ข่าว

หวั่นไฟประทุยังฉีดน้ำเลี้ยงอาคารฟิโก้

หวั่นไฟประทุยังฉีดน้ำเลี้ยงอาคารฟิโก้

04 มี.ค. 2555

ผู้กำกับ สน.ทองหล่อยืนยันเหตุเพลิงไหม้อาคารฟิโก้ ไม่ใช่ก่อการร้าย ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงหวั่นไฟประทุ วิศวกรรมสถานตรวจอาคารฟิโก้5มี.ค.

              กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารฟิโก้ เพลส ตั้งอยู่เลขที่ 18/8 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นที่ 7 ของอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทโอซองและไอบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้น้ำดับเพลิงได้ทันที ต้องประสานขอรถกระเช้าขนาดสูงจากกทม.จำนวน 3 คัน เพื่อฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้อยู่เป็นระยะตลอดทั้งคืนวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น
   
              วันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงคลองเตย ได้จัดชุดเฝ้าระวังอยู่ในจุดเกิดเหตุตลอดเวลา โดยต่อสายยางวางไว้ในตัวอาคารเตรียมพร้อมเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำขึ้นมาอีก เนื่องจากยังคงมีกระดาษและอุปกรณ์สำนักงานจำนวนมาก จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 07.30 น.ได้เกิดไอความร้อนระอุขึ้นอีกครั้งที่บริเวณชั้น 9 และชั้น 11 อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงจากสถานีดับเพลิงคลองเตยและบ่อนไก่ จึงรีบเข้าทำการใช้น้ำฉีดตามฝ้าเพดานและภายในชั้นดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มควันจนอาจจะลุกลามเป็นเพลิงไหม้ซ้ำขึ้นมากอีกครั้ง
   
              ต่อมาเวลา 09.30 น.พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ธนาณุวัฒน์ สิทธิไชย พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ทองหล่อ เจ้าของคดี เดินทางเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ก่อนเปิดเผยว่า  เจ้าหน้าที่สำนักการโยธาฯ ของกทม.ที่ดูแลรับผิดชอบอาคารสูงเกิน 5 ชั้น จะเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่เกิดเหตุอย่างละเอียดว่า โครงสร้างของอาคารได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน และจะยังสามารถใช้งานได้ต่อไปหรือไม่

              จากนั้นจะประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้ง หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวนก็จะเรียกเจ้าของอาคารที่เกิดเหตุ และเจ้าของบริษัทผู้เช่าที่อยู่แต่ละชั้นซึ่งมีอยู่เกือบ 30 บริษัท มาทำการสอบปากคำในฐานะพยานแวดล้อมว่า มีการเก็บอุปกรณ์การใช้ไฟฟ้าประเภทใด และมีทรัพย์สินอะไรเสียหายบ้าง โดยทางตำรวจยึดหลักฐานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเป็นหลักว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากสาเหตุใด เกิดจากระบบไฟฟ้าหรือตัวบุคคล ถ้าเป็นตัวบุคคล ทางตำรวจก็ต้องสอบสวนต่อไปว่าเกิดจากใคร

              สำหรับสาเหตุที่เกิดเพลิงลุกไหม้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือ เกิดจากตัวบุคคลมากกว่าจะเกิดจากเหตุการณ์ไม่สงบอย่างอื่น อย่างเช่นการก่อการร้ายที่กังวลกันในขณะนี้ อย่างไรก็ตามต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและการสอบสวนพนักงานบริษัท ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อน
 
             พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ ยังย้ำว่า ประชาชนอย่าได้ตื่นตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้นจนเกินไป เพราะอุบัเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สำหรับการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องรอให้ พฐ. และเจ้าหน้าที่กทม. ตรวจเสียก่อน จึงจะสามารถประเมินได้
   
              ต่อมาเวลา 11.00 น. นายสัจจะ คนตรง ผอ.เขตวัฒนา ได้นำประกาศสำนักงานเขตวัฒนา จำนวน 2 ฉบับ มาติดไว้โดบรอบอาคาร โดยฉบับแรกเป็นเรื่องอาคารอันอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีใจความระบุว่า "แจ้งความ มายังบริษัท ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 18/8 ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เนื่องจากได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารตึก 12 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1ชั้น เพื่อใช้เป็นสำนักงาน เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2555 สำนักงานเขตวัฒนา จึงแจ้งมายังท่าน ในฐานะผู้ครอบครองอาคาร ห้ามเข้า ห้ามใช้อาคารทั้งหลัง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบอาคาร ด้านความปลอดภัยจากวิศวกรโยธา ผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันที่เชื่อถือได้" ส่วนอีกฉบับเป็นประกาศการห้ามใช้อาคาร มีใจความระบุว่า "ฝ่าฝืนมีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับวันละสามหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน"
   
              นายสัจจะกล่าวว่า ได้นำคำสั่งห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร มาติดไว้โดยรอบอาคาร โดยออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารห้ามให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในอาคารเด็ดขาด เนื่องจากต้องให้ทางเจ้าหน้าที่การโยธา และเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ส่วนการซ่อมแซมตัวอาคารนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของอาคารว่าจะใช้เวลานานเท่าใด อย่างไรก็ตามอาคารแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2522 โดยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฉบับเดิม ซึ่งแตกต่างกับอาคารใหม่ที่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี 2535 ซึ่งจะมีความทันสมัยมากกว่า
   
              ขณะเดียวกัน ทางนายธีระทัต คงจันทร์ ผอ.ฝ่ายบุคคลและบริหารงานทั่วไปของอาคารฟิโก้ เพลส ได้นำประกาศทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้ผู้ที่เช่าอาคาร มาลงชื่อไว้ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร โดยแจ้งหมายเลขติดต่อ 089-969-8645 เอาไว้ด้วย ซึ่งในวันนี้มีตัวแทนจากบริษัทต่างๆ ที่เช่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นสำนักงาน เดินทางมาติดต่อไม่มากนัก
     
              นายธีระทัต กล่าวว่า ขณะนี้ตัวอาคารเสียหายเป็นอย่างมาก ข้อมูลบริษัทต่างๆที่มีอยู่ประมาณ 20 กว่าบริษัท ก็หายไปหมด จึงขอให้ผู้ที่เช่าอาคาร มาลงทะเบียนไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับไป อย่างไรก็ตามหลังจากได้ข้อมูลเรื่องความเสียหายจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐมาแล้ว ก็จะทำการนัดผู้เช่าอาคารทั้งหมด เข้ามาประชุมร่วมกันที่โรงแรมแกรนด์ มิลเลเนียม ที่ติดกับอาคารฟิโก้ ในวันที่ 5 มี.ค.  เวลา 10.00 น. เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ทางอาคารจะมีมาตรการดำเนินการอย่างไรบ้าง
   
              ต่อมาเวลา 11.30 น.นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รอง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยนายพินิต เลิศอุดมธนา ผอ.กองควบคุมอาคาร สำนักงานโยธา กทม. ร.ต.อ.ธนาณุวัฒน์ สิทธิไชย พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ทองหล่อ เจ้าของคดี นำเจ้าหน้าที่สำนักงานการโยธา กทม. เดินทางเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร โดยนายธีระชน เปิดเผยก่อนเข้าตรวจสอบอาคารว่า จะนำเจ้าหน้าที่สำนักการโยธาเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในอาคารที่เกิดเหตุว่าได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน เพื่อประเมินว่าตัวอาคารจะสามารถใช้งานได้ต่อไปหรือไม่ ถ้าเสียหายไม่มาก ยังสามารถใช้งานได้ต่อไป ทางเจ้าของอาคารก็อาจจะต้องซ่อมแซมดัดแปลงตัวอาคารเพื่อให้สามารถใช้งานได้ต่อไป จากนั้นจึงจะประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ขึ้นไปตรวจสอบภายในอาคารที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป
   
              หลังจากใช้เวลาการตรวจสอบภายในอาคารที่เกิดเหตุนานประมาณ 1 ชั่วโมง นายธีระชน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในอาคารที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า ตัวโครงสร้างของอาคารไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ยังไม่สามารถใช้อาคารได้เนื่องจากมีน้ำจากการดับเพลิงเจิ่งนองอยู่ทั่วอาคาร และมีเขม่าควันตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุด ส่วนบริเวณชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นต้นเพลิงนั้นเสียหายไม่มาก พบว่ามีเขม่าควันเกิดขึ้นจากบริเวณโต๊ะทำงานซึ่งมีคอมพิวเตอร์อยู่ จากนั้นเพลิงน่าจะลุกลามไปยังชั้น 8-11 อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีฟิล์มติดอยู่ที่กระจกจึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่วนชั้นที่ 12 นั้นเสียหายเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 มี.ค.  ทางเจ้าหน้าที่สำนักการโยธาฯ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานฯ จะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
   
              "สำหรับตัวอาคารที่เกิดเหตุนั้นขออนุญาตตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งขณะนั้นยังใช้พรบ.ควบคมอาคารฉบับเก่าอยู่ เบื้องต้นให้ทางสำนักงานการโยธา ประสานงานขอความร่วมมือจากเจ้าของอาคารเก่าในพื้นที่ กทม.ที่สร้างก่อนปี 2535 ให้มีการติดตั้ง สปริงเกอร์ ตั้งแต่อาคาร 4 ชั้นขึ้นไป เนื่องจากอาคารใหม่ที่มีการติดตั้งสปริงเกอร์นั้น เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้วก็มักจะควบคุมคุมได้ไม่ลุกลามข้ามชั้น โดยหากเจ้าของอาคารรายใดต้องการติดตั้ง ทางกทม.ก็จะเร่งอำนวยความสะดวกให้ทันที และหลังจากนี้ทางกทม.ก็จะทำการสำรวจอาคารเก่าที่สร้างก่อนปี 2535 ทั้งหมดว่ามีอยู่กี่อาคาร และมีการติดตั้งสปริงเกอร์หรือไม่ ก่อนจะทำการพิจารณาเสนอให้ทางสภากรุงเทพมหานคร ร่างกฎหมายให้อาคารทั้งหมดดำเนินการตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี 2535 ทุกอาคาร เนื่องจากมีความปลอดภัย สูงกว่า พ.ร.บ.อาคารฉบับเก่า" นายธีระชน กล่าว
   
              ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลาประมาณ 12.00 น.ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตวัฒนา จำนวน 20 คน ได้เดินทางมาทำการทำความสะอาดกวาดเก็บขยะทั้งเศษกระดาษ และเศษกระจกที่แตกร่วงตกลงมาจากอาคารฟิโก้ อยู่ตามพื้นรอบอาคาร รวมทั้งภายในบ้านเลขที่ 20 และ20/1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งฉีดน้ำล้างทำความสะอาดตัวบ้านให้ด้วย