
ติดอาวุธทางปัญญา
ติดอาวุธทางปัญญา : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
องค์กรตำรวจกำลังเริ่มปรับตัวในหลายมิติ เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาบุคลากร ทั้งด้านการฝึกอบรม การศึกษา รวมถึงเทคโนโลยีตามแนวคิดของผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคใหม่หลายคน
เรียกว่าติดอาวุธทางปัญญาให้แก่กำลังพล
แนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. คืออยากเห็นตำรวจไทยก้าวสู่มืออาชีพ
ที่สำคัญนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะเน้นแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติ ที่ประยุกต์หรือนำผลวิจัยในเชิงปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จในต่างประเทศมาปรับใช้
ดังนั้นนายตำรวจที่จะรับนโยบายหรือแนวคิดวิธีการทำงานแบบใหม่ได้ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย
การเติมเต็มด้านการศึกษาจึงต้องมีก่อนลงมือปฏิบัติ
แนวคิดเรื่องการให้ความรู้กับนายตำรวจในสังกัด บช.ก.จึงเริ่มขึ้น ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการจัดหลักสูตรระหว่างตำรวจกับนิด้า ใน 3 สาขาวิชาระดับปริญญาโทกับอีก 1 สาขาในระดับปริญญาเอก
ปริญญาโทมีสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร (Human Resource and Organization Development) สาขาเทคโนโลยีการบริหาร (Management Technology) และสาขาวิชาพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อองค์กรที่ยั่งยืน (Leadership Development For Sustainable Organization) สำหรับระดับปริญญาเอกในสาชาวิชา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กร (Human Resource and Organization Development) ที่ต่อยอดจากปริญญาโทขึ้นมา
ที่น่าสนใจคือ สามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากการฝึกอบรมหลักของตำรวจเช่น หลักสูตรสารวัตร หลักสูตรผู้กำกับฯ เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้ 12 หน่วยกิตจากทั้งหมด 39 หน่วยกิตที่ต้องลงเรียน
ถือว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดการเรียนการสอนใน "วิชาหลักการตำรวจสมัยใหม่" (Modern Policing) ในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นการศึกษาเฉพาะด้านที่ทั่วโลกยอมรับและนำไปปฏิบัติอย่างได้ผล
ที่สำคัญหลักสูตรที่นิด้าเปิดการสอน จะมี ผบช.ก., นักวิชาการตำรวจ, อดีตตำรวจจากต่างประเทศและนักวิจัยจากต่างประเทศ สับเปลี่ยนกันมาสอนแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ เพื่อปรับวิธีคิดนำองค์กรไปสู่ตำรวจสมัยใหม่ให้ได้
ลืมบอกไปตำรวจที่ลงเรียนมีส่วนลดค่าหน่วยกิตด้วย
สำหรับคนไหนที่เงินไม่พอลองปรึกษา ผบช.ก.ดู เผื่อขอยืมก่อนแล้วหักเงินเดือนหรือใช้ผลงานมาผ่อนแทนอาจได้รับการสนับสนุน!!



