ข่าว

'สมศักดิ์'เสนอยุติล่าชื่อแก้ม.112

'สมศักดิ์'เสนอยุติล่าชื่อแก้ม.112

01 มี.ค. 2555

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เสนอ "ยุติ" ล่าชื่อแก้ม.112 หวั่นไม่มีหลักประกันความปลอดภัย "วรเจตน์" หลังถูกทำร้ายร่างกาย ชี้กำลังกลุ่มนิติราษฎร์ไม่พอที่จะรณรงค์เรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันฯ

             1มี.ค.2555 นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นภายหลังเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์และแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 29 ก.พ.2555ที่ผ่านมา

            นายสมศักดิ์เสนอแนะว่า การทำงานรณรงค์เรื่อง ประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 ควรหยุดพักไว้ก่อน เนื่องจากไม่สามารถมีอะไรมารับประกันความปลอดภัยของนายวรเจตน์ และกลุ่มนิติราษฎร์ได้ แต่เสนอว่าควรหันไปเลือกรณรงค์เรื่องอื่นที่มีโอกาสปฏิบัติได้มากกว่า ในขณะเดียวกัน ก็ควรมุ่งการ "ทำงานทางความคิด" เรื่องดังกล่าวในระยะยาวแทน


            สำหรับข้อความใน Facebook ระบุว่า  "กำลังของเรา มีไม่พอ จะรณรงค์ เรื่องที่เกี่ยวกับ สถาบันฯ" เรื่องนี้ ผมคิดมาหลายสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องทำร้าย อ.วรเจตน์ เมื่อวาน เมื่อวานตอนเจอหน้าคณะนิติราษฎร์ ก็เลยได้พูดๆ เสนอไปบ้าง

            คือ เท่าที่ผมประเมินจากสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ การที่ นปช. เพื่อไทย ยังไงก็คง "ไม่เอาด้วย" เรื่องนี้ และพอพวกนี้ ไม่เอาด้วย จะมีผลสำคัญ 2 อย่าง คือ ในระดับการเมืองส่วนกลาง ที่พวกนี้ ไม่มีทางผลักดันให้เป็นวาระสาธารณะ มิหนำซ้ำ วันดีคืนดี ยังออกมาโจมตีด้วย และในระดับมวลชนระดับล่าง ซึ่งพวกเขานำอยู่ (ดังที่หลายคนคงเคยได้ยิน พอ ฝ่ายนำ นปช. เพื่อไทย ไม่สนับสนุน ระดับชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะคิดอย่างไรกับ 112 ก็จะไม่เข้าร่วม)

            หมายความว่าในปัจจุบัน "กำลังของเรา ไม่พอ" ที่จะทำการในลักษณะรณรงค์เรื่องสถาบันฯ

            เมื่อวานตอนไปกินข้าว-ไปโรงพยาบาลกัน มีเพื่อนแอ๊คติวิสต์คนหนึ่ง (ไม่ใช่สมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ แต่ไปด้วยกัน) พูดพาดพิงถึงเรื่องที่ผมเสนอยืนยันว่า กฎหมายหมิ่นฯ ควรเสนอเลิกสิ้นเชิง มากกว่าเสนอแก้ ทำนองว่า ถ้ายิ่งเสนอเลิกเลยแบบผมจะยิ่งแย่กว่านี้

            ผมเชื่อว่า เกิดเรื่องทำร้าย อ.วรเจตน์ คงมีหลายคนคิดถึงประเด็นอยู่ ผมเองก็คิดทบทวนอยู่ แต่ว่า ผมยังยืนยันไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผล 3 ประการต่อเนื่องกันดังนี้

            (1) ที่ "พวกนั้น" โจมตี นิติราษฎร์ จริงๆ ไม่เกียวกับว่า เสนอแก้ โจมตีหนักขนาดนี้ เสนอเลิกเลย จะยิ่งโจมตีหนักกว่านี้ .. ผมว่า ไม่เกี่ยว คือสำหรับ "พวกนั้น" เสนออะไรเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ว่าระดับแค่ไหน ก็รับไม่ได้ทั้งนัน ดังนั้น เสนอเลิก ก็ไม่ใช่ว่าจะ "โดนหนักกว่านี้" แต่อย่างใด

            (2) ดังที่ผมเคยมาก่อน ผมเห็นมาแต่ไหนแต่ไรว่า ในสถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้ เราไม่สามารถทำให้เกิดการแก้หรือเลิก ก.ม.หมิ่นฯได้ (อันนี้ ที่ผมแย้งคนที่สนับสนุน ครก. มาตลอด ที่หลายคน พยายาม "ยกตัวอย่าง" ประเภท "ถ้าแก้ ก.ม. เป็นแบบที่นิติราษฎร์เสนอ จะ..." ซึ่งผมเห็นว่า เป็นการยกตัวอย่าง ที่ไม่เป็นจริง ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีทางเกิดขึ้นในปัจจุบันที่เห็น)

            ดังนั้น สิ่งที่น่าทำคือ เสนอเลิก แล้วทิ้งไว้ (เมื่อวานมีเพื่อนแอ๊คติวิสต์คนหนึงที่แลกเปลียนเรื่องนี้ ใช้คำว่า "เสนอ แล้วจบ" คือ เสนอเป็นครั้งๆ เมื่อมีโอกาส ซึ่งผมเห็นด้วย)

            (3) ที่ต่อเนื่องมาจากข้อ (2) คือ ไม่รณรงค์ เรื่องนี้ แต่รณรงค์เรื่องอื่น เช่น "นิรโทษกรรม อากง ฯลฯ" (ซึ่งจริงๆ เป็นตัว "จุดประกาย" เรื่อง 112 ในปัจจุบันอยู่แล้ว)

            คือ เสนอเป็น "ไอเดีย" ตั้งไว้ ให้เลิก ก.ม.หมิ่นฯ โดยสิ้นเชิง, "ประเทศไทย ต้องไม่มี ก.ม.พิเศษ ..., ถ้า ก.ม.ธรรมดา ดีพอสำหรับคนธรรมดา ก็ควรดีพอสำหรับ...ด้วย" .. เสนอแบบนี้แล้ว"จบ" ทิ้งไว้แล้วรณรงค์เรื่องอื่น ที่มีโอกาสทางปฏิบัติได้มากกว่า และ "แหลมคม" น้อยกว่า

            ที่ผมเคยเขียนไปคือ เราต้อง combine (ประสาน) การเสนอไอเดียที่เป็นหลักการที่ถูกต้องสูงสุดไว้ กับการรณรงค์ ทีมีลักษณะ "เบา" กว่าข้อเสนอในเชิงไอเดียในเชิงหลักการนั้น ที่อาจจะมีผลในทางปฏิบัติเป็นจริงได้ (นิรโทษกรรม ฯลฯ)

            (เหมือนกับที่ในภาษาฝ่ายซ้ายสมัยก่อน พูดถึงเรื่อง "หลักนโยบายสูงสุด" ว่าเราต้องการอะไร ที่ควรเป็นสิ่งที่มาจากหลักการของเรา โดยไม่ปิดบัง เพื่อให้การศึกษา ทำงานความคิด ฯลฯ กับเรื่อง การรณรงค์ หรือ "เคลื่อน" "เป็นครั้งๆ" ซึ่งเป็นคนละอย่าง)