
ปลอมหลักฐานอดีตในปัจจุบันเพื่อวันหน้า
ปลอมหลักฐานอดีตในปัจจุบันเพื่อวันหน้า : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
คนเราไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็เพราะมีการบันทึกไว้ในรูปแบบต่างๆ ยิ่งในยุคนี้ที่การบันทึกสามารถคงทน ทำซ้ำและรอบด้าน เรายิ่งไม่อาจลืมสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วแม้ว่าอยากจะให้สังคมลืม แต่ไม่ใช่แค่การทำสิ่งดีหรือเลวในวันนี้จะถูกอ้างอิงในอนาคตได้เสมอ การสร้าง การปลอม การบิดเบือน สิ่งที่เกิดในวันนี้ไว้ก่อน เพื่อให้มันกลายเป็นหลักฐานอดีตยืนยันในวันข้างหน้าก็เป็นวิชามารที่กำลังเกิดขึ้นคู่ไปกับความจริงด้วยเหมือนกัน
การปฏิบัติการข่าวสาร ซึ่งเป็นหลักการสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นมาโดยสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้นั้นมีจุดประสงค์เพื่อทำลายจิตใจฮึกเหิมใคร่สู้รบของฝ่ายตรงข้าม จะได้เอาชนะโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ กิจย่อยประการหนึ่งนั้นคือการสร้างหลักฐานปลอม กระพือความชั่วของจุดศูนย์ดุลฝ่ายตรงข้าม ปลุกปลอมขวัญคนของฝ่ายเราให้มุ่งมั่นต่อไป แต่หลักฐานปลอมนั้นใช่ว่าจะมีแต่อ่อนด้อย โดยตรวจสอบได้โดยง่ายว่ามั่ว ประเภทโฟโต้ช็อปตัดต่อ หรือลายเซ็นเก๊ ที่ทำกันสดๆ แต่แสร้งใช้เทคนิควิทยาศาสตร์ให้ดูเก่าหรือสมจริง แต่หลักฐานปลอมนั้นที่ทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ว่าจะใช้พรุ่งนี้ แต่จะใช้ในอีกปีหนึ่งข้างหน้า 5 ปีข้างหน้า เพื่อยืนยันความชอบธรรมของการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง
ที่เห็นชัดๆ คือ การใช้ข้อเท็จจริงสื่อและผลงานจากโพลล์เป็นเครื่องมืออ้างอิงนั้นเป็นเรื่องที่ใช้กันมากในเวลานี้ เพราะหาง่ายและชักจะไม่ถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือเพราะไม่เป็นวิชาการอีกแล้ว นั่นเพราะคนยุคใหม่ในสังคมเลือกข้างนั้นพร้อมที่จะเชื่ออะไรที่เร็ว เป็นเหตุเป็นผล ตรงกับความคิดตัว แม้ว่าจะหลวมไปสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อถือข้อเท็จจริงที่สื่อรายงานหรือผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักต่างๆ มากเสียยิ่งกว่างานทางวิชาการที่เทอะทะหรือดุลพินิจของบุคคลดังๆ เสียอีก
สื่อหรือโพลล์อคติ มักจะเบี่ยงเบนความจริงเข้าข้างฝ่ายที่ตนชอบและปฏิเสธความจริงฝ่ายตรงข้าม เช่น ผู้ชุมนุมฝ่ายที่ตนเชียร์ไม่ถึงมี 50 ก็ว่ามาสัก 5,000 ฝ่ายตรงข้ามมา 5 หมื่นก็เหลือ 8,000 หรืออ้างว่าสำรวจผลงานฝ่ายตนมีคนพอใจมากกว่าฝ่ายตรงข้าม เบื้องหลังความไร้จริยธรรมนี้อยู่ในเงามืด แต่เบื้องหน้านั้นสิ่งที่พวกเขาเสนอต่อสังคมกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ที่เมื่อไหร่ที่ถูกกลุ่มผู้แสวงประโยชน์ทางการเมืองหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ก็จะกลายเป็นหลักฐานกล่าวอ้างชัดเจนทันที ยิ่งนานไปคนยิ่งเชื่อถือหลักฐานประเภทนี้ เพราะจดจำความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้ จำได้แต่สิ่งที่ถูกบันทึก “ปลอมๆ“ ไว้ การรู้เท่าทันพวกขี้โกงก็คือ แม้แต่ข้อเท็จจริงก็ต้องสามารถถูกตีความใหม่ถึงความเป็นไปได้ และอย่าเชื่อบันทึกเหตุการณ์ง่ายๆ เพียงเพราะว่าจัดทำโดยจากสถาบันที่อ้างว่ามีชื่อเสียงมานาน



