ข่าว

พท.ยันแก้รธน.ไม่แตะหมวดสถาบัน

พท.ยันแก้รธน.ไม่แตะหมวดสถาบัน

02 มี.ค. 2555

“เพื่อไทย”ยันแก้รธน.ไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ แจงรธน.ทุกฉบับให้อิสระตุลาการ และองค์กรอิสระอยู่แล้ว จวก ปชป.ตี 2 หน้า แขวะคมช.ยังไม่หวงรธน. 50 เท่ากับปชป.

          วันที่ 2 มี.ค.55  เวลา 11.00 น. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม  (ฉบับที่ ... ) พุทธศักราช ...ว่า ส่วนตัวแล้วเห็นว่าการประชุมยังคงวกวนอยู่จุดเดิมในเรื่องที่มีการโต้เถียงกันในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ พรรคประชาธิปัตย์ยังพยายามสร้างเงื่อนไขให้ที่ประชุมเห็นชอบก่อนลงรายละเอียดว่า ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องมีข้อบังคับ 4 ข้อคือ 1.ต้องไม่แตะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.ต้องไม่กระทบองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ  3.ไม่แทรกแซงอำนาจตุลาการและองค์กรตรวจสอบ และ4.อย่านำไปสู่การนิรโทษกรรม รวมทั้งไม่ให้มีผลย้อนหลังไปลบล้างความผิดของคดีที่ศาลได้พิจารณาตัดสินแล้ว 
 
          นายพีรพันธุ์ กล่าวอีกว่า การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ทำให้หลายคนไม่มั่นใจว่าการดำเนินการของกรรมาธิการฯ จะสามารถเดินต่อไปได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างถึงข้อสงสัยด้วยว่า การเข้าชื่อเสนอผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ที่จะให้ส.ส.ร.มีอำนาจเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ อย่างไรก็ตาม ตนได้ชี้แจงให้ทราบแล้วว่า กรรมาธิการฯ ไม่มีอำนาจย้อนกลับไปพิจารณาว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่คิดว่าไม่มีอะไรที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เป็นการเพิ่มหมวดที่ 16 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เข้ามา ซึ่งหากสภาฯ เห็นชอบให้ใช้ประกาศตามนี้ก็แสดงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ ตนยังมีความเชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่น ตามกรอบที่กำหนดไว้
 
          “ มีความพยายามกล่าวอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้ไขหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พรรคเพื่อไทยยืนยันหลายครั้งแล้วว่าจะไม่มีการแตะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์รวมทั้งรูปแบบการปกครองตามที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกับการยัดเยียดเรื่องความจงรักภักดีเพื่อที่จะไปกล่าวหาบุคคลอื่น ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็มีหลักพื้นฐานให้ความเคารพต่อความเป็นอิสระในการตัดสินคดีของตุลาการและไม่มีการแทรกแซงองค์กรอื่นๆ ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการนิรโทษกรรมนั้น อยากถามย้อนกลับไปว่า การที่มีประเด็นการนิรโทษกรรมอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 และในมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น ไม่เห็นพรรคประชาธิปัตย์จะพูดว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเหล่านี้ และผมก็รู้สึกแปลกใจหลังจากได้ฟังคำพูดจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นประชาธิปไตยยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ 2540”นายพีรพันธุ์กล่าว

 นายพีรพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์จัดเวทีปราศรัยเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกรูปแบบด้วยว่า กลุ่มไหนที่มีความคิดเห็นจะแก้ไขหรือสนับสนุนนั้น มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ เพียงแต่อยากให้เป็นไปอย่างสันติ เรายินดีรับฟังความคิดเห็นอยู่แล้ว แต่จะรับฟังความคิดเห็นอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่ที่สภาฯ เพื่อแสดงความคิดเห็นร่วมกันต่อไป ส่วนกรรมาธิการฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไรในการควบคุมการประชุมเพื่อให้เข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตรานั้น นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า คงต้องอยู่ที่การทำหน้าที่ของนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ว่าจะเห็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม นายสามารถเป็นคนใจกว้าง ให้โอกาสทุกคนได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่อยู่แล้ว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งหากยังมีการพูดซ้ำไปซ้ำมาตนอาจจะเสนอประธานฯ ให้มีการลงมติ  เพื่อให้กรรมาธิการฯ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งหน้าคาดว่าจะสามารถพิจารณาหลักการและเหตุผล รวมทั้งพิจารณาเป็นรายบทได้ 

 ด้านร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่เห็นความไม่มีน้ำใจนักกีฬาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ยอมรับมติของรัฐสภาและไม่ฟังเสียงของประชาชนที่ต้องการเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ย่ำอยู่กับที่และวนเวียนอยู่กับการตีความมาตรา 291 ที่ให้ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ ทั้งๆ ที่ขณะนี้ทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้าแล้ว ทั้งพรรคการเมือง องค์กรอิสระ หรือฝ่ายตุลาการ ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเนื้อหาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเอง ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญ 2550 คลอดออกจากมดลูกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)  แต่ดูเหมือนว่าคมช.จะไม่แสดงความหวงแหนหรือปกป้องเท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำอยู่ในขณะนี้                

 “ พรรคประชาธิปัตย์กำลังหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมการเมืองแบบตี 2 หน้า หน้าหนึ่งคอยดิสเครติตพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของส.ส.ร. และกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยตั้งธงแก้ไขรัฐธรรมนูญล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ของคนๆ เดียว ซึ่งไม่เป็นความจริง หน้าที่สองนั้น พรรคประชาธิปัตย์กำลังจุดชนวนให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องการนิรโทษกรรมผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและเกิดการเผชิญหน้าเหมือนช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ อยากขอความร่วมมือจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสร้างสรรค์ด้วย”ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว



“เพื่อไทย”ประณามคนทำร้าย“วรเจตน์”

          นายพีรพันธุ์ แถลงถึงเหตุลอบทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า พรรคเพื่อไทยขอประณามการทำร้ายร่างกายและเสรีภาพทางวิชาการของนายวรเจตน์ที่อ้างว่าเห็นต่างกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งการใช้ความรุนแรงเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตย หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเรื่องนี้ไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

          ทั้งนี้ ตนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า การมีความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคมนั้นถือเป็นเรื่องที่งดงามในระบอบประชาธิปไตย แต่ควรแสดงออกอย่างสันติด้วย พูดกันด้วยเหตุผล ส่วนถ้าจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ขอให้เป็นการตัดสินโดยลงมติไป พร้อมกับทุกฝ่ายต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ควรเคารพเสียงข้างน้อยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรยึดมั่นและหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ขึ้นอีก เพราะจะนำไปสู่ความวุ่นวายได้