ข่าว

พม่าส่งข้าวสาร100กระสอบช่วยผู้ลี้ภัย

พม่าส่งข้าวสาร100กระสอบช่วยผู้ลี้ภัย

03 มี.ค. 2555

ผู้ว่าฯ ระบุ พม่าให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ส่งข้าวสาร จำนวน 100 กระสอบ และเงินสด 3 ล้านจ๊าต ช่วยผู้ลี้ภัยพม่าที่ถูกไฟไหม้บ้าน ระบุสภาพผู้ลี้ภัยยังลำบาก ไม่มีเต็นท์ช่วยเหลือ เตรียมประสานจังหวัดนครสวรรค์ขอยืมเต็นท์ให้ผู้ลี้ภัย

                 3 มี.ค.55 นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปตรวจราชการ และดูความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยสงคราม หลังเพลิงไหม้พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยม ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จ.ตาก โดยมี นายเขตไท วงศ์สุวรรณ ปลัดอำเภอ หัวหน้าพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยมให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปสถานการณ์ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ โดยผู้ลี้ภัยจากการสู้รบที่บ้านอุ้มเปี้ยมมีกว่า 10,000 คน โดยในจำนวนนี้มีทั้งที่ไม่มีสถานภาพผู้ลี้ภัย ที่กำลังรอการพิจารณา และมีสถานภาพผู้ลี้ภัยแล้วกว่า 9,000 คน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวตั้งขึ้นมา เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยนำผู้ลี้ภัยมาจากด้าน อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จากสถานการณ์การสู้รบ และมีกองกำลังต่างชาติบุกเข้ามาเผาพื้นที่พักพิงชั่วคราวที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย - พม่า ซึ่งในปัจุบันมีสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ เข้าไปให้ความช่วยเหลือ

                 นายสุริยะ กล่าวว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นพม่าที่รัฐกะเหรี่ยง ได้ส่งข้าวสาร จำนวน 100 กระสอบ และเงินสดสกุลเงินจ๊าต จำนวน 3 ล้านจ๊าต เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงครามในพื้นที่พักบ้านอุ้มเปี้ยม ส่วนที่อยู่อาศัยผู้ลี้ภัยที่ประสบอัคคีภัยนั้น และยังไม่มีที่อยู่อาศัย ทางจังหวัดตาก จะประสานกับทางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อขอยืมเต็นท์เป็นหลังไปให้ผู้ลี้ภัยเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว

 

ผวจ.ตากแนะท้องถิ่นประสานพม่าร่วมดับไฟป่าป้องกันปัญหาหมอกควัน

                 นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปตรวจราชการ และดูสถานการณ์ไฟป่าที่บ้านวาเล่ย์  ต.วาเล่ย์ อ.อพบพระ จ.ตาก  ซึ่งพบว่า มีหมอกควัน และฝุ่นละลอง ปกคลุมพื้นที่ชายแดนไทย - พม่า อันเนื่องมาจากการเผาทำลายป่า ทั้งสองฝั่งไทย และพม่า ซึ่งสภาพอากาศมีหมอกควัน และฝุ่นละอองค่อนข้างหนาตา

                 นายสุริยะ กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องปัญหาหมอกควัน โดยให้ผู้นำท้องถิ่นประสานกับผู้นำท้องถิ่นประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยกันดูแลปัญหาไฟป่า และขอความร่วมมือ และแนะนำประชาชนทั้งสองฝั่งไทย - พม่า อย่าจุดไฟเผาป่า หรือเผาวัชพืชในช่วงนี้