ข่าว

อย่าใจร้อน

อย่าใจร้อน

12 พ.ค. 2552

ผมเป็นผู้ป่วยที่เลือกรับการรักษาสิทธิกับโรงพยาบาลวัฒนา จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 ผมได้ไปตรวจรักษาโรค เนื่องจากเจ็บหน้าอกและมีอาการเหนื่อย ไปพบหมอโรคหัวใจได้ตรวจและให้วิ่งสายพาน ปรากฏว่า ผมเส้นเลือดหัวใจตีบ

คุณหมอจึงแจ้งให้โรงพยาบาลทราบ ทางโรงพยาบาลจึงได้ทำเรื่องให้ผมถือหนังสือส่งตัวไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตรวจเบื้องต้นแล้วได้ส่งผมไปที่แผนกหัวใจ คุณหมอได้ตรวจและนัดให้ผมมาฉีดสีที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ในวันที่ 25 มีนาคม 2552
 ผลการฉีดสี เส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ประมาณ 90% จะต้องทำการบอลลูน ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5 แสนบาท คุณหมอจึงแจ้งให้ผมทราบและแนะนำให้ผมกลับไปคุยกับโรงพยาบาลวัฒนาในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำบอลลูน
 ผมจึงไปติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวัฒนา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2552 เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผมมาพบคุณหมอกนกรัตน์ คุณหมอกนกรัตน์แจ้งว่าการรักษาผมนั้นโรงพยาบาลวัฒนายังไม่ส่งตัวไปรักษา ผมถามว่าเมื่อไหร่จะส่งผมไปรักษา คุณหมอกนกรัตน์ก็ตอบว่า ยังไม่รู้ ผมจะถามอะไรเรื่องการรักษา คุณหมอกนกรัตน์ก็ตอบว่าไม่ได้อย่างเดียว ผมจึงถามว่าโรงพยาบาลมีงบประมาณในการทำบอลลูนครั้งละเท่าไหร่ คุณหมอบอกว่า 2 แสนบาท
 ผมจึงแจ้งว่าผมขอได้หรือเปล่า ส่วนอีก 3 แสนบาทนั้น ผมจะไปหามารักษาเอง คุณหมอกนกรัตน์บอกว่าไม่ได้และไม่ให้ ผมถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะได้รักษาผม คุณหมอกนกรัตน์ก็ตอบว่าไม่รู้ ไม่มีกำหนด และปฏิเสธในการรักษาผมทุกอย่าง คุณหมอกนกรัตน์ยังบอกอีกว่าที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์นัดให้ผมไปพบวันที่ 8 เมษายน 2552 นั้น โรงพยาบาลวัฒนาจะไม่ส่งตัวผมไปพบ ถ้าผมจะไปพบให้ผมออกค่าใช้จ่ายเอง โรงพยาบาลวัฒนาจะไม่ออกค่าใดๆ ทั้งสิ้น
 การปฏิเสธไม่ส่งตัวคนป่วยไปรับการรักษาตามสิทธินั้นถูกต้องแล้วหรือครับ
ภาวัต
ตอบ
 นพ.สิทธิชัย อังกลมเกลียว ผู้อำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลนอร์ทอิสเทอร์นวัฒนา จ.อุดรธานี ชี้แจงว่า โรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธที่จะส่งตัวผู้ป่วย ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน แต่ผู้ป่วยใจร้อนรีบเร่งจะให้เปลี่ยนโรงพยาบาล
 โรงพยาบาลได้ทำหนังสือส่งตัวผู้ป่วยเพื่อรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งเป็นสถานพยาบาลในระดับที่สูงกว่าที่โรงพยาบาลได้ทำสัญญาไว้
 ต่อมาศูนย์ประสานสิทธิ์ประกันสังคมของโรงพยาบาลได้รับเรื่องว่า ผู้ป่วยขอเปลี่ยนสถานพยาบาลของโรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นศูนย์หัวใจสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม โดยผู้ป่วยให้เหตุผลว่า โรงพยาบาลศรีนครินทร์ต้องรอคิวนาน ศูนย์ประสานสิทธิ์ประกันสังคมได้นำเรื่องปรึกษาผู้อำนวยการเพื่อพิจารณา เพราะศูนย์หัวใจสิริกิติ์ไม่ได้เป็นสถานพยาบาลในระดับที่สูงกว่าที่โรงพยาบาลได้ทำสัญญาไว้ โดยผู้อำนวยการได้พิจารณาเปลี่ยนสถานพยาบาลให้ตามที่ผู้ป่วยร้องขอ
 วันที่ 26 มีนาคม ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ได้ประมาณราคาค่ารักษาเป็นจำนวนเงิน ประมาณมากกว่า 4 แสนบาท ผู้อำนวยการได้แจ้งศูนย์ประสานสิทธิ์ประกันสังคมเพื่อแจ้งให้ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ทราบว่าโรงพยาบาลขอให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งเนื่องจากเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงและศูนย์หัวใจสิริกิติ์ไม่ได้เป็นสถานพยาบาลในระดับที่สูงกว่าที่โรงพยาบาลได้ทำสัญญาไว้ และศูนย์ประสานสิทธิ์ประกันสังคมได้แจ้ง คุณอัจฉรา เจ้าหน้าที่ของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ให้รับทราบและแจ้งให้ผู้ป่วยนำประวัติการรักษาที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์กลับมาประกอบการพิจารณาส่งตัวอีกครั้ง
 วันที่ 28 มีนาคม ผู้ป่วยได้มาพบแพทย์กนกรัตน์เพื่อปรึกษา แพทย์กนกรัตน์ ได้แนะนำว่าโรงพยาบาลต้องประชุมกรรมการเพื่อพิจารณาก่อน เนื่องจากเป็นรายการผ่าตัดที่มีราคาสูงและศูนย์หัวใจสิริกิติ์ไม่ได้เป็นสถานพยาบาลที่โรงพยาบาลได้ทำสัญญาไว้ และวันที่ 28 มีนาคม เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จึงไม่สามารถให้คำตอบได้ และเมื่อพิจารณาแล้วจะแจ้งให้ผู้ป่วยทราบอีกครั้ง
 วันที่ 31 มีนาคม คณะกรรมการได้มอบหมายให้ น.ส.นวนจันทร์ ประสานเรื่องขอทราบแผนการรักษากับศูนย์หัวใจสิริกิติ์ เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้นำประวัติการรักษามาด้วยและคณะกรรมการได้พิจารณาหลักการตามสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมประกอบกับประวัติการรักษาของผู้ป่วยจึงอนุมัติให้ส่งตัวผู้ป่วยไปรับการผ่าตัดที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ และได้สั่งให้ น.ส.นวนจันทร์ แจ้งผู้ป่วยในวันที่ 1 เมษายน เพื่อให้ผู้ป่วยรับทราบ
 ผู้อำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลนอร์ทอิสเทอร์นวัฒนา บอกว่า รับทราบว่าผู้ป่วยได้เปลี่ยนสถานพยาบาลแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
ลุงแจ่ม