
'ในหลวง'ทรงห่วงใยวิกฤติหมอกควัน
"ในหลวง" ทรงห่วงใยและติดตามการแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควันอย่างใกล้ชิด สำนักฝนหลวงปลื้มเทคนิคหลุมดำพระราชทานส่งผลให้หมอกควันเชียงใหม่-ลำพูน ลดลง
วันที่ 5 มี.ค. นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวังและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราช ประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำฝนหลวงบรรเทาปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคเหนือ โดยได้กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านช่องทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร
"การเดินทางมาครั้งนี้มาเพื่อติดตามความคืบหน้าว่า การทำฝนหลวงและเทคนิคการทำหลุมดำที่พระองค์พระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2551 เป็นไปอย่างไร ซึ่งความเดือดร้อนประชาชนทุกด้านพระองค์ท่านทรงติดตามปัญหาความเดือดร้อนของราษฏรตลอดทั้งปีทั้ง น้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยหนาว หมอกควัน" นายดิสธร กล่าวและว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยพระราชทานแนวทางพระราชดำริเอาไว้แล้ว จึงมาติดตามว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริหรือไม่และหลังจากมีฝนหลวงแล้วประชาชนได้รับประโยชน์ อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้จะมีการถวายการปฏิบัติงานทุกวัน
นายปริญญา สุทะโกเศศ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หลังจากน้อมนำเทคนิคหลุมดำหรือการดัดแปลงสภาพอากาศมาใช้ในพื้นที่ต้นลมของจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และ ลำปาง พบว่าปัญหาหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีบางช่วงเวลาที่ปริมาณหมอกควันเพิ่มขึ้น ขณะที่ระดับอินเวอร์ชั่นหรือระดับอุณหภูมิผกผันที่กดอากาศร้อน ให้ขังอยู่จนหมอกควันไม่สามารถระบายออกจากชั้นอากาศได้ ล่าสุดเริ่มคลี่คลายลงจากเดิมที่มีความหนา แน่นในระดับสูงถึงกว่า 10,000 ฟิต
นายปริญญา กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาหมอกควันหลังจากนี้จะยังคงใช้เทคนิคหลุมดำเพื่อดัดแปลงสภาพ อากาศให้หมอกควันสามารถลอยผ่านชั้นที่บล็อกอากาศตรงนี้ไว้ แต่หากการเผาป่าเพิ่มขึ้นและช่องทางระบายอากาศออกน้อยปัญหาก็จะคลี่คลายได้ช้า ขณะเดียวกันหากวันไหนที่ความชื้นในอากาศเหมาะสมจะ มีการทำฝนหลวงควบคู่ไปพร้อมกัน



