
'เฉลิม'ซัด'อภิสิทธิ์'อย่าเต้นเกินเหตุ
'เฉลิม' ซัด 'อภิสิทธิ์' อย่าเต้นเกินเหตุ เพราะยังไม่รู้ว่าสสร.จะแก้รธน.อย่างไร โวร่างพรบ.เสร็จแล้ว ปัดตอบพา 'ทักษิณ' กลับบ้าน ยันได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ระบุ 2 คนร้ายชก 'วรเจตน์' จุดประเด็นการเมืองไม่ได้
2 มี.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อย่าแก้ไขมาตราที่เกี่ยวกับสถาบัน องค์กรอิสระ และคดีที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยต้องออกเป็นกฎหมาย เพราะการรับปากด้วยคำพูดนั้นไม่น่าเชื่อถือ ว่า ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ใจร้อนไป เพราะตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครจะมาเป็นสสร. และจะแก้ไขอย่างไร นักการเมืองมีสิทธิใดไปบังคับสสร.หากว่าพรรคเพื่อไทยแก้ไขเองโดยไม่มีสสร.นั้น นายอภิสิทธิ์เสนอความคิดได้ และเมื่อได้สสร.แล้วรู้ได้อย่างไรว่าจะยกร่างฯแบบใด เรื่องนี้ต้องให้เกียรติสสร. เพราะหากยกร่างฯมาไม่ดี ประชาชนจะไม่ยอมรับในการลงประชามติ พรรคประชาธิปัตย์ตกใจเกินเหตุและหากคิดแบบนี้นั้นเลือกตั้งเมื่อใดก็แพ้อีก
เมื่อถามว่า พรรคฝ่ายค้านระบุว่าต้องจับการการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับอายุของรัฐบาลว่า สิ่งใดจะถึงกาลอวสานก่อนกัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่รู้สึก เพราะมันเป็นสิทธิ พรรคประชาธิปัตย์จะเล่นฟรีคิกแบบเก่านั้นไม่ได้แล้ว เมื่อถามว่าในฐานะอยู่ในวงการการเมืองมานาน มองว่าสถานการณ์การเมืองในช่วงเเก้รัฐธรรมนูญจะเป็นแบบใด รองนายกฯ กล่าวว่า มันพูดยากเพราะยังไกลไป หากพูดแบบรู้หมดในวันนี้มันจะเป็นพหูสูต ต้องดูก่อนว่าใครจะมาเป็นสสร.และเกิดการประชุมแล้วมีความคิดอย่างไร รวมทั้งการยกร่างฯตามมาตรา291 จำนวน17ประเด็นนั้น ต้องฟังแนวคิดประชาชนที่สะท้อนมาด้วย ไม่มีรัฐบาลใดต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่พรรคเพื่อไทยรับปากประชาชนไว้ว่าจะแก้รับธรรมนูญ ตนมองว่าสถานการณ์ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการยกร่างฯนั้นควรจะเป็น 180 วัน ตามที่รองนายกฯเสนอไว้ หรือควรขยายเวลา รองนายกฯ กล่าวว่า มันเป็นความคิดของตนคนเดียว แต่เมื่อเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่จะห้ามได้อย่างไร ตนเคยบอกไว้ว่ารอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯแก้เศรษฐกิจ และตนยาเสพติดสัก8เดือน เพราะยังอยู่ในกรอบ1ปี แล้วค่อยทำเรื่องนี้ แต่สมาชิกส่วนใหญ่เห็นแบบนี้และมันเลยมาแล้ว หากตนไปพูดอย่างอื่นอีกจะเสียคน
“หากใครจะมาชุมนุม ผมยินดีเพราะนส.ยิ่งลักษณ์ มอบให้ดูแลการข่าวและม็อบ มาเถอะ มาชุมนุม เพราะไม่มีความตายและบาดเจ็บ ” รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าสสร. อาจจะเป็นคนของบางพรรค ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พูดเพ้อเจ้อ มันยากเพราะยังไม่รู้ว่าใครจะลงสมัครและต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเลย
ระบุสองคนร้ายชก'วรเจตน์'จุดประเด็นการเมืองไม่ได้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีนายสุพจน์และนายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายต่อนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนระบุว่าเหตุที่ลงมือทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์นั้น เพราะไม่พอใจการเป็นแกนนำแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 นั้นมีความจงใจที่จะทำให้เกิดประเด็นทางการเมืองขึ้นใหม่ เพราะสองคนนี้เคยร่วมกับบางกลุ่มการเมืองเคลื่อนไหวต่อต้านนายวรเจตน์ ว่าไม่จริง มันเป็นความเห็นของบางฝ่ายเท่านั้น ตนรู้เรื่องตั้งแต่เกิดเหตุนี้สองชั่วโมง และประสานตำรวจ และสองคนนี้เคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับคณะนิติราษฎร์มาก่อน มันเป็นแนวคิดของสองคนนี้โดยไม่มีเรื่องอื่นเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าเหตุที่สองคนนี้ทำร้ายนายวรเจตน์เพราะความเห็นส่วนตัว และไม่มีกลุ่มการเมืองเกี่ยวข้อง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่ากรณีนี้จะก่อความรุนแรงให้เกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เพราะเกิดเหตุในมหาวิทยาลัย รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ป้องกันยากเพราะคนเดินผ่านไปมา จึงไม่รู้ว่าใครรักและเกลียดใคร มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยเปิด ใครก็เข้าและออกได้ ประเด็นคือตำรวจเก่งเพราะเกิดเหตุแล้วก็โทรศัพท์แจ้งตน และนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯสั่งการว่าต้องติดตามจับกุมให้ได้ และต้องดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาเข้าใจว่าจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 เพราะนายวรเจตน์บาดเจ็บ แต่สองคนนี้ได้รับการปล่อยตัวเพราะหลักกฎหมายระบุว่าหากใครทำผิดและมอบตัวก็ปล่อยตัว ส่วนจะให้การอย่างไรเป็นสิทธิของผู้ต้องหาและต้องดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่าสองคนนี้เตรียมการไว้ล่วงหน้า รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องฟ้องเพิ่มโทษ เพราะการทำร้ายร่างกายที่เตรียมการล่วงหน้าไว้นั้นจะฟ้องเพิ่มโทษได้ เมื่อถามต่อว่าต่อไปนี้ใครที่แสดงความเห็นต่างๆ ที่อาจไม่ถูกใจบางคนอาจโดนทำร้าย รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่พัฒนาไปถึงขนาดนั้น มันเป็นกรณีเฉพาะเรื่อง มันไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างเรียบร้อยดี ควบคุมสถานการณ์ได้เพราะเราไม่ใช้ความรุนแรง ได้ข่าวว่าเย็นวันนี้จะมีการชุมนุมที่สวนลุมพินี ตนสั่งการตำรวจว่าต้องรักษาความปลอดภัยแต่อย่าไปยุ่ง เพราะมาชุมนุมนั้นแสดงว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หากมีการชุมนุมแล้วตำรวจไปปราบและทุบตีนั้น มันไม่ได้
“ ผมจะเชิญผบช.น.มาคุยว่าในยุคตนนั้นอย่าไปคุกคาม เพราะการชุมนุมหากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยผู้ชุมนุมก็จบหากไปทำความเข้มและเกิดมีเรื่อง มันจะเรียกแขกเลย และไม่ได้มองว่าจะเติมเชื้อไฟความขัดแย้งในอดีต เพราะมันไม่มีอะไร ผมเล่นการเมืองมานาน ไม่มีเหตุในการชุมนุมด้วยซ้ำ และผมมั่นใจว่าประชาชนไม่เอาด้วย ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่นั้นเป็นสิทธิ หากจะปิดถนนจนประชาชนเดินทางไม่ได้ ต้องขอร้องกันว่าอย่ากีดขวางการจราจร หากไม่เชื่อประชาชนจะสาบส่งเกลียดชัง ม็อบไม่ได้สร้างง่ายๆเว้นแต่บางครั้งประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจผิด ” รองนายกฯ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตนเคยโดนราชการไทยกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายในคดีลอบปลงพระชนม์ แต่สหประชาชาติรับตัวไว้จนต้องลี้ภัยไปเดนมาร์ค หากยังอยู่ในประเทศคงตายไปแล้ว เมืองไทยน่ากลัวหากกล่าวหากันแบบนี้ แต่ธรรมะจะชนะอธรรม ใครที่ทำอะไรไว้กรรมตามทันตาเห็น อย่าคิดทำอะไรที่ไม่ดีเลย บ้านเมืองกำลังสงบ ควรทำความดีและแข็งขันกันใหม่รอบหน้า และขอย้ำว่าแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่การเรียกแขก มันคิดกันไปเอง บางคนคิดไวและเรียกแขกเร็ว ตนไม่ได้ห้ามความคิดทางประชาธิปไตยนะ มันก็ดี หากชุมนุมเมื่อใด คนต่างชาติมาเที่ยวเยอะ เพราะไทยเป็นประชาธิปไตย “รองนายกฯ กล่าว
ส่วนร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาตินั้น ตนยกร่างเสร็จแล้ว ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และตนต้องการให้บ้านเมืองสงบ เพราะทุกอย่างกลับไปในวันที่18 ก.ย.2549 ส่วนปีนี้จะทำได้เสร็จหรือไม่ ตอนนี้มัน 50 - 50 แต่ต้องสร้างประโยชน์ให้ประชาชนศรัทธาก่อน โพลล์ระบุให้คะแนนรัฐบาลในการแก้ปัญหายาเสพติดร้อยละ76 ตนดีใจและทุกข์ใจต่อว่าตนจะเป็นเป้าหมายในการถูกทำลาย หากคะแนนนี้ลดก็กลัวเสียหน้าและไม่ค่อยได้นอน
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์จากร่างพรบ.ฉบับนี้ในการกลับเมืองไทยด้วยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่บอกเป็นความลับ เดี๋ยวไม่ตื่นเต้น ภรรยาของตนนั้นตนยังไม่ให้ดูร่างพรบ.ฉบับนี้เลย เพราะเขียนเองและใส่ตู้เซฟไว้แล้ว สื่อมวลชนลองคิดดูว่าบ้านเมืองเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คนไทยไม่เคยทะเลาะกันนานแบบนี้ มัน 5 ปีแล้วนะ พลเอกสนธิ บุญยะรัตกลิน อดีตประธานคมช.ยังบอกเลยว่าโดนหลอกแล้วคนอื่นจะรู้ดีกว่าได้อย่างไร
อ้างฟ้องนสพ.ไม่ได้ข่มขู่ พร้อมถอนฟ้อง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอาการป่วยที่ก้านหูอักเสบและแสดงใบรับรองแพทย์ต่อสื่อมวลชนแล้วแต่คอลัมนิสต์บางคนแสดงความไม่เห็นด้วย ว่า ตนพูดตามใบรับรองแพทย์ และไม่รู้ว่าแพทย์จะเขียนถูกหรือไม่ แต่บางคนยังเขียนไปเรื่อย เมื่อถามว่าสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับการฟ้องนสพ.หลายฉบับข้อหาหมิ่นประมาท เพราะเป็นการข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่สื่อและไม่ใช่คู่กรณี กรณีที่เสนอข่าวส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่ารองนายกฯเมาสุราในรัฐสภา รองนายกฯกล่าวว่าเข้าใจผิด หากข่มขู่ต้องส่งนักเลงไปตีหัว ขว้างบ้าน ทุบรถ ตนไม่ได้ทำแบบนั้นแต่การที่ตนยื่นฟ้องดำเนินคดีนสพ.ด้วยนั้นเพื่อให้ไปยืนยันว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พูดอย่างไร เมื่อให้การแล้วและทนายความของตนรับฟังว่าการเสนอข่าวแบบนั้นเพราะได้รับทราบการให้สัมภาษณ์มาแบบนี้ ตนจะถอนฟ้องให้แล้วจะบอกว่าข่มขู่ได้เช่นใด
“ นสพ.บางฉบับพาดข่าวหัวว่าผมเผาไฟนายกฯ บางฉบับก็ด่าผมเหมือนเดิม เขียนอะไรไม่รู้ ผมไม่โกรธ แต่อ่านนสพ.ทุฉบับ ขอบอกว่าเขียนอะไรตรงไปตรงมาด้วย แฟนกันแท้ๆเขียนกันแบบนี้ เช่นจะเปลี่ยนตัวผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.คนนี้จะเปลี่ยนได้อย่างไรเพราะทำงานเข้าขากันดี ตอนนำขึ้นมาเป็นผบ.ตร.ก็กล่าวหาว่านำญาติอดีตนายกฯเข้ามา ผบ.ตร.คนนี้เก่งเรื่องปราบยาเสพติด แล้วแทนที่จะชมตนว่ามีวิสัยทัศน์ ก็บอกว่าตนจะเปลี่ยนตัวผบ.ตร. มันไม่มีงานทำหรืออะไร กตร.ย้ายผบ.ตร.ไม่ได้ คนทำย้ายได้มีเฉพาะกตช.”รองนายกฯ ระบุ
'เฉลิม'แจงเตรียมลงลงพื้นที่จ.ลพบุรี
เฉลิม อยู่บำรุง ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดว่า ช่วงเวลาไม่เกิน 20.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจ.เชียงราย ประสานในการจับกุมยาบ้า สองแสนเม็ดเเละผู้ต้องหาสองคน ต่อมาเวลา 03.00 น. วันที่ 3 มี.ค.วางแผน และปรึกษาทางโทรศัพท์ร่วมกันจนยึดยาบ้าได้อีกสี่ล้านเม็ด โดยผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและลูกชายรวมสองคนหลบหนีไปได้ ตำรวจรับนโยบายจากตนไปว่าอย่ากระทำรุนแรง เพราะนานาชาติจับตาอยู่ แต่กรณีนี้สามารถยึดรถ รวมทั้งรู้ชื่อและตัวผูกระทำผิด จึงขอหมายค้นและหมายจับจากศาล โดยกำลังเร่งรัดอยู่ สถานการณ์ตอนนี้ยาเสพติดในประเทศน้อยลงเพราะตำรวจช่วยตนโดยร่วมมือกันและหารือกันตลอดโดยใช้วิธีสืบสวนสอบสวน
“ ผมขอบคุณพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพราะขอร้องไปว่าช่วยติดรั้วลวดน้ำริมแม่น้ำสายจ.เชียงราย ที่ทำให้เส้นทางเขาออกยากขึ้น ทีวีช่องหนึ่งเคยไปถ่ายเพราะช่องทางแคบจนข้ามได้ง่าย ผมจึงมอบตำรวจตระเวณชายแดนกับท้องที่ จนยึดได้สี่ล้านเม็ด ” รองนายกฯกล่าว และว่าช่องทางเข้าออกสำคัญของยาเสพติดทางภาคเหนือในตอนนี้ได้ผนึกไว้หมดแล้ว สิ่งที่แก้ไขกันในเรื่องนี้ในเวลาที่ผ่านมานั้น ทำกันไปแบบไม่เข้าใจ เพราะยาเสพติดร้อยละ 87 มาจากแปดจังหวัดภาคเหนือ สำคัญสุดคือจ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน โดยสัปดาห์หน้าผมจะเรียกตำรวจ ผู้ว่าฯ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านแปดจังหวัดมาประชุมเรื่องยาเสพติดที่จ.เชียงใหม่เพราะท้องถิ่นมีความสำคัญ เพราะคดีที่จับได้นั้นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ก็รู้
เมื่อถามว่าของกลางในคดีนี้จำนวนเยอะมาก เป็นยาเสพติดของเก่าหรือของใหม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เข้ามาใหม่ แต่สามารถตรวจสอบและติดตามได้ง่าย เพราะรั้วลวดหนามที่กองทัพบกไปติดตั้งไว้ให้นั้นทำให้ทางเข้าออกน้อยลง จนส่งตำรวจตระเวณชายแดนฝังตัวได้ ตนพูดแบบนี้ไม่กลัวว่าจะเปิดเผยความลับทางราชการเพราะตนไม่อยากจับและไม่อยากให้ยาเสพติดเข้าประเทศ นโยบายของตนคือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ยาเสพติดระบาดในประเทศ และไม่ต้องอยู่ตามขอบชายแดน จึงกำหนดเป็นนโยบายภูมิภาคต่อไปจะขอร้องทั่วโลกว่าอย่าให้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติด
เมื่อถามว่าการอ้างว่าไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดนั้นความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะยังมียาเสพติดจากเพื่อนบ้านเข้ามาในไทยเยอะ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า 2 ปี 7 เดือน พูดไปทำไม่มี เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย มานั่งแก้ปัญหายาเสพติดในทำเนียบรัฐบาลนั้นทำได้หรือไม่ สุดสัปดาห์นี้ตนลงพื้นที่จ.ลพบุรี เพราะเป็นแหล่งจำหน่ายที่หนัก แหล่งข่าวบอกว่าเป็นโคลัมเบียแห่งอาเซียนเลย หากสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปิดลง ตนจะออกทัวร์ทั่วประเทศอีกครั้ง มันต้องกระตุ้นหากเจ้าหน้าที่ขยัน และตนจะเพิ่มจุดตรวจรวมทั้งพื้นที่เอ็กซ์เรย์ เช่นกทม.และปริมณฑลมีความต้องการยาเสพติดร้อยละ 67 บ.ชน.ก็ตรวจปิดล้อมตรวจค้นแบบกดดัน การนำเข้ายาเสพติดจึงมีล็อตใหญ่ คดีข้างต้นนั้นนำเข้าทางรถยนต์ ตนจึงคุยกับพล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบ.สตม.ว่าต้องเข้มหน่อยเพราะใช้รถยนต์ขนยาเสพติดเข้าออกทางด่านแม่สายนั้นทำได้ง่าย
เมื่อถามว่าเภสัชกรกระทรวงสาธารณสุขในโรงพยาบาลสามจังหวัดแอบสั่งยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีนเข้ามาแบบผิดปกติ รองนายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้ระวังอยู่เพราะก่อนหน้านี้สารตั้งต้นยาเสพติดมาด้วยวิธีอื่น แต่ตอนนี้ใช้เป็นยาแก้หวัดและยาแก้ไอแต่กำลังสกัดกั้นอยู่ โดยดักสองทางคือไม่ให้สารตั้งต้นออกไปและไม่ให้ยาเสพติดเข้ามา ตนมั่นใจว่าหนึ่งปีของรัฐบาลนี้ตามที่นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ว่าจะลดปัญหานี้ได้ เพราะมีการทำงานเป็นทีม
เมื่อถามว่าตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรบ้างเพราะหลายคดียาเสพติดนั้นมีบุคคลกลุ่มนี้เกี่ยวข้อง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในตอนนี้เบาลงและตนไล่ตำรวจออกไปเยอะเพราะตำรวจที่ทำชั่วมีน้อยจึงใช้มาตรการลงโทษคือไล่ออกและปลดออกจำนวนไม่ถึงร้อยละ1 หากประณามกันว่าอาชีพนี้ชั่ว คนที่ตั้งใจทำงานจะเสียกำลังใจ ฉะนั้นตนไม่ปราณี



