ้นของบริษัทการลงทุนกลายเป็นกระดาษชำระ แต่ปัญหาคือที่ผ่านมาจีนไม่ได้เตรียมพร้อมรับปัญหาเนื่องจากในรอบทศวรรษที่ผ่านมา   แรงงานจีนทำงานในประเทศตนเองเป็นหลัก เพราะได้รับค่าจ้างที่ดีกว่า แต่การตกงานของผู้คนจำนวนมากในอาณาจักรยุคกลางนั้น รัสเซีย  ยุโรป ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ คงหนาวๆ ร้อนๆ กัน เพราะจะเกิดคลื่นแรงงานอพยพนอกระบบครั้งใหญ่ที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย
 
            ปัญหาที่สำคัญของเศรษฐกิจในสายตาของเจ้าของห่วงโซ่ซูเปอร์มาร์เก็ตในจูไห่ อย่าง ซาว ยู ให้ความเห็นว่า รัฐบาลได้พยายามต่อต้านวิกฤติโดยการลงทุนสนามบิน ทางด่วนและศูนย์บันเทิงที่มีอายุการใช้งานสามชั่วรุ่น แต่ปัญหาคือประชาชนไม่ได้ต้องการโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว หากเกิดวิกฤติค่าเงินหยวนเสื่อมราคาและจีนกลายเป็นประเทศที่ยากจนแต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในโลกไม่ได้หยุดซื้อรองเท้า ของเล่นเด็กและบริษัทที่ประกอบการด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ จะไม่มีหนีออกจากจีนอย่างแน่นอน แต่ว่าจีนได้สิ้นสุดยุคของความหรูหราในอาณาจักรยุคกลางและเป็นจุดเริ่มต้นของระบบเศรษฐกิจทั่วไปอย่างประเทศอื่นๆ ในระบบตลาด
 
            ในข้อเท็จจริงแม้ว่าจีนได้ผลิตรองเท้า เสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห่มให้แก่ผู้คนทั้งโลก เป็นไปไม่ได้หากปราศจากกระดุมกางเกงยีนในสหรัฐหรือประเทศอื่นๆ สามารถผลิตกางเกงยีนได้ พร้อมได้อ้างข่าวลือว่ารัฐบาลของจีนเป็นผู้สร้างแผนลับ คือ ค่าเงินหยวนเป็น 6.3 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐแทนที่เป็น 4 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงถึงเพดาน วิกฤติการเงินจะโถมใส่ทุกสถานที่ ซึ่งสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ที่มีผู้ใช้แรงงานราคาถูกเหมือนเดิม นักธุรกิจส่วนใหญ่รอให้เกิดวิกฤติในจีนเพื่อสามารถจ่ายค่าแรงน้อยลง เป็นการอธิบายที่ดีสำหรับการลดค่าแรง
 
            ทุกคนรับรู้ว่าหากมีชีวิตที่ดีขึ้นต้องมีเงินมากยิ่งขึ้น แต่ในจีนตอนนี้ไม่มีใครต่อต้านการลดค่าแรง สัญญาณแรกคือการลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของจีนจากร้อยละ 10 มาเป็นร้อยละ 8 คาดว่าจะลดไปอีก จีนสามารถหลีกเลี่ยงกับดักทางเงินสดได้ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นผู้คนจำนวนหลายล้านคนจะว่างงานและจีนไม่ได้เตรียมพร้อมการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบวีซ่า นั่นคือการสิ้นสุดของอาณาจักรยุคกลาง ความคิดที่เศรษฐกิจจีนจะครองโลกเป็นแค่นิยายปรัมปรา