
ศุกร์กับเซ็กส์:ไม่กล้าไปโรงพยาบาล
คอลัมน์ ศุกร์กับเซ็กส์ : ไม่กล้าไปโรงพยาบาล : โดย ... พญ.ชัญวลี ศรีสุโข [email protected]
เรียน พญ.ชัญวลี ศรีสุโข ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษา เนื่องจากว่าไม่กล้าไปโรงพยาบาล คือดิฉันมีอาการเจ็บ แสบบริเวณ แคมข้างซ้ายเหมือนจะมีตุ่มขึ้น 3 เม็ด หรืออะไรไม่ทราบได้ แต่เป็นจุด สีเหลืองๆ เจ็บเวลาเดิน และบริเวณช่องคลอดเหมือนมีลักษณะฉีกขาดค่ะและก็เจ็บมาก เวลาปัสสาวะจะปวดแสบมาก ทรมานมากๆ ค่ะ มีเลือดออกด้วย ค่ะคือก่อนหน้านั้นดิฉันเพิ่งเคยมีอะไรกับแฟนเป็นครั้งแรก และต่อมาก็มีอาการดังกล่าวค่ะ คุณหมอพอจะแนะแนวทางรักษาหน่อยได้ไหมค่ะ รบกวนคุณหมอตอบด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ
ตอบ ร่างกายของคนเรานั้นมักจะส่งสัญญาณเมื่อมีความผิดปกติของสุขภาพเกิดขึ้น เช่น เจ็บปวด แสบร้อน มีเลือดออก มีน้ำเหลืองไหล มีตุ่ม มีก้อน มีแผล มีไข้ มีน้ำหนักลด ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูก หรือท้องเสีย ฯลฯ เมื่อร่างกายส่งสัญญาณ สิ่งที่ควรจะทำคือ สำรวจดูว่าตนเองเป็นอะไร เป็นจากอะไร เป็นมากหรือเป็นน้อย หากคุณสามารถดูแลตนเองได้ เช่น รู้ว่าอาการปวดแน่นท้องที่เป็น เกิดจาก โรคกระเพาะ เพราะกินอาหารไม่ตรงเวลาชอบอาหารรสจัด รักษาตนเองโดยกินยาเคลือบกระเพาะแล้วอาการดีขึ้น อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาแพทย์ค่ะ แต่หากไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไร มีอาการเป็นมาก เช่น เจ็บมาก แสบมาก ปวดมาก มีไข้ อย่างนี้ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอเวลา เพราะโรคบางอย่างไม่รอคุณ หากรักษาช้าจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพต่อไป หรือเป็นรุนแรงจนเกิดอันตราย
อาการที่เล่ามา น่าจะเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาการเจ็บแสบมีตุ่ม โรคที่พบมากที่สุดคือโรคเริม โรคนี้พบมากในคนวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 14-49 ปี) ข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกา คนวัยเจริญพันธุ์พบโรคเริมที่อวัยวะสืบพันธ์สูงถึง ร้อยละ 16.2 หรือหนึ่งในหกคน ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย
โรคเริมเป็นโรคที่ติดง่าย ใช้เวลาเพาะเชื้อสั้น ภายในไม่กี่วันถึงสองสัปดาห์ หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อเริม ก็จะมีอาการ คือเกิดตุ่มใสๆ ที่อวัยวะเพศ ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลคล้ายแผลร้อนใน ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแสบร้อน หากเป็นครั้งแรกจะเป็นมาก อาจมีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว มีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวมโตกดเจ็บ แม้ไม่รักษา สองอาทิตย์ก็หายได้เอง แต่เชื้อเริมไม่ได้หายออกจากร่างกาย คงไปอยู่ที่ปมประสาท หากเครียด หรือภูมิต้านทานต่ำ จะเกิดแผลเริมซ้ำที่เดิม นั่นคือเริมรักษาไม่หายขาด แต่เริมที่เป็นครั้งหลัง จะไม่มีอาการเจ็บปวดมาก ส่วนใหญ่เป็นตุ่มใสไม่กี่ตุ่ม
ปัญหาของการติดเชื้อเริม มีหลายอย่าง เช่น การติดเชื้อเริม แสดงว่าคุณไม่ใช้ถุงยางอนามัยดังนั้น หากฝ่ายชายมีเชื้อเอชไอวี เชื้อเอดส์ ซิฟิลิส หรือหูดหงอนไก่ คุณก็อาจจะติดเชื้ออื่นๆ ไปด้วย, คุณเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะเชื้อเริมช่วยส่งเสริมให้ไวรัสเอชพีวีก่อมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายขึ้น, หากมีลูก ขณะเป็นเริม ลูกของคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นสมองอักเสบจากโรคเริม หมอมักจะแนะนำให้ผ่าตัดคลอด”
ดังนั้นเมื่อสงสัยว่าเป็นเริม ไม่ควรปล่อยให้หายเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ทั้งการได้รับยาต้านไวรัสเริมทันทีที่เป็นโรคเริม จะสามารลดจำนวนเชื้อเริม ทำให้โรคเริมเป็นกลับซ้ำไม่บ่อย
-----------------------------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ศุกร์กับเซ็กส์ : ไม่กล้าไปโรงพยาบาล : โดย ... พญ.ชัญวลี ศรีสุโข [email protected])



