
ขุมทรัพย์-จตุจักร
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขุมทรัพย์ จตุจักร : โดย ... พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
กว่าจะมาเป็น ตลาดนัดจตุจักร หรือ ซันเดย์มาร์เก็ต ในทุกวันนี้ กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดพระนคร เคยมีตลาดนัดที่เปิดจำหน่ายเฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่ท้องสนามหลวงมาก่อน ตลาดนัดสนามหลวงจะเริ่มคึกคักกันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันศุกร์ พ่อค้าแม่ขายจะเริ่มเข้ามาตอกตะปูกับต้นมะขามที่ยืนต้นเรียงรายรอบท้องสนามหลวง
แล้วจึงขึงเชือกผูกโยงกับผ้าใบเป็นที่คุ้มแดดคุ้มฝนตลอดเวลาสองวันที่ค้าขาย สินค้าที่ถูกนำมาจำหน่ายให้ประชาชนหรือผู้บริโภคทั้งหลายก็เหมือนกับสินค้าตามตลาดนัดต่างจังหวัดทั่วไปในทุกวันนี้ กะปิ, น้ำปลา, ข้าวสารอาหารแห้ง, ของกินจากทั่วทุกภาคของประเทศ, เสื้อผ้า ฯลฯ มีแม้กระทั่งเปิดวงเล่นกลแสดงการต่อสู้กันระหว่างพังพอนกับงูเห่า สลับกับการขายยาถ่ายพยาธิ, ยาแก้ปวดฟัน เรียกว่าหาอะไรที่ไหนไม่ได้ให้มาที่สนามหลวงในวันเสาร์และวันอาทิตย์
ต่อมาเมื่อกรุงเทพมหานครเล็งเห็นว่าบริเวณท้องสนามหลวงเป็นสถานที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังกันมากขึ้น การที่จะให้คนต่างชาติอันได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เจริญแล้ว ได้มาเห็นสภาพตลาดนัดที่แสนจะวุ่นวายและไร้ระเบียบ ดูจะเป็นสิ่งที่น่าอับอายในสายตาของผู้บริหารอยู่พอสมควร
ประกอบกับเหตุผลที่ว่า ท้องสนามหลวงเป็นสถานที่สำหรับประกอบงานพระราชพิธีต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จึงเห็นควรให้มีการย้ายสถานที่จัดตลาดนัดวันเสาร์และวันอาทิตย์ไปอยู่ที่แห่งใหม่ และจะได้จัดให้มีตัวอาคารสำหรับทำการค้าอย่างเป็นระเบียบ ง่ายและสะดวกต่อผู้ที่จะไปเดินเลือกซื้อสินค้าจับจ่ายใช้สอย และง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาดและความปลอดภัยทุกด้านอีกด้วย
แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี เพราะบรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ขายในยุคนั้นเห็นว่า สถานที่แห่งใหม่คือ สวนจตุจักรในปัจจุบัน ไกลจากชุมชนมาก เป็นที่เปลี่ยวและไม่สะดวกต่อการเดินทางเมื่อเทียบกับสนามหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระนครและมีรถเมล์เกือบทุกสายแล่นผ่าน
การชุมนุมต่อต้านประท้วงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ไม่ต่างไปจากการโยกย้ายสถานที่ทำมาหากินทุกแห่ง ที่มีให้เห็นตลอดมาจนทุกวันนี้ แต่ท้ายที่สุดตลาดนัดสำคัญของกรุงเทพมหานครก็มาตั้งอยู่ที่สวนจตุจักร และกลายเป็นแหล่งทำมาหากินสำคัญของพ่อค้าแม่ขายจำนวนมาก เป็นสถานที่ซึ่งทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักกันดีว่า มีสินค้าหลากหลายที่หาจากแหล่งอื่นไม่ได้มาวางจำหน่ายอยู่ตลอดเวลา
เมื่อความนิยมในตลาดนัดสวนจตุตักรเริ่มมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป ค่าเช่าแผงสำหรับจำหน่ายสินค้าก็เริ่มถีบตัวมากขึ้น ตามจำนวนครั้งของการเปลี่ยนมือจากผู้ได้รับสิทธิเช่าโดยตรงจากกรุงเทพมหานคร การแบ่งปันพื้นที่ให้ผู้อื่นเข้ามาวางสินค้าในพื้นที่ของตนเอง โดยหวังรายรับจากส่วนนั้นมาเป็นกำไรเสริมจากการขายของก็เกิดขึ้นตามมา
ท้ายที่สุดระเบียบที่เคยจัดวางกันเอาไว้ก็ถูกทำลาย ด้วยความมักง่ายละเลยกฎกติกาของทั้งผู้เช่าพื้นที่และผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแล ทำให้ตลาดนัดจตุจักรกลายเป็นตลาดนัดที่มีของวางขายล้ำมาบนทางเดิน แขวนขึ้นไปบนชายคา ระเกะระกะไม่ต่างไปจากเมื่อครั้งยังใช้ผ้าใบขึงกับต้นมะขามที่ท้องสนามหลวง
แต่ตลาดนัดจตุจักรที่บริหารและดูแลโดยกรุงเทพมหานครนั้น ต่างจากตลาดนัดสนามหลวงตรงที่ ตลาดนัดสนามหลวงนั้น ทั้งพื้นที่และการบริหารงานเป็นสิทธิขาดของกรุงเทพมหานคร ในขณะที่จตุจักรนั้น กรุงเทพมหานครไปเช่าพื้นที่ของการรถไฟมาบริหารงาน ทำให้เมื่อสัญญาเช่าพื้นที่จากการรถไฟหมดลง อาการผึ้งแตกรังผลประโยชน์ขัดกันและความเห็นต่าง ระหว่างผู้เช่าพื้นที่ก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปสู่ครั้งที่ย้ายจากสนามหลวงมาที่จตุจักรในอดีต แต่ครั้งนี้มีตัวแปรที่เพิ่มขึ้นมามากมาย ความวุ่นวายโกลาหลจึงไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ แต่ก็หวังว่าเมื่อจบลงก็ต้องจบในแบบที่ทำให้ตลาดนัดสำคัญแห่งนี้ กลับมาสวยงามและมีระเบียบมากกว่าที่เป็นอยู่ด้วยนะครับ
----------
(หมายเหตุ : ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขุมทรัพย์ จตุจักร : โดย ... พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)
----------



