
พท.เล็งขึ้นป้ายแก้รธน.ไม่แตะสถาบัน
"กรณ์" ทวิตตั้งคำถาม แก้ รธน. ทำไม อัด "เพื่อไทย" ไม่พูดฉบับ 50 ให้สิทธิมากที่สุด "พร้อมพงศ์" ย้อน "ปชป." ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม เตรียมขึ้นป้ายแจง แก้ รธน. ไม่แตะสถาบัน วอน "พันธมิตรฯ" ชุมนุมในกรอบกฎหมาย
4มี.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. พรรคประชาธิปัตยืได้โพสต์ข้อความทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ในนาม "@KornDemocrat" โดยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญว่า "แก้เพื่อใคร... การแก้รัฐธรรมนูญมีเสียงคัดค้านมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุเป็นเพราะอะไรบ้าง มุมมองผมมีดังนี้ครับ 1. ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลกับปัญหาประจำวันมากกว่า และมองว่าแก้เรื่องของนักการเมืองที่ทำเพื่อตนเอง พวกพ้อง มากกว่าเพื่อประชาชน ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญจะทำให้ขัดแย้งมากขึ้น ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น ชาวบ้านก็ยิ่งจะต้องถามว่า...'แก้ไปทำไม'"
"2. รัฐบาลไม่สามารถอธิบายได้ว่าประชาชนจะได้อะไรจากการแก้ โดยสาเหตุเดียวที่หยิบยกขึ้นมาคือ 'ที่มา' ของรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การอ้างเช่นนี้ สับสนครับ เพราะ นี่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียว ที่ได้รับการยืนยันโดยเสียงข้างมากก่อนมีผลบังคับใช้ พรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดถึงข้อเท็จจริงว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ให้ประชาชนมีสิทธิมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น พรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดถึงข้อเท็จจริงว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ให้ประชาชนมีสิทธิมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น รัฐธรรมนูญ 50 ให้สิทธิปชช.มากกว่า ในการยื่นเสนอกฎหมาย ในการยื่นฟ้องการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบ และในการถอดถอนนักการเมือง "
"3. ถ้าคิดจะแก้ ควรต้องดูกันที่สาระว่าบกพร่องในจุดไหน และไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างไร"
"4. ควรต้องดู 'ผลลัพธ์' ไม่ใช่ดูแค่ 'วิธีการ' อย่างเช่น การเรียกร้องให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ฟังดูดีครับ แต่...แต่เคยมีการถกเถียงกันไหมว่าเราต้องการมีวุฒิสภาไว้ทำอะไร ถ้ามีไว้เพื่อตรวจสอบ แนะนำ หรือถ่วงดุลสภาผู้แทนฯ หากการที่วุฒิสมาชิก เป็นกลุ่มคนประเภทเดียวกันกับสส.จะทำให้เขาทำตามหน้าที่นั้นดีกว่า ถ้าเขาเป็นผู้รู้ที่มาจากอาชีพต่างๆหรือไม่"
"ก่อนอื่นต้องมีคำตอบให้ชัดว่ากระบวนการแก้นั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่รัฐบาลยืนยันให้ชัดได้ไหมว่า "การแก้จะไม่กระทบสถาบันฯ ไม่ริดรอนอำนาจองค์กรอิสระ และไม่ล้างผิดให้ทักษิณ"
"พร้อมพงศ์"ย้อน"ปชป."ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรค ที่ไม่มีเอกสิทธิ์ส.ส. คุ้มครอง พยายามหลีกเลี่ยงจะไม่ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่สน.ลุมพินี หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนและคณะที่ปรึกษากฎหมายไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท โดยสมาชิกประชาธิปัตย์อ้างว่า กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรมว่า ตนรู้สึกแปลกใจสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนในรัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกร้องให้หลายฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม แต่มาวันนี้กลับไม่ยอมรับ โดยนำประเด็นจะไม่ได้รับความเป็นธรรมมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่ก่อนหน้าได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างๆ กรณีภารกิจว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ของนายกฯอาจผิดต่อจริยธรรม เมื่อตำรวจขอความร่วมมือมีหมายเรียกกลับเลี่ยงจะให้ปากคำ บอกจะไปให้ต่อชั้นศาลเท่านั้น ถือเป็นการเตะถ่วง ปากกล้าขาสั่นของพวกที่กล่าวหา
ส่วนที่น.ส.มัลลิกา จะฟ้องกลับตนและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ข้อหาแจ้งความเท็จนั้น เป็นการฟ้องแก้เกี้ยวเท่านั้น หากมีหลักฐานเพิ่มเติมอะไรขอให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แค่ไปให้ปากคำยังไม่กล้า เมื่อเป็นนักการเมืองกล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ เชื่อว่าตำรวจสน. ลุมพินี จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว หากไม่ทำก็จะถูกฟ้องกลับไปได้ ส่วนส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ถูกฟ้องด้วย บางคนบอกยินดีจะสละเอกสิทธิ์คุ้มครอง ก็อย่าปากกล้าขาสั่น ขอให้ไปให้ปากคำ ไม่ใช่ไปแต่บอกไปแค่ให้กำลังใจเพื่อนเท่านั้น และไม่อยากเห็นการพูดหรือกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เตรียมขึ้นป้ายแจง แก้ รธน. ไม่แตะสถาบัน
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยห้ามแตะต้องประเด็น 1.หมวดพระมหากษัตริย์ 2.องค์กรอิสระ 3.แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อหวังช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.. ก็มีส.ส.ประชาธิปัตย์ ร่วมพิจารณาอยู่แล้ว ประกอบกับพรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจน จะไม่แตะหมวดสถาบันกษัตริย์ และกำลังจะขึ้นป้ายในพื้นที่ต่างๆพร้อมทั้งให้ส.ส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชน และในมาตรา291/11 ระบุชัด หากมีการทำให้กระทบกระเทือนสถาบัน จะทำให้รัฐธรรมนูญตกไปทันที ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ พูดเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง เพื่อต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ส่วนประเด็นที่บางกลุ่มนำป้ายข้อความไปติดในหลายจังหวัดภาคใต้ ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจุดพลุ ต้องการขัดขวางการแก้ไขของกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ2550เท่านั้น ซึ่งพรรคย้ำหลายรอบจะไม่แตะหมวดสถาบัน จะไม่มีการแก้ไขมาตรา309 เพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างที่ถูกกล่าวหา นอกจากนี้เราจะไม่เข้าไปยุ่งหรือชี้นำการทำงานสสร. ยังไม่ทันแก้ไข ประชาธิปัตย์รู้ได้อย่างไรจะแก้เรื่องใดบ้าง ยังไม่ทันนอนก็ฝันซะแล้ว
หนุน ข้อเสนอ “สดศรี” แก้ มาตรา 237 เลิกยุบพรรค
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงข้อเสนอนางสดศรี สัตยธรรม กกต.เสนอความเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 โดยไม่อยากให้มีการยุบพรรคได้ง่ายๆ หากพบการทำผิดเพียงแค่ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ว่า เป็นข้อเสนอที่ดีการยุบพรรคเหมือนยุบมหาวิทยาลัย หากอธิการบดีทำผิด จะไปยุบทั้งมหาวิทยาลัย โดยที่นักศึกษาเปรียบเหมือนสมาชิกพรรค และประชาชน ไม่ได้ทำผิดอะไรด้วยต้องถูกยุบไปด้วย อันถือเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ2550 ที่ร่างโดยบุคคลที่มีอคตินักการเมือง ทำให้พรรคการเมือง นักการเมืองและประชาชนอ่อนแอ สิ่งที่นางสดศรี เสนอจึงเป็นความเห็นที่น่ารับฟัง ยิ่งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขานรับด้วย ยิ่งน่ารับฟัง แต่เนื้อหาการแก้ไขยังอยู่ที่สสร.จะพิจารณาว่าอย่างไร ว่าอยากให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง มีความเข้มแข็งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เป็นหน้าที่สสร.โดยที่กกต.หรือพรรคการเมือง จะไปชี้นำไม่ได้ เชื่อว่าสสร.ทั้ง99คน จะมองเห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน จะแก้จุดอ่อนจากรัฐธรรมนูญ2550 ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความเป็นประชาธิปไตย เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ เป็นที่ยอมรับของคนไทย นำไปสู่ความสมานฉันท์ปรองดอง แก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้งที่คนบางกลุ่มพยายามพูดออกมาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้
ชี้“มัลลิกา”ฟ้องนายกฯแค่ดิสเครดิต
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า น.ส.มัลลิกา จะฟ้องนส.ยิ่งลักษณ์และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ต่อปปช. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ละเลยการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นฯ ทั้งที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลและรมว.ไอซีที ไม่ได้ละเลย ตลอดการทำงานกว่า6เดือน เร่งปราบเว็บไซต์ได้เกือบ 7หมื่นเว็บไซต์ ซึ่งต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ ตลอดการทำงานช่วง 6 เดือนแรก เร่งปราบได้เพียง 6หมื่นเว็บเท่านั้น การฟ้องร้องเป็นสิทธิตามกฎหมาย สามารถทำได้ แต่หากตรวจสอบอย่างไม่สร้างสรรค์ เหมือนเป็นการจงใจดิสเครดิตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มากกว่าจะค้นหาความจริงหรือเสนอแนะแนวทางป้องกัน
วอน“พันธมิตรฯ”ชุมนุมในกรอบกฎหมาย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อถึงกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดหมายชุมนุมวันที่ 10 มี.ค. สามารถทำได้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะหลายคนยังผวาเหตุการณ์ปิดถนน ยึดสนามบินจะเกิดขึ้นอีก ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มองว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งที่วันนี้ยังไม่รู้เนื้อหาที่สสร.จะร่างออกมาก็ออกมาค้านแล้ว ไม่อยากเห็นการค้านแบบหัวชนฝา ทั้งที่กระบวนการยังไม่เริ่มต้น



