
'ปชป.'แนะระวังมือที่สามแทรกม็อบต้านแก้รธน.
"ปชป."แนะระวังมือที่สาม แทรกม็อบต้านแก้รัฐธรรมนูญ ขยายความรุนแรง ไม่ขัดข้องแก้รัฐธรรมนูญลดอำนาจกกต. ยกมาตรฐานอยู่ที่คนใช้
วันที่ 2 มี.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวว่าจากการติดตามดูความเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา มีความน่าเป็นห่วง เพราะในส่วนกมธ.ซีกพรรคเพื่อไทย มักจะเป็นพวกฮาร์ดคอร์และเป็นแกนนำนปช. ซึ่งคนเหล่านี้มักได้ใบสั่งให้รวบรัดปิดประตูตีแมว เห็นจากบรรยากาศการประชุมที่ผ่านมา ซึ่งกมธ.บางคนเสนอรวบรัดให้พิจารณารายมาตราตั้งแต่วันแรกทั้งที่ตามประเพณีปฏิบัติในการถกเถียงของกมธ.ต้องมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ความเห็นที่หลากหลาย แต่ขณะนี้กมธ.บางคนอ้างมีข้อมูลพร้อมแก้ได้ทันที การรวบรัดไม่ฟังความเห็น ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการต่อต้านจากมวลชนนอกสภาอย่างเลี่ยงไม่ได้
นายเทพไท กล่าวว่า ด้านบรรยากาศนอกสภามีสัญญานความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีการทำร้ายแกนนำนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มบอกเหตุความขัดแย้งสังคมที่จะนำมาซึ่งความรุนแรง และหากจะมีลัทธิเอาอย่างขึ้นอีกจะน่าวิตก เพราะต่อไปจะมีกลุ่มอื่นเตรียมเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสยามสามัคคี อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าหวั่นวิตกคือกลุ่มมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง เหมือนในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ
“ ดังนั้น คนที่จะดับความรุนแรงได้ คือ ตัวรัฐบาลเอง ที่ต้องมีท่าทีชัดเจน และก็ควรจะชัดเจนไม่ เฉพาะแค่หมวดกษัตริย์เท่านั้น แต่ควรจะคงไว้ในจุดที่ละเอียดอ่อนหลายจุด เช่น กรณีการยุบศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืน 3 ส่วน ที่เรียกร้องไม่แตะต้อง คือ 1.หมวดสถาบัน 2.องค์กรอิสระ และ 3.การอภัยโทษและการยกเลิกคำพิพากษาศาล ทั้งนี้หากพรรคเพื่อไทยยอมรับใน 3 จุดนี้ได้ บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท ยังกล่าวกรณีข้อเสนอการแก้รัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลดทอนอำนาจวินิจฉัยคดี โดยให้ศาลเลือกตั้งดำเนินการแทนว่า ส่วนตัวไม่ขัดข้อง เพราะการมีศาลเข้ามาดำเนินการจะเป็นที่ยอมรับมากกว่า ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวมีการพูดกันค่อนข้างมากแต่ตนมองว่าที่ผ่านมากกต. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้ เช่นการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการซื้อเสียงฉาวโฉ่ทั่งประทศ แต่กกต.ไม่สามารถให้ใบแดงได้แม้แต่ใบเดียว การให้ใบแดงของกตต.มีข้อครหาคลางแคลงใจจากสังคมมาก ดังนั้นการเสนอให้ศาลเลือกตั้งตัดสิน หลายส่วนก็เห็นด้วย แต่ก็น่าสังเกตว่าจะไปสวนทางกับแนวทางของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการให้ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญมาอยู่เป็นแผนกเล็กๆในศาลเดียว ส่วนที่กกต.เสนอมาแบบนี้เพราะที่ผ่ามาถูกกดดันจากมวลชนหรือไม่นั้น จริงๆแล้วอยู่ที่กกต. ว่ามีความหวั่นไหวหรือหนักแน่นกับการทำหน้าที่ของตัวเองหรือไม่
“ คงต้องถามว่าทำไมกกต.ชุดแรก มีแรงกดดันเยอะ แต่ได้รับการยอมรับ ทำไมกกต.ชุด2 ปฏิบัติหน้าที่จนต้องติดคุก แล้วทำไมกกต.ชุดที่3 ถูกมวลชนปิดล้อมจนหวั่นไหวต่อการวินิจฉัย มันอยู่ที่คน และการทำหน้าที่มากกว่า”นายเทพไทกล่าว



