ข่าว

'อภิสิทธิ์'วอน'รบ.'เลิกสร้างเงื่อนไขขัดแย้ง

'อภิสิทธิ์'วอน'รบ.'เลิกสร้างเงื่อนไขขัดแย้ง

02 มี.ค. 2555

'อภิสิทธิ์' วอน 'รบ.' เลิกสร้างเงื่อนไขทำขัดแย้ง บี้เขียนหลักป้องรธน. ห้ามแตะ 3 ประเด็น แนะ 'นายกฯ' เร่งปลอบขวัญจนท.ภาคใต้ ด้าน 'เทพไท-ศิริโชค-ชวนนท์-มัลลิกา' ไม่หวั่นพบพนง.สอบสวน 6 มี.ค.นี้

                    2 มี.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนล ถึงกรณีที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกทำร้ายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ค่อนข้างชัดว่าเกี่ยวกับเรื่อง ม.112 ดังนั้นเราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ของบ้านเมือง อย่าให้ประเด็นเหล่านี้กลายเป็นประเด็นที่นำไปสู่ความรุนแรง ตนรู้สึกกังวลจนกว่าที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญโดยตัดประเด็นจุดของความขัดแย้งในสังคมออกไป 3 ประเด็นอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์เคยระบุทั้งนี้อย่าไปพูดเรื่องคำมั่นสัญญา เพียงแต่ให้เขียนลงไปในกฎหมายนั้นดีที่สุด เพราะจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

                    “ ที่ผ่านมาท่าทีตรงนี้ก็ยังไม่ชัดเจน มีการบอกว่าจะไม่แตะต้องหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ควรเขียนในกฎหมายให้ชัดเจน และต้องแสดงเจตนาชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับองค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรม ที่ยังไม่ได้ยินคำยืนยันเลย คือเรื่องความพยายามในการนำสู่การนิรโทษกรรมหรือไม่ และอยากให้ประชาชนใส่ใจให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปเพื่อการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่เพื่อวาระแอบแฝง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่จะมีการจัดเสวนาคัดค้านการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 บริเวณสวนลุมพินีในวันนี้นั้น ตนคิดว่าตราบเท่าที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีประเด็นความละเอียดอ่อนอยู่ ก็คงจะมีกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเร่งปลดชนวนความขัดแย้งให้มากที่สุด โดยรัฐบาลควรแก้ที่ต้นเหตุคืออย่าสร้างเงื่อนไขให้คนต้องออกมาเผชิญหน้ากัน

 

'อภิสิทธิ์'แนะ'ยิ่งลักษณ์'เร่งปลอบขวัญจนท.ภาคใต้

 

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงสถานการณ์ภาคใต้ หลังเกิดเหตุเผาสถานที่ราชการ เผาศูนย์การค้า ระเบิดร้านค้าต่าง ๆ มีคนเจ็บ 9 ราย ว่า รู้สึกเป็นห่วง พรรคประชาธิปัตย์เคยทักท้วงมาตลอดถึงนโยบายที่เกี่ยวกับภาคใต้ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องเร่งยืนยันตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายใหม่โดยเฉพาะในเรื่อง ศอ.บต. และเมื่อไม่นานมานี้เห็นนายกฯ มีโอกาสไปคุยกับทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และมีการมาให้สัมภาษณ์ว่าน่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ว่าจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นตัวบ่งบอกว่า ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้ม

                    ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานี้ว่าเกิดความรุนแรงในรูปแบบซึ่งดูแล้วน่าวิตกกังวลว่าสถานการณ์จะย้อนกลับไปอีก จะมีทิศทางการแก้ไขกันอย่างไร อยากให้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการของการพัฒนา นายกฯ ควรไปเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการการพัฒนาต่าง ๆ ที่รัฐได้เริ่มมา เพราะตรงนั้นคือหัวใจสำคัญของการเอาชนะใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้

 

'เทพไท-ศิริโชค-ชวนนท์-มัลลิกา' ไม่หวั่นพบพนง.สอบสวน 6 มี.ค.นี้

                    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป.กล่าวกรณีถูก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แจ้งความหมิ่นประมาทจากการจัดรายการสายล่อฟ้า ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล ว่า ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 13.30 น. ตนพร้อมด้วยนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ปชป. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป. และน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปป. จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่สน.ลุมพินี ด้วยตัวเอง ทั้งนี้แม้ตน และนายศิริโชคจะมีเอกสิทธิคุมครองจากการเป็น ส.ส.ก็ตาม แต่ก็จะไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อความบริสุทธิ์ใจ และจะให้กำลังใจนายชวนนท์กับนางสาวมัลลิกา ดังนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ต้องออกมาท้าทาย เพราะพวกตนไม่คิดใช้เอกสิทธิ์คุมครอง แตกต่างจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ลงสมัครส.ส.เพื่อให้ได้เอกสิทธิ์คุ้มครองจากคดีก่อการร้าย และคดีอื่นๆ

                    นายเทพไท กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวเชื่อว่าเป็นคดีทางการเมือง ดูได้จากการแจ้งความ ที่สน.ลุมพินี และก็เป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะถูกกดดันแทรกแซงได้ อย่างไรก็ตามตนจะไม่ให้การในชั้นพนักงานสอบสวน เพราะหากให้การไปในชั้นนี้ ก็อาจถูกทำให้คดีมีมูลได้ เหตุนี้พวกตนจึงจะให้การในชั้นศาลเลย เพราะเชื่อว่าศาลจะรับฟัง ทั้งนี้เชื่อว่าคดีดังกล่าวจะไม่มีมูล เพราะสิ่งที่พวกตนพูดไปในรายการสายล่อฟ้านั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ ไม่มีถ้อยความใดที่หมิ่นประมาท แต่เป็นพรรคเพื่อไทยคิดไปไกลเองมากกว่า อีกทั้งการพูด สองแง่สองง่าม ไม่มีบทบัญญัติใดสามารถอ้างเอาความผิดได้

 

'มัลลิกา'ฟ้องกลับ'ยิ่งลักษณ์-พร้อมพงศ์'แจ้งเท็จ

                    น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกปชป. กล่าวถึงกรรีที่จะเตรียมเข้าแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี ในคดีหมิ่นนายกฯ ว่า ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ ตนจะไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนที่สน.ลุมพินี แล้ว และตนจะไปแจ้งความกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความอีก 2 คน เช่นกันกันในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยมีการบิดเบือนตัดแปะข้อความคำแถลงข่าวของตนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ซึ่งตนมีหลักฐานคำแถลงข่าวทั้งหมด ทั้งนี้การแถลงข่าวของตนเป็นการแถลงโดยใช้ประโยคคำถาม ซึ่งไม่เข้าข่ายการหมิ่นประมาท แต่ฝ่ายกล่าวหาได้คำหัวท้ายที่เป็นคำถามออก เอามาตัดแปะกันแล้วไปแจ้งความ

                    น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า รู้สึกเศร้าใจจริงๆ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศว่ามาเพื่อแก้ไขไม่แก้แค้น แต่กำลังใช้ผู้ชายหลายคนมารังแก ด้วยการถืออำนาจในประเทศมาเอาคดีความ ถือเป็นการรังแกผู้หญิงเช่นกัน

 

เตรียมแจ้ง'ปปช.'ฟัน'นายกฯ-อนุดิษฐ์'ฐานปล่อยเว็บหมิ่นฯเกลื่อน

                    น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล กล่าวว่า ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ เวลา 10.30 น. ตนจะไปร้องต่อปปช. กล่าวโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน โดยทั้งสองได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามเวบหมิ่น เนื่องตนได้ยื่นรายการเว็บหมิ่นให้ทั้งสองไปเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ไปจำนวน 280 ยูอาร์แอล แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังเว็บไซด์เหล่านั้นยังอยู่ในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด นอกจากนี้มีประชาชนส่งข้อความร้องทุกข์เพิ่มเติมมาอีก ว่าหลังจากช่วงเวลาดังกล่าวงนั้นเว็บไซต์หมิ่นฯกลับเพิ่มขึ้นอีก 230 ยูอาร์แอล เมื่อรวมที่ยื่นไปแล้ว ขณะนี้มีถึงเกือบ 500 ยูอาร์แอล

                    “ แทนที่จะใช้อำนาจสั่งการได้ทันที แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับละเลยเพิกเฉย ดังนั้นจึงจะร้องกับปปช.เพื่อใช้อำนาจเรียกดูการทำงาน ว่ามีอะไรที่ทำไปแล้วบ้าง หากไม่มีแสดงว่าละเลยเพิกเฉย จนเป็นการกระตุ้นความเหิมเกริมของพวกจาบจ้วงให้เพิ่มมากขึ้น” น.ส.มัลลิกา กล่าว