ข่าว

ปลัดยธ.ชี้แก้รธน.นำไปสู่ขัดแย้ง

ปลัดยธ.ชี้แก้รธน.นำไปสู่ขัดแย้ง

02 มี.ค. 2555

'กิตติพงษ์ กิตยารักษ์'แก้รธน.นำไปสู่ความขัดแย้ง : สัมภาษณ์พิเศษ โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย

              การเดินทางเข้ามอบตัวของสองผู้ต้องหาที่ทำร้ายร่างกาย "วรเจตน์ ภาคีรัตน์" อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เนื่องจากต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่เรียกร้องแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 แสดงให้เห็นถึงมาตรการปรองดองที่หลายฝ่ายพยายามทำให้เกิดขึ้นในสังคม ที่มีความเห็นขัดแย้งกัน นับวันจะยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
 
              "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการอิสระตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) บอกว่า คอป.คงไม่อาจหาญที่จะตั้งเป้าในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ ทำได้เพียงลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นให้ลดลงได้บ้าง ขณะนี้ความขัดแย้งยังมีอยู่ และขยายประเด็นใหม่ๆ นำไปสู่ความหวาดระแวงและความกังวลของฝ่ายต่างๆ มากขึ้น เช่น การกลัวจะปฏิวัติ จึงไม่ง่ายที่คอป.จะสร้างความปรองดองในขณะที่หลายฝ่ายไม่ได้ตระหนักว่าจำเป็นต้องปรองดอง ถ้าเราไม่ตระหนัก เราถอยหลังไปเรื่อยๆ ขณะที่คนอื่นก้าวหน้าไปทุกวัน
 
              โดย "คอป." มีข้อเสนอให้รักษาบรรยากาศปรองดอง โดยรัฐบาลในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐต้องระวังการใช้อำนาจ ต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ให้มองว่ากระบวนการเยียวยาเอื้อปะโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เสนอว่า ผู้นำการเมืองสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้ โดยรักประเทศไทยให้มาก รักตัวเองให้น้อยหน่อย ไม่ควรทำบางเรื่องให้เป็นการเมืองไปหมด การทะเลาะกันเอง ขาดสามัคคี ไม่สามารถทำให้การลงทุนกลับมาได้ เพราะความขัดแย้งไม่สามารถให้เรามีระบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก
 
              ส่วนความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงนี้ "กิตติพงษ์" บอกว่า แม้จะมีเจตนาดีให้มีการปรับปรุงประชาธิปไตยดีขึ้น แต่ควรมีกระบวนการที่สร้างความมั่นใจว่าเกิดประโยชน์จริงๆ กับทุกฝ่าย ในบรรยากาศความเคลือบแคลงอาจถูกตีความไปต่างๆ นานา การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นประเด็นหนึ่งนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะการตกผลึกการแก้ไขยังไม่เป็นทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ จุดยืนเกี่ยวกับมาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา นำไปสู่ข้อถกเถียง โดยไม่มีสติ ทั้งที่จริงแล้วการภักดีคงไว้ซึ่งสถาบันไม่มีข้อโต้แย้งจากฝ่ายใด แต่บรรยากาศความหวาดระแวงหรือผลประโยชน์การเมืองฝ่ายต่างๆ ทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองขึ้นมา
 
              "ประเด็นนี้นายโคฟีและนายมาร์ตินพูดชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ทำคุณูปการมากมายต่อสังคมและเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก โดยให้ข้อเสนอแนะและกังวลใจว่า บางเรื่องไม่ควรหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง การมีจุดร่วมที่จะยกพระมหากษัตริย์เหนือความขัดแย้งจะง่ายขึ้นที่นักการเมืองเองและฝ่ายอื่นจะคุยกัน ส่วนการล่วงละเมิดชัดเจนก็ต้องจัดการเคร่งครัด แต่ควรเริ่มต้นที่การเทิดทูนให้เหนือขัดแย้งทางการเมือง ไม่ควรอ้างว่าภักดีกว่าอีกฝ่าย จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เรื่องนี้แม้ต่างชาติก็ยังพูด" กรรมการ คอป.กล่าวปิดท้าย

.........

(หมายเหตุ : 'กิตติพงษ์ กิตยารักษ์'แก้รธน.นำไปสู่ความขัดแย้ง : สัมภาษณ์พิเศษ โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย)