
'ปืน'แซง'หงส์'จบสกอร์2:1
'โรบิน ฟานเพอร์ซี' ทำคนเดียว 2 ประตู ให้ 'ปืนใหญ่-อาร์เซนอล' บุกแซงชนะ 'หงส์แดง-ลิเวอร์พูล' ถึงแอนฟิลด์ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ที่ 3 ม.ค.55 ขณะที่ 'ปีศาจแดง-แมนฯ ยูไนเต็ด' ได้ 'เวย์น รูนีย์' กองหน้าตัวเก่ง บุกไปดวล 'ไก่เดือยทอง-สเปอร์ส' พกสถิติไม่แพ
ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในศึกบิ๊กแมทช์ ประจำสัปดาห์ แต่เจ้าถิ่นไม่มี สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมที่เจ็บ ส่วนทีมเยือนก็ขาดนักเตะหลักหลายคน
เริ่มเกมขึ้นมา ลิเวอร์พูล ครองเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ นาทีที่ 19 น่าจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ถูก วอยเซียก เชสนี รวบล้มในเขตโทษ แต่จังหวะยิงจุดโทษของ เดิร์ก เคาท์ ถูก เชสนี ปัดเอาไว้ก่อนที่ เคาท์ ยิงซ้ำ เชสนี ก็ปัดออกไปได้อีก
นาทีที่ 23 ลิเวอร์พูล ได้ประตูออกนำจนได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผ่านบอลจากทางขวามาเสาแรกเป็น โลรองต์ คอสเซลนี ที่สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเองเป็น 1-0 ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา เฮนเดอร์สัน ได้จังหวะยิงหน้ากรอบเขตโทษ เชสนี ปัดออกมา ซัวเรซ ยิงซ้ำไปชนเสา และกลายเป็น อาร์เซนอล ที่ตีเสมอได้นาทีที่ 31 บาคารี ซาญา เติมเกมมาเปิดบอลจากทางขวา โรบิน ฟานเพอร์ซี โฉบโหม่งเข้าไปเป็น 1-1
ช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ลิเวอร์พูล น่าจะได้ประตูนำอีกครั้งจากการชาร์จบอลที่หน้าประตู บอลผ่าน เชสนี ไปแล้ว แต่ไปชนเสาออกมาจบครึ่งแรกจึงยังสกอร์เท่ากัน
ช่วงครึ่งหลัง อาร์เซนอล เริ่มจะทำเกมตอบโต้ได้มากขึ้น นาทีที่ 72 หวุดหวิดจะขึ้นนำบ้าง อเล็กซ ซง จ่ายออกซ้ายให้ คีแรน กิ๊บบ์ส ตบเข้ากลาง ธีโอ วัลค็อตต์ ยิงแฉลบแต่ โฆเซ เรนา ยังใช้ขาเซฟได้ และช่วงทดเจ็บผ่านไปเกือบ 3 นาที ทีมเยือนได้ประตูแซง ซง วางบอลเข้าเขตโทษทางซ้ายให้ ฟานเพอร์ซี ยิงวอลเล่เข้าทางเสาแรก จบเกม อาร์เซนอล แซงชนะ 2-1 มีเป็น 49 แต้ม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังมีแค่ 39 แต้ม
ด้านเกม วันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค.55 มีเกมฟาดแข้งกัน 3 คู่ โดยบิ๊กแมทช์อยู่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 3 มี 53 เปิดรังพบ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่มี 61 แต้ม เริ่มเตะเวลา 23.10 น. เจ้าถิ่นของ แฮร์รี เรดแนปป์ จะไม่มี สกอตต์ ปาร์คเกอร์ ที่ติดโทษแบน แต่จะได้ แกเร็ธ เบล, เลดลีย์ คิง, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท และไคล วอล์คเกอร์ ฟิตกลับมาช่วยทีม ส่วนกองหน้า หลุยส์ ซาฮา เด็กเก่าปีศาจแดง ที่ซัดไปแล้ว 3 ประตูจาก 3 นัดยืนคู่กับ เอมมานูเอล อเดบายอร์
ขณะที่ทีมเยือนของเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน จะได้ เวย์น รูนีย์ หายป่วยกลับมา แต่ อันโตนิโอ บาเลนเซีย กับ ทอม เคลเวอร์ลีย์ 2 กองหลังยังไม่สามารถกลับมาได้ ขณะที่ คริส สมอลลิง ในแนวรับต้องลุ้นทดสอบความฟิตอีกครั้ง และคาดว่าปีศาจแดงน่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมเหมือนเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อน เพราะมีตัวเลือกให้ใช้งานได้ไม่มากนัก โดยแมนฯ ยูไนเต็ด ยังพกสถิติข่มเจ้าบ้านอีกด้วย เพราะไม่เคยแพ้ สเปอร์ส ในทุกรายการที่พบกันมานานถึง 10 ปี นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่บุกไปแพ้ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 1-3 เมื่อปี 2001
ด้าน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล เตรียมเปิดถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ทำศึกแห่งศักดิ์ศรี "ดาร์บี้แมทช์แห่งถิ่นไทน์ไซด์" รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เวลา 19.00 น. นัดนี้ อลัน พาร์ดิว กุนซือเจ้าถิ่นรอเช็กความฟิตของ ปาปิสส์ ซิสเซ กองหน้าตัวใหม่ซึ่งน่าจะลงเล่นได้ และที่ผ่านมามีสถิติที่ไม่เคยแพ้ทีมเยือนคารังของตัวเองมานานแล้วถึง 10 ปี นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เป็นฝ่ายแพ้คาบ้านในศึกพรีเมียร์ลีก 1-2 เมื่อปี 2001
ฝั่งทีมเยือนของ มาร์ติน โอนีล มีลุ้นได้ตัว เครก กอร์ดอน กับ เดวิด วอห์น ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่ยังคงต้องรอเช็กความฟิตเสียก่อน ส่วนพวกตัวหลักอย่าง ซิมง มิโญเลต์, จอห์น โอเชีย, ลี คัตเทอร์โมล, เซบาสเตียน ลาร์สสัน และสเตฟาน เชสเซญอง ลงเล่นได้ตั้งแต่นาทีแรก เพื่อหวังกลับมาเก็บชัยให้ได้ หลังพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 2 เกมซ้อน
ส่วนอีกคู่หนึ่งในเวลา 21.05 น. ฟูแล่ม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน



