ข่าว

เผยข้อมูลซ่อมทางหลวงส่อเค้าทุจริต

เผยข้อมูลซ่อมทางหลวงส่อเค้าทุจริต

05 มี.ค. 2555

วุฒิสภา เผยข้อมูลซ่อมทางหลวงส่อเค้าทุจริต แจงหลายสายไม่เข้ากรอบเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ด้าน 'ชัจจ์' อ้างไม่ทราบมาก่อน ขอข้อมูลไปตรวจสอบ

                   5 มี.ค.55 ในการประชุมวุฒิสภา ช่วงกระทู้ถาม นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา ได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ต่อประเด็นการติดตามผลการทำงานของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา พบว่ามีถนนประมาณ 708 สายที่ต้องได้รับการซ่อมแซม เบื้องต้นพบว่าต้องใช้งบประมาณเพื่อซ่อมแซม ถนน 708 สาย เป็นเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามตรวจสอบการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ของวุฒิสภา ได้สุ่มตรวจถนนในหลายเส้นทางและพบข้อมูลที่ผิดปกติ เช่น บางเส้นทางที่ใช้งบประมาณที่สูงเกินความจำเป็น และบางเส้นทางไม่ใช่การซ่อมแซม หรือฟื้นฟู ตามหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนด เช่น ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงบางปะอินทร์-นครหลวง ซึ่งเป็นทางคอนกรีต ไม่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย แต่พบว่ามีการเทแอดเฟาว์ติก หนา 10-30 ซม. ทับหน้าคอนกรีต เป็นระยะทาง 10 กม. เป็นมูลค่า 165 ล้านบาท

                   ทั้งนี้เจ้าหน้าชี้แจงว่าเพื่อช่วยให้น้ำไหลจากกลางถนนลงสู่ข้างทางได้สะดวก, ทางหลวงหมายเลข 346 สะพานนทบุรี - ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 พบการเทแอดเฟาว์ติกทับหน้าถนนเช่นเดียวกัน ทั้งที่เส้นทางดังกล่าวนั้นเพิ่งสร้างมาได้ไม่กี่ปี ยังไม่มีความเสียหาย ยกเว้นไหล่ทางบางช่วงเท่านั้น จึงไม่น่าจะใช่โครงการที่จำเป็นเร่งด่วนภายใต้แผนฟื้นฟู

                   นายพิเชต กล่าวต่อไปว่า ยังพบอีกว่าทางหลวงหมายเลข 346 ช่วงบางพูลแยกเข้าปทุมธานี ที่ใช้วิธีทุบคอนกรีตเป็นบล็อกๆ ละ 1-2 ตารางเมตร แล้วเทคอนกรีตลงไปในบล็อกดังกล่าว และเทแอคเฟาว์ติกทับหน้าคอนกรีต ทั้งที่สามารถเทคอนกรีตให้เสมอพื้นผิวเดิม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนั้นหากมีน้ำท่วมขังอีกครั้ง แอคเฟาว์ติดที่ปะไว้จะหลุดร่อน

                   “จากข้อเท็จจริงที่พบ คณะอนุกรรมาธิการฯ กังวลว่า หน่วยงานที่ทำโครงการเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอของบประมาณจากคณะรัฐมนตรีนั้น ทำให้การจัดทำโครงการไม่รอบคอบ หรือมีการตั้งงบประมาณเกินความจำเป็นได้ ทั้งนี้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณฯ ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดในโครงการที่เสนอมาหลายพันโครงการได้อย่างละเอียด เป็นผลทำให้หลายโครงการเกิดความไม่เหมาะสมและใช้งบประมาณโดยไม่จำเป็นได้” นายพิเชต กล่าว

                   พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า ประเด็นที่กล่าวมานั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้นตนขอรับข้อมูลดังกล่าวเพื่อไปตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตามโดยปกติการเบิกงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบความเสียหายก่อน และมีการยืนยันว่าเสียหายจริง ก่อนที่นำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วจึงส่งให้สำนักงบประมาณตรวจสอบก่อนเบิกจ่ายงบประมาณให้ดำเนินการ

                   “จากสถานการณ์น้ำท่วม ถนนบางสายที่ถูกน้ำท่วมขังนานไม่สามารถดูด้วยตาเปล่าว่าโครงสร้างเสียหายหรือไม่ ทำให้ทางหลวงชนบทต้องขุดแล้วทำใหม่ เพราะโครงสร้างพื้นฐานส่วนรากนั้นเหลว ชำรุด กรณีที่ส.ว.บอกจะขอรับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป” พล.ต.ชัจจ์ กล่าว

(ภาพ : จากแฟ้มข่าว คม ชัด ลึก)