
เครือข่ายประชาชน
เครือข่ายประชาชน : วิถียุติธรรม โดยชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
เรามักจะได้ยินคำนี้มากขึ้นหลังจากมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่เน้นย้ำการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และเราก็ทราบกันดีว่าโดยธรรมชาติของสังคมไทยมีเครือข่ายของประชาชนอยู่ในรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป ไม่ว่าเครือข่ายนี้จะอยู่ที่ไหน เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อะไร หรือรวมตัวกันเป็นเครือข่ายกันเป็นเวลานานแค่ไหน ประเด็นที่อยากจะพูดคุยกันวันนี้มีว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เครือข่ายเหล่านี้มีพลังนำสังคมไทยไปสู่การอยู่ดีมีสุข
ความจริงแล้วคำว่าอยู่ดีมีสุขก็เป็นคำที่ใช้อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นแผนที่ต้องถือว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามาช่วยกันจัดทำขึ้นโดยเข้าใจร่วมกันว่าเป้าหมายการพัฒนาของบ้านเราคือปากท้องอิ่มและมีความสุขในการดำรงชีวิตด้วย และน่าจะเป็นที่คาดหมายได้ว่าเครือข่ายประชาชนจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาบ้านเมืองไปสู่เป้าหมายได้
ปรากฏการณ์ของบ้านเมืองที่ผ่านมา 4-5 ปีก่อน หากมีวิธีคิดที่ก้าวข้ามความขัดแย้งที่เป็นทั้งในระดับพื้นผิวและที่หยั่งลึกอยู่ในทุกวันนี้ให้พ้นไปสู่อนาคต เราจะเห็นได้ว่าพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองล้วนแต่เป็นพลังของเครือข่ายประชาชนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังของเกษตรกร พลังของภาคเอกชน นักธุรกิจในรูปแบบต่างๆ พลังของนักการเมือง นักวิชาการ พลังของคนจิตอาสาเพื่อสาธารณะในรูปแบบที่หลากหลาย หรือแม้แต่พลังของคนในสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามองเห็นการขับเคลื่อนของเครือข่ายประชาชนที่นำสังคมไทยโลดแล่นอยู่ในกระแสโลกาภิวัตน์ชนิดที่เรียกได้ว่าวินาทีต่อวินาที
ประเด็นจึงมีอยู่ว่าทำอย่างไรให้เครือข่ายประชาชนเหล่านี้เกิดพลังในการสร้างวิถียุติธรรมของการพัฒนาสังคมไทยไปสู่การอยู่ดีมีสุข
ในมุมมองของประชาธิปไตยคงต้องมองจากกรอบของรัฐธรรมนูญเป็นหลักเพราะเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นพิมพ์เขียวที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศที่ชาวบ้านสัมผัสได้ทั้งในหลักการและในชีวิตประจำวัน โดยเราต้องทำให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญกินได้ และพยายามนำเอาหลักการหรือแนวทางของรัฐธรรมนูญมาเสริมพลังเครือข่ายของเขาที่มีอยู่แล้วให้เกิดผลต่อการพัฒนาความสามารถของตนเองตามที่ต้องการได้
เนื้อหาของรัฐธรรมนูญจึงต้องครอบคลุมรูปธรรมของการส่งเสริมและคุ้มครองเครือข่ายประชาชนในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนบทบาทของการเมืองภาคพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยยุคใหม่ที่เป็นการผสมผสานบทบาทของประชาธิปไตยแบบตัวแทนและประชาธิปไตยโดยตรงเข้าด้วยกัน บนสมมุติฐานเพื่อการพัฒนาศักยภาพของคนในการพัฒนาประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระบอบทุนนิยมเสรีทางการค้า และลดทอนความไม่สมบูรณ์ของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
การขับเคลื่อนของเครือข่ายประชาชนยังเป็นการเน้นย้ำเป้าหมายของการสร้างความเป็นธรรมในสังคมในอีกหลายรูปแบบและส่งผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมยุคโลกาภิวัตน์ที่ต้องแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เพราะการเป็นการส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาล การรวมตัวกันอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสมดุลทางการเมืองเพื่อป้องกันความขัดแย้งเชิงลึกดังที่เราได้รับประสบการณ์ที่ผ่านมากันทั่วหน้า และยังคงความหวังของการปรองดองกันอยู่เสมอ
กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจึงควรหันมามองความสำคัญของการส่งเสริมเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างเปิดใจกว้างและอย่างเป็นกลางโดยไม่ควรมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางการเมืองมากจนเกินไปนัก ในช่วงนี้จึงอยากเห็นบทบาทของรัฐสภาในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ประชาชนให้เกิดความตระหนักถึงบทบาทของตนเองในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยภายใต้การปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
คงไม่ใช่เพียงแค่การลุกขึ้นมาอ่านข้อบังคับการประชุมเพื่อประท้วงกันเท่านั้น แต่ประชาชนคาดหวังจะรับรู้และตระหนักถึงบทบาทของรัฐธรรมนูญเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น



