ข่าว

สัมผัสสวนเกษตรสันติราษฎร์

สัมผัสสวนเกษตรสันติราษฎร์

04 มี.ค. 2555

ท่องโลกเกษตร : สัมผัสสวนเกษตรสันติราษฎร์ โครงการเสริมรายได้ให้ตำรวจไทย โดย...ดลมนัส กาเจ

                 พื้นที่ 230 ไร่เขต ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ที่เคยแห้งแล้งเมื่อ 7 ก่อน วันนี้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว อุดมไปด้วยพืชพรรณหลายชนิด และเลี้ยงสัตว์ ทั้งสุกร กบ และไก่พื้นบ้านพันธุ์ไก่ชน อันเป็นอาชีพเสริมของเหล่าตำรวจไทย 31 ครอบครัว จากสถานีตำรวจภูธรอำเภอเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี หลังจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ทำโครงการ "หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์" ลักษณะเป็นโครงการความร่วมมือ 4 ประสานคือเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารทหารไทย สถานีตำรวจภูธรอำเภอเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อพัฒนาหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ให้เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมแนวใหม่แห่งแรกของประเทศไทย

                 ในพื้นที่ 230 ไร่ของโครงการ "หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์" แบ่งเป็น 2 ส่วน คือเป็นที่อยู่อาศัยของตำรวจที่ร่วมโครงการทั้ง 31 ครอบครัว ให้ครอบครัวละ  1 ไร่ครึ่ง หรือ 600 ตารางวา ประกอบด้วยบ้านพัก 2 ชั้น 1 หลัง เล้าไก่พื้นเมือง 1 หลัง พื้นที่เหลือสมาชิกปลูกไม้ผลสุดแต่ใครจะปลูกอะไรก็ได้ รวมพื้นที่แล้ว 50 ไร่ ส่วนที่ 2 ใช้สำหรับดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ มีพื้นที่ทั้งหมด 180 ไร่ ประกอบด้วยหน่วยธุรกิจต่างๆ ที่ซีพีเอฟเข้าไปสนับสนุนอาชีพด้านการเกษตร มี จักรภพ บุญกว้างเป็นผู้ดูแล ในพื้นที่ 97 ไร่ ซึ่งจักรภพ บอกว่า กิจกรรมทางการเกษตรนั้นมีไร่องุ่น และผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกในระบบโรงเรือน มีทั้งหมด 56 โรงเรือน เป็นองุ่นไร้เมล็ดสายพันธุ์แบล็คโอปอร์ มีผลทรงกลมสีดำ กรอบ เนื้อแน่น รสหวานชื่นใจ และพันธุ์ลูส เพิลเล็ท มีผลทรงกลม สีเหลืองทอง กรอบ หวานอร่อย มีทั้งหมด 10 โรงเรือน ปัจจุบันผลองุ่นขายปลีกราคากิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนผักปลอดสารพิษนั้นมีกะเพรา กวางตุ้ง และมะเขือเทศ ส่วนนี้สร้างรายได้ให้แก่ตำรวจที่เป็นสมาชิกครอบครัวละ 1.8 หมื่นบาทต่อเดือนตามที่รับประกันไว้ โดยซีพีเอฟเป็นผู้ดำเนินการ

                 พื้นที่เหลืออีก 56 ไร่ เป็นพื้นที่โรงเรือนเลี้ยงสุกร ประกอบด้วยโรงเรือนสุกรอนุบาล 4 หลัง และโรงเรือนสุกรขุน 6 หลัง อีกส่วนเป็นบ่อหมักก๊าซชีวภาพ เพื่อบำบัดของเสียจากมูลสุกรและนำก๊าซชีวภาพมาใช้ภายในโครงการ ในส่วนนี้ทำให้สมาชิกมีรายได้เดือนละ 4,700 บาทต่อครอบครัว และสุดท้ายพื้นที่เหลืออีก 13 ไร่เป็นพื้นที่ก่อสร้างบ่อเลี้ยงกบ มีทั้งหมด 168 บ่อ เลี้ยงกบนาบ่อละ 3,000 ตัว สร้างรายได้ให้แก่ตำรวจที่เป็นสมาชิกเดือนละ 4,000 บาทต่อครอบครัว

                 สาโรจน์ เจียระคงมั่น รองกรรมการผู้จัดการซีพีเอฟ ซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการนี้ บอกว่า ซีพีเอฟเข้าไปบริหารโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ เน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปบริหารจัดการ และหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร ส่วนธนาคารทหารไทยสนับสนุนการลงทุน คือให้กู้ทั้งในส่วนบุคคลสำหรับพื้นที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยแต่ละครอบครัว ตามเงื่อนไขให้ผ่อนชำระเดือนละ 6,500 บาทต่อครอบครัว และเงินกู้เพื่อดำเนินธุรกิจเกษตรจำนวน 43.86 ล้านบาทในนามบริษัท เกษตรสันติราษฎร์ จำกัด ที่ครอบครัวสมาชิกตำรวจทั้งหมดในหมู่บ้านเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน และต้องชำระคืนเงินกู้ในอัตราเดือนละ 20,200 บาทต่อครอบครัว เป็นเวลา 15 ปี เมื่อครบ 15 ปีแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นของสมาชิกต่อไป 

                 "การบริหารของเรา เน้นภายใต้ความคิด 1 หมู่บ้าน 4 ผลิตภัณฑ์ คือสมาชิกจะมีรายได้จาก 4 อาชีพหลัก ได้แก่ แปลงผักปลอดสารพิษจะมีรายได้มากที่สุด ตามด้วยไร่องุ่น ฟาร์มหมู และบ่อเลี้ยงกบ ตรงนี้มีรายได้แน่นอนเดือนละ  26,700 บาทต่อครัวเรือน  และมีอีก 1 อาชีพเสริมคือการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ไก่ชน ครอบครัวละ 10 ตัว เมื่อหักต้นทุนแล้วจะมีกำไรตัวละ 300 บาท ตรงนี้สมาชิกจะได้เงินแน่นอนในขั้นต่ำเดือนละ 3,000 บาท" สาโรจน์กล่าว 

                 ด้าน สมพร เจิมพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ บอกว่า ผลพลอยได้อย่างหนึ่งของโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ก็คือจากก๊าซชีวภาพที่มาจากมูลสุกร สามารถนำพลังงานทั้งที่เป็นแก๊สหุงต้ม และนำไปผลิตไฟฟ้า ช่วยลดกระแสไฟฟ้าในโครงการถึง 70% หรือประหยัดได้เดือนละกว่า 2 แสนบาท นอกจากกากของมูลสุกรสามารถนำมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์แล้ว ยังนำไปบำรุงหน้าดินในโครงการทำให้สภาพดินในโครงการที่เคยแห้งแล้งในอดีตกลับเขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ขึ้นมา จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือต้นไม้ภายในโครงการขึ้นงามกับสภาพป่ารอบๆ โครงการที่ยังแห้งแล้งอยู่

                 ขณะที่ ด.ต.ชาญกิจ เสนทา อายุ 61 ปี อดีต ผบ.งานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเกาะจันทร์ บอกว่า การตัดสินใจร่วมโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์นั้น เกิดมาจากช่วงที่เป็นข้าราชการตำรวจ อยากมีที่ดินเป็นของตัวเองสักหนึ่งแปลงไว้ทำการเกษตรเล็กๆ น้อยๆ หลังจากเกษียณอายุราชการ แต่นึกถึงลำพังรายได้ของตำรวจชั้นผู้น้อยซึ่งมีไม่มากคงไม่ง่ายนัก พอดีซีพีเอฟเข้ามาดำเนินโครงการเพื่อช่วยให้เพิ่มรายได้แก่ตำรวจ เห็นว่าน่าจะดีจึงตัดสินใจร่วมโครงการมาตั้งแต่แรก หลังจากนั้นใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติหน้าที่มาต่อเติมบ้าน ปลูกมะม่วง ขนุน มะปราง ในพื้นที่รอบๆ บ้านพัก ขณะนี้เพิ่งออกผลผลิตจึงยังไม่สามารถนำไปขายได้ แต่รายได้เสริมที่ชัดเจนคือมาจากการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ไก่ชน เริ่มแรก 10 ตัว สร้างรายได้อย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาท ปัจจุบันเลี้ยงไว้กว่า 30 ตัว หากคำนวณรายได้ตัวละ 300 บาท

                 "ตอนนี้โครงการต่างๆ ทางซีพีเอฟเป็นผู้ดำเนินการ จะแบ่งส่วนกำไรมาให้เป็นรายเดือน เป็นรายได้ที่แน่นอน จึงนำเป็นค่าผ่อน ตรงนี้ไม่เดือดร้อน แต่เราก็มีรายได้เล็กๆน้อยๆ จากการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ไก่ชน ซึ่งซีพีจะเป็นผู้นำอาหาร ฉีดยา และแนะนำวิธีการเลี้ยงให้ทุกอย่าง เราแทบไม่ลงทุนเลย พอไก่ถึงอายุ ทางซีพีเอฟก็มารับซื้อทั้งหมดในราคาตัวละ 300 บาท ตรงนี้มีรายได้แน่นอน และทุกบ้านด้วย" ด.ต.ชาญกิจกล่าว

                 ทั้งหมดเป็นเพียงบางส่วนของที่ทีมท่องโลกเกษตรของเราที่ไปเยือนชมโครงการหมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์ ที่เป็นโครงการนำร่องที่ 4 หน่วยงานดำเนินการเพื่อชุบชีวิต และสร้างรายได้เสริมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี แห่งนี้

.................................
(ท่องโลกเกษตร : สัมผัสสวนเกษตรสันติราษฎร์ โครงการเสริมรายได้ให้ตำรวจไทย โดย...ดลมนัส  กาเจ)