
'มือคุ้ย...งานช้าง'
'มือคุ้ย...งานช้าง' : ขอดเกล็ดดาวเงิน ด.ต.มนตรี ปึงโฆษิต ผบ.หมู่กลุ่มงานนิติพยาธิ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ
แวะเวียนผ่านมาแถวสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แอบนึกถึงตอนที่ กระจอกข่าวแอบติดตามไป "ชันสูตรพลิกศพช้าง" ที่แก่งกระจาน ซึ่งหลายหน่วยงานต่างลงมือลงแรงช่วยกันแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน!!
หนึ่งในนั้นคือ ด.ต.มนตรี ปึงโฆษิต ผบ.หมู่กลุ่มงานนิติพยาธิ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ หรือ ในวงการเรียกเขาว่า "ดาบปึง" ผู้ช่วยแพทย์ชันสูตรพลิกศพมาไม่ต่ำกว่า 5,000 ศพ
กระจอกข่าว อยากรู้นักว่า ระหว่างชันสูตรพลิกศพ "คน" กับ "ช้าง" ต่างกันอย่างไร?..จึงหอบความสงสัยบุกไปถามถึงห้องทำงาน
"ปกติเคยผ่าแต่ศพคน เคยเจอแบบเน่าในน้ำ เน่าในป่า เน่าในทะเล มีหนอนขึ้น อย่างตอนเกิดสึนามิก็เคยผ่ามาแล้ว แต่ยังไม่เคยเจองานช้างแบบนี้ ที่ต้องมาผ่าช้างจริงๆ ตอนแรกรู้ว่าช้างถูกยิง จึงต้องไปหาลูกกระสุนปืน ปัญหาที่เจอ คือช้างตัวใหญ่มาก แต่ละชิ้นหนักมาก และสภาพศพช้างเริ่มเน่าแล้ว ทั้งกลิ่นและแก๊ส ตีอัดเต็มหน้าเลย" ดาบปึงเล่าวินาทีคุ้ยหากระสุนปืน
ด.ต.มนตรี เล่าต่อว่า ตอนคุ้ยหากระสุนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเราตั้งใจจะหาให้เจอ แต่พอคุ้ยหาไปเรื่อยๆ กล้ามเนื้อช้าง ตอนนั้นมันสลายเละไปหมดแล้ว แถมต้องทำงานแข่งกับเวลาด้วย เพราะเดี๋ยว 4 โมงเย็นช้างป่าจะลงมา จึงต้องเร่งมือกว่าจะเจอได้ก็เล่นซะเกือบหมดแรง พอขากลับรองผู้กำกับเอ่ยปากว่าได้กลิ่นอะไรไหม ก็ไม่ต้องสืบว่ากลิ่นซากช้างนั้นมาจากใคร (ฮา)
จากประสบการณ์ผ่าๆ คุ้ยๆ หาวัตถุหลักฐานจากซากศพมานานกว่า 20 ปีของ "ดาบปึง" ย้อนถึงความทรงจำก่อนเข้ามาสู่วงการสีกากีว่า หลังจากสอบโรงเรียนพลตำรวจมาเป็นตัวสำรอง ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะต้องมาทำงานกับศพ พออบรมเสร็จเริ่มแรกก็เพียงแต่ช่วยนำศพมายังนิติเวช นำทรัพย์สินส่งมอบร้อยเวร ออกไปกับรถมูลนิธิ ก็มาคอยช่วยงานเบาๆ อยู่หลายปี จนเริ่มคุ้นเคยกับศพ จนกระทั่งขยับมาเป็นผู้ช่วยแพทย์ช่วยผ่าศพได้เกือบ 10 ปีแล้ว
"แรกๆ ก็มีนะที่กลัวเลือด กลัวศพ ไม่กล้าอยู่เวรคนเดียว เพราะห้องพักที่ตรงข้ามกับห้องเก็บศพพอดี ตอนผ่าศพครั้งแรก กว่าจะลงมือได้ก็ทำใจอยู่นาน และกว่าจะมีวันนี้ได้ ก็อาศัยประสบการณ์จากนาย จากหมอ ค่อยๆ เรียนรู้เป็นลูกมือ ช่วยผ่า ช่วยเลาะกระดูก แถมมีพี่รุ่นเก่าๆ คอยบอก และตอนแรกที่ได้เห็นเครื่องใน ไส้ สมอง ก็มีหวั่นไหวบ้าง แต่เมื่อต้องทำทุกวันๆ ก็กลายเป็นความชิน บางวันก็กินข้าวกันในห้องผ่าศพกันเลยทีเดียว ผมมองว่า คนเกิดทุกวันก็ต้องมีคนตายทุกวัน" ดาบปึงบอกอย่างปลงชีวิต
สำหรับสิ่งสำคัญที่ "ดาบปึง" ยึดถือไว้เตือนใจในการทำงานเกี่ยวกับศพ ก็คือ "การตรวจศพเป็นการหาความยุติธรรมให้กับศพ เพราะศพนั้นพูดไม่ได้" !!
"ผมจะจำใส่ใจไว้เสมอ และพยายามสอนรุ่นน้องๆ ว่า เอาใจไปทำงาน เวลาทำงานก็คิดเสียว่า เขาเป็นคนรู้จัก เป็นญาติกับเรา เวลาตรวจศพเขาก็ต้องทำให้ดี เอาใจเขาใส่ใจเราให้มากที่สุด" ด.ต.มนตรีบอกถึงหลักในการทำงาน
"อยู่กับศพมานานหลายปี ผ่าศพมานับไม่ถ้วน เคยเจออะไรแปลกๆ บ้างไหม?" กระจอกข่าวแอบหยอดคำถามสุดท้าย
"ดาบปึง" อมยิ้มก่อนตอบว่า แรกๆ มีบ้างที่ติดตา คิดถึงมาก็เล่นเอาสะดุ้งไปเหมือนกัน แต่พอเราทำเฉยๆ มันก็เพียงแค่มโนภาพที่คิดขึ้นเองเท่านั้น
"ก็เคยมีได้ยินเสียงหมาหอนที่บ้านบ้าง แต่เรื่องที่มาเข้าฝัน หรือเจอตัวเป็นๆ นี่ยังไม่เคย แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่นะ" ด.ต.มนตรี รีบออกตัว (อิอิ)



