
'เอนก'แนะยกเครื่องรัฐไทยคืนอำนาจท้องถิ่น
"เอนก เหล่าธรรมทัศน์" แนะถึงเวลายกเครื่องรัฐไทย คืนอำนาจท้องถิ่น
1มี.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวที "ฟื้นฟูพลังท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี2555" ซึ่งจัดโดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ"ท้องถิ่นกับการบริหารจัดการตนเอง ข้อเสนอสำหรับอนาคต" โดยระบุว่า แม้เราจะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งแต่เรากลับมีรัฐที่รวมศูนย์ และเป็นรัฐรวมศูนย์เข้มข้นที่สุดรัฐหนึ่งในโลก เรามีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคเป็นพระเอก เน้น "เอกนิยม" เป็นหลักคิด คือ มีชาติเดียวภาษาเดียว อำนาจรัฐเดียว เป็นรัฐเดี่ยว ที่ค่อนข้างจะเถรตรง อำนาจสาธารณะอยู่กับรัฐแต่ผู้เดียว
นาเอนกกล่าวต่อว่า รัฐของเราแม้จะมีความตั้งใจดีแต่ผูกขาดการแก้ปัญหา ผูกขาดการจัดการการบริหาร การดูแลสังคมและประเทศ ไม่ค่อยมีที่ทางให้ความคิดเชิงซ้อน หลายมิติ หรือหลายระดับ ในประเทศไทยมีรัฐย่อยไม่ได้ ข้อเสนอเรื่องปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่สามจังหวัดภาคใต้ก็มีคนไม่เห็นด้วย แนวคิดที่จะทำภาคให้เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใหญ่กว่า อบจ.ก็คิดยาก หลายท่านอยากทำมณฑลขึ้นมาใหม่ รัฐไทยจึงเป็นรัฐที่รับเหมางานทำแทนท้องถิ่นและชุมชนเกือบทุกเรื่อง
แม้ในปัจจุบันที่มีรัฐสภา รัฐธรรมนูญ นักการเมือง แต่หัวใจหรือวิธีการทำงานของรัฐ ก็ยังเป็นราชการที่มีกระทรวง มีกรมเป็นตัวตนและจิตวิญญาณ ในการยึดอำนาจรัฐประหารทุกครั้งสังคมไทยจะต้องออกจากรัฐที่รับเหมาทำแทนนี้ รัฐบาลส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคอาจดีจริง อาจจะเก่ง แต่เราไม่น่าจะหยุดที่การปกครองที่ดี เราน่าจะอยากได้การปกครองตนเองด้วย
นายเอนกกล่าวต่อว่า แม้รัฐรวมศูนย์ผูกขาดทำแทนจะเคยประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะได้สร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจ สร้างระบบกฎหมาย แต่
เวลานี้รัฐเช่นนี้น่าจะใกล้ถึงทางตัน ลูกตุ้มแห่งการปฏิรูปน่าจะเหวี่ยงออกจากขั้ว "กรมมาธิปไตย"ไปสู่ขั้วที่มีภาคสังคม มีชุมชนท้องถิ่นที่มีบทบาท ได้จัดการตนเอง
และเป็นผู้ใหญ่เสียที ดูแลพัฒนาตนเองได้ มีจินตนาการ มีความสร้างสรรค์ มีความใฝ่ฝันของตนเอง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับบริการ รับการกำกับดูแล รับการควบคุม รับการสอนการสั่งจากรัฐบาลส่วนกลาง
"อาจถึงเวลาที่เราต้องยกเครื่องรัฐไทย นั่นคือคือการคืนอำนาจให้ท้องถิ่น คืนให้กับประชาสังคมมอบภาระและอำนาจทรัพยากรให้ท้องถิ่นและสังคม
ลดการบริหารทรัพยากรโดยราชการส่วนกลางและภูมิภาค" นายอเนกกล่าว
นายอเนกกล่าวต่อว่า ต่อไปนี้การปกครองส่วนกลางของไทยคงต้องปรับกระบวนทัศน์ของตัวเองโดยยกตัวอย่างประสบการณ์ในช่วงที่เกิดมหาอุทกภัย ซึ่ง ตนได้เห็นส่วนกลางและส่วนภูมิภาคล้มไปหมด เอาไม่อยู่ แต่ได้เห็นท้องถิ่น ประชาสังคมหลายแห่งเอาอยู่ สร้างสรรค์จนถึงขนาดทำคลองประดิษฐ์ได้
ท้องถิ่นหลายแห่งรักษาตัวเองได้อยู่ และผมเชื่อว่า ถ้าน้ำท่วมปีต่อไปก็ต้องอาศัยชุมชน ประชาสังคม และท้องถิ่น ในตอนที่เกิดมหาอุทกภัย ผมเห็นมูลนิธิ องค์กรต่างๆ ไปแจกเสื้อผ้า ไปแจกผ้าห่มให้ ไม่หยุดทุกวัน ตนยังสงสัยเลยว่า กระทรวงพัฒนาสังคมทำงานสู้ได้หรือไม่ กรมประชาสงเคราะห์ทำงานสู้มูลนิธิเหล่านี้ได้หรือเปล่า
ศ.ดร.พิเศษ เอนก ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับประชาธิปไตยในรูปแบบการเลือกตั้งด้วยว่า เราต้องไม่พอใจแค่เพียงการหย่อนบัตร เพราะแค่การมีสิทธิมีเสียงไม่พอ การได้หย่อนบัตรนั้นดี การมีสิทธิมีเสียงนั้นดี แต่ไม่พอ เรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้งนั้นไม่พอ หรือมีแต่นโยบายมาลงท้องที่เราไม่พอถึงจะเทลงมามากจนเราใจหาย ก็ไม่น่าจะพอ เราน่าจะอยากได้การดูแลปกครองและการพัฒนาด้วยตนเองด้วย เราต้องการรัฐแบบใหม่ที่ชอบสนับสนุนความแตกต่าง หลากหลายตามพื้นที่มากขึ้น เราต้องการรัฐที่ยอมรับสังคมหลายระดับยอมรับพหุลักษณ์ พหุวัฒนธรรม แม้กระทั่งพหุการศึกษามีแต่ประเทศไทยที่รวมไปหมด มีแต่การศึกษาของชาติ ทำให้รู้แต่เรื่องชาติแต่ไม่รู้เรื่องท้องถิ่นเลย



