ข่าว

'บุญทรง'แจงจำนำมัน-ข้าวแก้สวมสิทธิ์

'บุญทรง'แจงจำนำมัน-ข้าวแก้สวมสิทธิ์

03 มี.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'งดจัดรายการ'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน'ส่ง'บุญทรง' แจงโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง-ข้าว แก้ปัญหาสวมสิทธิ์

                  3 มี.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี งดจัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยมอบหมาย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางวัชรี วิมุกตายน อธิการบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดรายการแทน โดยมีนายธีรัตถ์ รัตนเสรี เป็นผู้ดำเนินรายการ แจงรายละเอียดโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง โครงการรับจำนำข้าว และปัญหาการสวมสิทธิ์

                  นายบุญทรง กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ผลผลิตมันสำปะหลังอยู่ที่ 20 ล้านตัน แต่ปีนี้ผลผลิตทั้งปี ได้ 24-25 ล้านตัน เนื่องจากปีก่อนๆ ส่งออกได้มาก เกษตรกรมีรายได้ดี ทำให้มีแรงจูงใจในการผลิตเพิ่ม แต่พอปีนี้เกิดมีปัญหาด้านการส่งออก ทำให้กระบวนการส่งออกล่าช้า ประเทศผู้นำเข้าต่างชะลอ ไม่มีที่จะนำไปขาย รัฐบาลเล็งเห็นว่า มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ที่นำมาแปรสภาพได้หลายชนิด ในหลายอุตสาหกรรม เช่น กระดาษ เอทานอล ฯลฯ ซึ่งทางรัฐบาลจะดูแลให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ที่พอเพียง

                  ทั้งนี้ โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง เดิมได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรง และได้มาเริ่มต้นโครงการวันที่ 1 ก.พ.55 โดยการดำเนินการเกษตรกรต้องนำลานมันเข้าร่วมโครงการของรัฐบาล ซึ่งต้องมีการรับรอง เมื่อตรวจสอบลานมันเรียบร้อย รับรองแล้วก็จะส่งให้องค์การคลังสินค้าทำสัญญาที่จะเข้าลานมันต่อไป ขั้นตอนอย่างน้อย 2 อาทิตย์ขึ้นไป ทำให้ในช่วงแรกๆ ยังมีลานมันเข้าโครงการไม่มาก เพราะเรื่องของเวลา และการขนส่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้น ในช่วงต้นอาจยังขรุขระ

                  “ขณะนี้มีลานมันเข้าโครงการทั้งหมด 600 แห่ง ที่รับรองแล้ว 400 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 60-70 ส่วนที่เหลือกำลังเร่งทำสัญญาให้เสร็จโดยเร็วและเปิดรับมันสำปะลังจากเกษตรกรได้ จึงอยากเรียนให้พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันว่า ระหว่างที่รอ พื้นที่ที่ยังไม่มีลานมันจะเข้าโครงการที่เกษตรกรจะเอามันไปขาย รัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ให้สินเชื่อวงเงิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรสามารถกู้เงินได้ร้อยละ 30 ของจำนวนปริมาณมันสำที่มีอยู่ ตามราคาที่รัฐบาลรับจำนำ และมีอัตราดอกเบี้ย 0% ตามระยะเวลาจนกว่าที่จะนำมันสำปะลังไปขายให้ลานมันได้ และได้ดำเนินการให้ ธ.ก.ส.ยืดเวลาชำระหนี้ของเกษตรกรออกไปถึงสิ้นเดือน มิ.ย. พี่น้องเกษตรกรจะได้ไม่ต้องรีบขุดมันไปขาย เพื่อชำระหนี้ ธ.ก.ส. เมื่อลานมันมีความพร้อมค่อยขุดมันไปขายให้ลานมัน นี่จะเป็นกระบวนการที่เกษตรกรดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงที่รอนำมันสำปะลังไปขายให้ลานมัน” นายบุญทรง กล่าว

                  นายบุญทรง กล่าวต่อว่า สำหรับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปีนี้เป็นกรณีพิเศษ เพราะมาเริ่มต้นช่วงกลางฤดู ทำให้เกษตรกรที่เดิมไม่ได้ตั้งใจเข้าโครงการไม่ได้ขึ้นทะเบียน คณะกรรมการนโยบายมันสำปะลังได้ขยายเวลาขึ้นทะเบียนให้ถึงสิ้น มี.ค. 55 นี้ ส่วนกรณีการสวมสิทธิ์นั้น ในระดับนโยบายได้หารือกับ รมว.มหาดไทย โดยมอบเป็นทางการแล้วว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการต้องดูแลสอดส่อง มีกระบวนการเร่งรัดและตรวจสอบเป็นหน้าที่หลักที่ ผู้ว่าฯ ต้องดูแลใกล้ชิด และเมื่อเกิดปัญหาก็ต้องเร่งแก้ไข เป็นนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อเกิดปัญหาต้องรีบแก้ไม่ให้เกิดการออกมาเดินขบวน อย่างไรก็ตาม โครงการรับจำนำมันสำปะหลังเริ่มเมื่อ ก.พ. มีการขุดหัวมันไปแล้วร้อยละ 55 ยังเหลือในดินร้อยละ 45 คิดปริมาณ 8-9 ล้านตัน ในส่วนนี้บางส่วนไม่ได้เข้าโครงการ คาดว่า เหลือที่จะเข้าโครงการรับจำนำ ประมาณ 6 ล้านตัน ซึ่งจากการติดตามข้อมูลจนถึง 29 ก.พ.มีเข้าโครงการแล้ว 7 แสนตัน เฉพาะในวันที่ 1 ประมาณ 6 หมื่นตัน คิดว่า ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น เพราะมีการเปิดโกดังกลางเร็วขึ้นในปริมาณที่มากขึ้น เป็นการกระจายพื้นที่และอนุญาตให้ในบางพื้นที่ที่ไม่มีลานมันเข้าโครงการเลย โดยอนุญาตให้พื้นที่ข้างเคียงที่มีลานมันเข้าโครงการ คิดว่า อีกไม่นานจะทำให้เกษตรกรมีความคล่องตัวในการขุดมันเข้าโครงการได้มากขึ้น

                  "ส่วนโครงการรับจำนำข้าวนั้นเริ่มเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา มีข้าวที่เริ่มเข้ามาในโครงการและมีการส่งใบตรวจแล้ว ประมาณ 10-20 ล้านตัน ซึ่งตอนนี้มีข่าวการสวมสิทธิ์เกิดขึ้นมากมาย และ ล่าสุด มีการแอบเอาข้าวไปขาย ซึ่งได้มีการตรวจสอบ และหากมีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทางคดีและอาญา อย่างแน่นอน จึงอยากฝากประชาชนว่า ไม่ต้องกังวล ทางรัฐบาลได้ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และความโปร่งใส" นายบุญทรง กล่าว