
'กิตติรัตน์'เล็งขึ้นราคาสินค้าตามทุน
'กิตติรัตน์' เปิดทางขึ้นราคาสินค้าตามจริง ชี้กดไว้นานอาจส่งผลเสีย มองหลังเม.ย.ค่าแรงปรับขึ้นช่วยได้ ด้านพาณิชย์เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น แต่ปชช.ยังกังวลเรื่อง ศก. ราคาน้ำมัน-สินค้า
5 มี.ค. 55 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวยอมรับว่า อาจต้องปล่อยให้สินค้าทยอยปรับขึ้นราคาตามความเป็นจริง เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในโลกเสรีและระบบเศรษฐกิจเปิด จึงไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าบางประเภทได้เอง และการกดราคาสินค้าไว้นานๆ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพียงแต่ต้องค่อยๆ ให้มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมกันเพื่อดูแลค่าจ้างเงินเดือนของประชาชน ปรับเพิ่มขึ้นให้ทันกับค่าครองชีพและรองรับการเปิดเสรีภายในกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ถึง 3 ปีข้างหน้า
"ราคาสินค้าที่ผิดธรรมชาติในบ้านเรามีอยู่หลายรายการ ถ้ากดราคาไว้จะส่งผลเสียระยะยาวมากกว่า" นายกิตติรัตน์กล่าวและว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้ หลังจากมีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ก็น่าจะรองรับกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ โดยที่ประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 จากประชาชนอาชีพต่างๆ 3,075 คน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา จากเดือนมกราคมอยู่ที่ 24.4 เพิ่มเป็น 25.8 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.1 มาอยู่ 15.7 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 31.2 เป็น 32.6 ขณะที่ความเชื่อมั่นในส่วนของรายได้ในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นจาก 48.1 เป็น 50.3
ทั้งนี้ ผู้บริโภคคาดหวังต่อรายได้ในอนาคตที่จะเพิ่มขึ้นจากการปรับเงินเดือนข้าราชการ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและมาตรการดูแลราคาสินค้า แต่โอกาสหางานทำของประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะยังเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนความเชื่อมั่นด้านค่าใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคตยังอยู่ระดับสูง เนื่องจากประชาชนยังจำเป็นต้องซื้อสินค้าแม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน
"ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีทุกรายการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังเกิดอุทกภัย การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่เม็ดเงินเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์" นายยรรยงกล่าวและว่า ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50 แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย



