ข่าว

'จ่อยิง'ต่อหน้าลูกเมียรองผู้กำกับสาหัส

'จ่อยิง'ต่อหน้าลูกเมียรองผู้กำกับสาหัส

05 มี.ค. 2555

'จ่อยิง'ต่อหน้าลูกเมียรองผู้กำกับ... สาหัส : ตะลุยข่าว โดย สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

               เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเย้ยกฎหมาย...พิสูจน์ฝีมือตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จะคลี่คลายคดีนี้ได้หรือไม่ ?
   
             เมื่อคนร้ายสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ สวมหมวกแก๊ป มาซุ่มดักรอ "ศิธาพร ศรีวิรักษ์" หรือ "มุก" อายุ 32 ปี ภรรยารองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช อยู่บริเวณทางเข้าโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกๆ เช้าเธอจะขับรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีดำ หมายเลขทะเบียน 3530 สุราษฎร์ธานี มาส่งลูกสาวที่โรงเรียน จนกระทั่งเช้าที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่เธอขับรถเข้าไปภายในโรงเรียน เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีคนร้ายเดินเข้ามาประกบที่รถยนต์แล้วชักอาวุธปืนจ่อยิง "ศิธาพร" 1 นัด กระสุนปืนเจาะท้ายทอยต่อหน้าลูกสาววัย 6 ขวบซึ่งยังนั่งอยู่ในรถยนต์ 
   
             หลังก่อเหตุ มือปืนอาศัยช่วงชุลมุน ซึ่งมีเด็กนักเรียนและผู้ปกครองมาส่งลูกหลานกันอย่างพลุกพล่าน รีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าโรงเรียน แต่เครื่องยนต์ขัดข้องรถสตาร์ทไม่ติด มือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์จึงทิ้งรถแล้ววิ่งขึ้นรถยนต์อีกคันหลบหนีไปด้วยกัน ส่วนลูกสาวของเหยื่อได้เปิดประตูรถด้านซ้ายวิ่งไปหาครูที่กำลังรอรับนักเรียนอยู่ภายในโรงเรียน ในสภาพร้องไห้เสียขวัญที่เห็นแม่ถูกคนร้ายยิงต่อหน้าต่อตา ขณะเดียวกัน "ศิธาพร" ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว เนื่องจากกระสุนไม่เข้าจุดสำคัญ แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อีกระยะหนึ่ง
   
             พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.นิติรัฐ อาษากิจ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.พงศธร เกื้อเส้ง สารวัตรป้องกันปราบปราม พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พร้อมเก็บร่องรอยของคนร้ายไว้เป็นหลักฐานและขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนและสถานที่ใกล้เคียง จนกระทั่งทราบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้าย 1 คน เข้ามาซุ่มอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ภายในโรงเรียน เมื่อเหยื่อขับรถเข้ามา คนร้ายได้ฉวยโอกาสวิ่งเข้าประกบแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิง แล้ววิ่งออกจากที่เกิดเหตุไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีคนร้ายอีกคนติดเครื่องจอดคอยอยู่บนถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร แต่รถเกิดเสียไปไม่ได้ ต่อมามีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มารับคนร้ายทั้ง 2 คนขึ้นรถแล้วขับหลบหนีไปทางซอยวัดโพธิ์ 31
   
             พ.ต.อ.สนธิชัย กล่าวอีกว่า การที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียนและมีการวางแผนดูลาดเลามาเป็นอย่างดี ทำให้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ ต้องเป็นทีมงานมือปืนรับจ้าง เพราะมีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนเป็นระบบ สังเกตได้จากการรับส่งช่วงที่รถจักรยานยนต์ขัดข้อง มีรถยนต์อีกคันมารับหลบหนีได้ทัน เพียงแต่มือปืนอาจจะไม่เป็นมืออาชีพมากนัก เพราะยิงไม่เข้าจุดสำคัญ หรืออาจจะเป็นจังหวะที่ผู้เสียหายกำลังเอี้ยวตัวเพื่อคุยกับลูกหรือทำกิจธุระบางอย่างในรถ จึงทำให้ไม่เข้าจุดสำคัญดังกล่าว
   
             "ก่อนหน้านี้ผู้ได้รับบาดเจ็บเคยถูกลอบยิงมาแล้ว 1 ครั้ง และก็ได้ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ส่วนประเด็นการก่อเหตุครั้งนี้ได้ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องชู้สาว และขัดแย้งทางธุรกิจส่วนตัว ทั้งนี้ ต้องขอเวลาในการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน พร้อมทั้งแกะรอยหาเบาะแสของคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป" พ.ต.อ.สนธิชัย กล่าว
   
             นับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญที่คนร้ายหาญกล้าก่อเหตุต่อหน้าต่อตาเด็กตัวเล็กๆ ภายในโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และอาศัยเวลาช่วงเช้าซึ่งมีผู้ปกครองมาส่งบุตรหลานกันอย่างพลุกพล่านลงมือก่อเหตุ คงต้องขอฝากไปยังตำรวจสุราษฎร์ธานีทุกระดับชั้นช่วยคลี่คลายคดีนี้ เพราะผู้เสียหายเองก็เป็นถึง ภรรยารอง ผกก. คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไปว่าฝีมือตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รวมถึงตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้รวดเร็วเพียงใด

........

(หมายเหตุ : 'จ่อยิง'ต่อหน้าลูกเมียรองผู้กำกับ... สาหัส : ตะลุยข่าว  โดย สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)