
พท.เมินตั้งสสร.40-50เป็นที่ปรึกษา
พท. ค้าน กมธ.ร่างรธน. เชิญ 'บิ๊กบัง-สสร.40-50' เป็นที่ปรึกษา แนะแค่เสนอความเห็นก็พอ ด้านนักวิชาการ อัด ข้อเสนอยุบศาล ถามกลับจะให้ใครดูแล ขณะที่ กกต.แย้งกันเอง แนวคิดศาลเลือกตั้ง ระบุ เปลืองงบฯ
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวคิดที่จะเชิญตัวแทนของสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 รวมทั้งตัวแทนของภาคประชาชน ที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง มาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการฯ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว เห็นว่า ไม่จำเป็นจะต้องเชิญให้มาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการฯ เพียงแค่ให้มาเสนอความเห็นอย่างเดียว ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
สำหรับแนวคิดที่จะเชิญพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ มาเป็นที่ปรึกษาด้วยนั้น ก็คิดว่า ไม่มีความจำเป็นเช่นกัน เพียงแค่ให้มาเสนอความคิดเห็นก็พอ ส่วนจะมาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพล.อ.สนธิเอง ทั้งนี้ ในส่วนของ กรรมาธิการฯ เขาเห็นว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีที่ปรึกษาเป็นจำนวนมาก
นายพีรพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า จะต้องมีเงื่อนไข 4 ข้อ ก่อนที่จะพิจารณาในรายละเอียดว่า พรรคประชาธิปัตย์มองแต่เรื่องหมวดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นเพียงแค่นามธรรมเท่านั้น เพราะหากขาดผู้ปฏิบัติในหมวดอื่น เช่น รัฐบาล คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ก็คงไม่สามารถทำให้เกิดอะไรขึ้นมาได้ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กังวลอยู่ดี
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการยุบศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองนั้น เชื่อว่า ไม่น่าจะมี เพราะศาลรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ เกิดจากกระบวนการสรรหาตุลาการที่มีปัญหา ไม่ได้คนที่มีคุณภาพเพียงพอมากกว่า
'สมบัติ' ซัด คนเสนอยุบศาล ถามกลับจะให้ใครดูแล
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และทิศทางการเสนอแนะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ยุบศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลปกครอง ในปัจจุบัน พบว่า มีคดีทางการปกครองเกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐกับเอกชน แต่เมื่อมีการเสนอให้ยุบ ก็ต้องดูว่า แล้วจะจัดให้ออกมาในลักษณะไหน
"ก็เกิดคำถามกับคนที่เสนอให้ยุบว่า มาถึงวันนี้ หากจะไม่ให้มีศาลปกครอง แล้วเรื่องเหล่านี้จะให้ใครดูแล เพราะเรื่องทางการปกครอง มันต้องมีหน่วยงานดูแล ส่วนจะเป็นแผนกหรือไม่ ผมคิดว่า ตรงนี้ต้องไปถกเถียงกันว่า ปัจจุบันขนาดมีศาลปกครองกลาง ศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองอยู่ทั่วประเทศ แต่ยังรับทำคดีแทบไม่ทัน"
ส่วนเรื่องการตรวจสอบศาล ที่หลายคนวิจารณ์ว่า ตรวจสอบไม่ได้นั้น นายสมบัติ กล่าวว่า ถ้าคิดว่า การใช้อำนาจของศาลมีปัญหา ก็ต้องหาวิธีว่า จะแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่บอกให้ยุบไปเลย อีกอย่าง วันนี้เขาก็ให้อำนาจวุฒิสภา ในการถอดถอนตุลาการที่ประพฤติมิชอบอยู่แล้ว จะมาบอกว่า ตรวจสอบไม่ได้คงไม่เชิง
เช่นเดียวกับกรณีของศาลรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่า คดีน้อย อยากบอกว่า ทุกประเทศมีองค์กรที่วินิจฉัยเรื่องรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมี หากจะเปลี่ยนรูปแบบก็ต้องไปถกเถียงกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเทศไทยแล้ว บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบางฝ่าย เขาก็เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำตามอำนาจหน้าที่แล้ว
“พวกที่เสียประโยชน์ ก็บอกไม่ชอบศาลรัฐธรรมนูญ หาว่าตัดสินไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน แต่เรื่องของการตัดสินในโลกนี้ มันไม่มีหรอกที่เป็นเอกฉันท์ มันจะมีเสียงข้างน้อย เสียงข้างมาก ใครได้ประโยชน์ก็บอกว่าดี ใครเสียประโยชน์ก็บอกว่าไม่ดี พอฟังแบบนี้ดูมันไม่ค่อยได้สาระ"
นอกจากนี้ การจะแก้มันต้องดูปริมาณงานที่เกี่ยวข้องด้วย การมีศาลต้องเน้นประสิทธิภาพในการทำงาน แต่บ้านเราเอาแต่วิจารณ์แต่เรื่องความเป็นธรรมอย่างเดียว ไม่เคยพูดถึงประสิทธิภาพกันเลย
ศาลรธน. ยันที่มาถูกต้อง ลั่นทำหน้าที่เป็นกลาง
ด้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง กล่าวถึงกรณีที่นายพีรพันธุ์ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาเพราะกระบวนการสรรหาองค์คณะตุลาการ จึงทำให้ไม่ได้คนที่มีคุณภาพพอมาทำงานว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คงไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าวนี้ เนื่องจากไม่ต้องการไปตอบโต้ ทะเลาะกับใครฝ่ายใดให้เกิดความขัดแย้งบานปลายขึ้นอีก เพราะกระบวนการสรรหา ก็มาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่อยากไม่ตอบโต้กับฝ่ายใดอีกแล้ว
นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ของการเข้ามาเป็นตุลาการฯ ก็ทำงานพิจารณาและวินิจฉัยคดีต่าง ๆ ด้วยความเป็นกลางและชอบธรรม ไม่เข้าข้างฝ่ายใดเป็นพิเศษ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรนั้น ก็ยังยืนยันที่จะทำหน้าที่ด้วยความถูกต้องต่อไป แบบไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น
“ผมทำงานด้วยความเป็นกลางมาโดยตลอด ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายใด อีกทั้งการสรรหาของพวกผม ก็มาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีอคติกับใคร แต่คนที่ออกมาพูดเช่นนี้ ผมมองว่า เป็นคนที่มีอคติมากกว่า” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านนี้ ระบุ
'สมชัย' ค้านแนวคิด 'สดศรี' ตั้งศาลเลือกตั้ง หวั่นเปลืองงบฯ
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงแนวคิดของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่เสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้มีศาลเลือกตั้ง มาทำหน้าที่ให้ใบเหลืองและใบแดง และให้กกต.จัดเลือกตั้งเท่านั้นว่า คิดว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีศาลเลือกตั้ง เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยใช่เหตุ
นอกจากนี้ หลังการประกาศการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ก็ให้อำนาจกกต.ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาพิจารณาได้อยู่แล้ว รวมทั้งในเรื่องการวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของส.ส.และส.ว. ก็สามารถส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้น เรามีศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องตั้งศาลเลือกตั้งออกมาแยกให้เหมือนศาลปกครองอีก
นายสมชัย กล่าวว่า ปัญหาที่เป็นอยู่ในขณะนี้คือ กกต.มี 5 คน แต่หลายครั้ง การทำงานของกกต.ไม่เป็นเอกภาพ การตัดสินวินิจฉัยและการควบคุมการเลือกตั้ง ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการวินิจฉัยในการให้ใบเหลืองและใบแดง ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งกกต.ยังไม่ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เกิดความเลื่อมใส หรือกลัว กกต.
ทั้งนี้ เนื่องจากก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง กฎหมายให้อำนาจกกต.ให้ใบเหลืองและใบแดง แก่ผู้สมัครได้ทันที หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด กระทำการไม่สุจริตในการเลือกตั้ง แต่ของเราก่อนประกาศผลในทางปฏิบัติ กกต.ต้องมีมติ 4 ใน 5 เสียงถึงให้ใบแดงได้ แต่ปรากฏว่า กกต.ส่วนใหญ่ยังไม่ให้ใบเหลืองและใบแดง กลับให้สอบพยานเพิ่มเติม ทำให้การทำงานของกกต.เกิดความล่าช้า
"ในประเทศอินเดีย มีกกต.เพียง 1 คน แต่การทำงานของกกต.อินเดีย เกิดความเข้มแข็ง คุมการเลือกตั้งในการให้ใบเหลืองและใบแดงได้ทั่วประเทศ แต่ของเรา กกต. 5 คน ไม่ใช่ไม่เป็นเอกภาพ เพราะถึงเวลาจะมีการเลือกตั้ง ก็มักจะไปดูงานในต่างประเทศ ทางที่ดีหากเป็นไปได้ ก็ควรให้กกต.มีเพียง 1 คน ในการจัดเลือกตั้งและวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งต่อไปคนมาเป็นกกต.ต้องเข้มแข็งกว่านี้ ที่จะทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง"
อย่างไรก็ตาม การสรรหาคนมาเป็นกกต.ต่อไป ยังคงสมควรที่จะให้ผู้พิพากษามาเป็น กกต. อยู่ แต่ไม่ต้องให้มีผู้พิพากษามาเป็นทั้ง 5 คน ซึ่งกฎหมายอาจให้ผู้พิพากษา 2 คน มาทำหน้าที่กกต.ได้ เพราะการทำงานของ กกต. ยังต้องอาศัยความเป็นกลาง และการวางตัวของผู้พิพากษาอยู่ รวมถึงรู้ข้อกฎหมายเพื่อให้การวินิจฉัยคดี ไม่เกิดความคลาดเคลื่อน จนนำไปสู่การฟ้องร้องได้



