
เปิดยิ่งใหญ่!'ขอนแก่นเกมส์'ครั้งที่40
กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 40 'ขอนแก่นเกมส์' เปิดฉากอลังการ 'น้อย' พงษ์ศักดิ์ มณีทอง จอมพลังหนุ่มจากชุมพรทุบสถิติกวาด 3 เหรียญทองแรก
3 มี.ค.55 การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ขอนแก่นเกมส์” ที่ จ.ขอนแก่น มีพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ที่สนามกีฬากลางจังหวัด โดยมี นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ซึ่งเจ้าภาพได้จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา ด้วยการแสดง แสง สี และเสียง 9 ชุด โดยเริ่มด้วยการแสดงวงโปงลางสินไซ ต่อด้วยการแสดงชุดแรกคือ สายแสงแห่งดอกคูนและเสียงแคน ชุดที่ 2 สายแสงส่องดินแดน พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ และชุดที่ 3 สายแสงใจ นักกีฬา ทุกสารทิศ จากนั้นขบวนพาเหรดนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 77 จังหวัด เรียงตามลำดับอักษร เดินเข้าสนาม ก่อนปิดท้ายด้วยคณะของเจ้าภาพ
จากนั้นเป็นการแสดงชุดที่ 4 สายแสงจิต ศักดิ์ศรี พิธีการ ต่อด้วยพิธีเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา ก่อนที่นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงาน และประธานในพิธีกล่าวเปิดการแข่งขัน ตามด้วยพิธีเชิญธง จ.ขอนแก่น ธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และพิธีกล่าวคำปฏิญาณตน ต่อมาเป็นการแสดงอีก 5 ชุด ได้แก่ สายแสงทิพย์ ไฟพระฤกษ์ เบิกฟากฟ้า ซึ่งเป็นพิธีการจุดไฟในกระถางคบเพลิง อันสื่อว่า "ขอนแก่นเกมส์" ได้เปิดฉากแล้ว, สายแสงวัน เวลา อารยะถิ่นฐาน, สายแสงเรือง เมืองหลวง สรวงพิมาน, สายแสงสาน คนขอนแก่น หมื่นแสนใจ และปิดท้ายด้วย สายแสงทอง โรจน์อำไพ ทรงพระเจริญ ใช้นักแสดงกว่า 3,000 คน ซึ่งมีนักกีฬาฮีโร่ชาวขอนแก่นร่วมด้วย คือ "ซูเปอร์บอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง "เจ้าบาส" สมรักษ์ คำสิงห์ และใช้ "สังข์ศิลป์ชัย" สื่อเรื่องราวซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวอีสานขี่คชสีห์ ลอยตัวขึ้นไปจุดไฟในกระถางคบเพลิง สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก
สำหรับการแข่งขันชิงเหรียญทองวันแรก ไฮไลท์อยู่ที่โรงเรียนบ้านไผ่ขอนแก่น 5 สถานที่จัดแข่งกีฬายกน้ำหนัก ที่ชิง 6 เหรียญทองจาก 2 รุ่น ในรุ่น 56 กก.ชาย ซึ่งเป็นการชิงชัยเหรียญทองแรกของ “ขอนแก่นเกมส์” มีจอมพลังหนุ่มร่วมแข่งขัน 18 คน ปรากฏว่า “เจ้าน้อย” พงษ์ศักดิ์ มณีทอง จากชุมพร กวาด 3 เหรียญทอง ท่าสแนทช์ 117 กก. ทำลายสถิติที่ทำไว้เอง 116 กก. ในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38, คลีนแอนด์เจิร์ก 138 กก. น้ำหนักรวม 255 กก. ทำลายสถิติของตัวเอง 253 กก.ในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38
พงษ์ศักดิ์ หนุ่มวัย 26 ปี เปิดเผยว่า ดีใจที่ทำเหรียญทองแรกให้ จ.ชุมพร ซึ่งจังหวัดให้การสนับสนุนและดูแลนักกีฬาเป็นอย่างดี และมีเงินรางวัลตอบแทนความสำเร็จให้ด้วยคือ เหรียญทองละ 3 หมื่นบาท ซึ่งตนได้มา 3 เหรียญ โดยหลังจากนี้ชุมพรยังมีลุ้นเหรียญทองจากยกน้ำหนักอีกหลายรายการด้วยกัน
รุ่น 48 กก.หญิง “น้องมายด์” สิริวิมล ประมงคล จอมพลังสาวจากชลบุรี ดีกรีเหรียญเงินยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 กวาด 3 เหรียญทอง หลังจบท่าสแนทช์ 82 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 108 กก. และน้ำหนักรวม 190 กก. ด้าน เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล จากชุมพร ได้ 3 เหรียญเงิน ด้วยสถิติ 81 กก. 100 กก. และ 181 กก. และเหรียญทองแดง ท่าสแนทช์ อรอุมา วันฤกษ์ จากสุรินทร์ 68 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์กและน้ำหนักรวม จารุวรรณ โพธิ์สุข จากนครสวรรค์ 89 กก. และ 155 กก. ตามลำดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรุ่น 56 กก.ชาย ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน ในจังหวะที่ ณรงค์ชัย อิ่มอุระ จากนครสวรรค์ ออกมายกท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ปรากฏว่า ยกพลาดทำให้แกนเหล็กที่แบกน้ำหนักถึง 130 กก. หล่นลงมากระแทกบริเวณหน้าขา ก่อนที่ณรงค์ชัยจะทรุดตัวลงนอนกับพื้น จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้ามาปฐมพยาบาลและหามส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่ จากนั้นแพทย์ได้เอกซเรย์ ปรากฏว่า ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง แค่ฟกช้ำเล็กน้อย
คาราเต้-โด ชิง 4 ทอง ที่ ม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในประเภทท่ารำบุคคลหญิง “ปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา นักคาราเต้-โดทีมชาติจากขอนแก่น คว้าเหรียญทองได้ด้วยการเอาชนะ ปวีณา รักษาชาติ จากกรุงเทพฯ 4-1, ในประเภทท่ารำทีมหญิง ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา, รัตนาวดี เลิศลบ และกาหลง บัวนาค จากขอนแก่น เอาชนะ จนจิรา มุขพันธ์, กชกร วิจิตรนาวี, ชาลินี เครือยศ ของภูเก็ต 5-0 ญาณิศา คว้าเหรียญทองที่สองให้กตัวเองสำเร็จ รับเงินอัดฉีดจากขอนแก่นแน่นอนแล้ว 8 หมื่นบาท และเหลือการแข่งขันให้ลุ้นอีก 2 ประเภท ส่วน ท่ารำบุคคลชาย สรรพสิทธิ์ ชลพันธ์ จากขอนแก่น เอาชนะ ศุภ งามพึงพิศ จากกรุงเทพฯ 5-0 ส่วนทีมชาย ขอนแก่น ชนะฟาวล์ ภูเก็ต คว้าเหรียญทองที่ 4 ได้สำเร็จ เนื่องจากทีมนักร่ายรำจากภูเก็ตที่แข่งก่อนเจ้าภาพ ใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดจึงถูกดิสควอลิฟาย
บิลเลียด ชิง 1 ทอง ประเภทชายคู่ ธวัช สุจริตธุระการ และสมชาย จันทร์ลอย จากสงขลา เอาชนะ มนูญ ใยบัว และมลรัตน์ ตันตระกูล จากมหาสารคาม 2-1 เฟรม เหรียญทองแดงเป็นของอุตรดิตถ์



