ข่าว

อ.จุฬาฯผุดโมเดลคุกคามนิติราษฎร์

อ.จุฬาฯผุดโมเดลคุกคามนิติราษฎร์

01 มี.ค. 2555

อ.จุฬาฯ หวั่นปมทำร้าย ‘วรเจตน์’ ผุดโมเดลคุกคามนิติราษฎร์ ปูทางมวลชนปะทะ ก่อตัวรัฐประหาร บ้านพี่น้องฝาแฝดก่อเหตุปิดเงียบ

                1 มี.ค.55 นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำคณะนิติราษฎร์ โดนทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ตนขอใช้คำว่าเป็นความรุนแรงเชิงวิชาการ เป็นเรื่องความสุดขั้วทางการเมืองที่ไม่มีเหตุผล คิดว่าสังคมวิชาการต้องออกมาช่วย ตนไม่ได้เข้าข้างนายวรเจตน์ แต่เหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามเสรีภาพทางวิชารการ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเป็นการใช้กำลังที่เป็นอันธพาลทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องความตรงไปตรงมาของทางวิชาการ

               “เรื่องการชกต่อยเป็นเรื่องที่สังคมวิชาการให้อภัยไม่ได้ ถ้าจะเป็นการโต้แย่งอย่างไรก็ไม่ควรใช้กำลัง ผมเป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะขยายไปสู่การใช้กำลัง หรือจะมีการใช้ความรุนแรงหลายเรื่องตามมา เกรงว่าสังคมจะเกิดเหตุมวลชมมาทำร้ายกัน จนเกิดเป็นวงจรอุบาทไปสู่การรัฐประหาร” นายสมพงษ์ กล่าว

               นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องนี้จะเป็นโมเดลนำไปสู่การทำร้ายอาจารย์ในกลุ่มนิติราษฎร์คนหรือหรือไม่ ตนคิดว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกระฉับกระเฉงกว่านี้ และหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อไม่ให้เหตุการฺณ์กลับมาก่อตัวอีกครั้ง นอกจากนี้ ตนเห็นว่ากลุ่มสนับสนุนหากจะตอบโต้ต้องทำด้วยความอหิงสา ไม่ใช่ความรุนแรง ต้องต่อสู้ด้วยแนวทางวิชาการของนายวรเจตน์ ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นการจัดฉาก เพราะผู้ที่เป็นอาจารย์ต้องมีหลักคุณธรรมพอ ไม่นำตัวเองไปสู่ความไม่เหมาะสม

                นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า จากนี้ตนคิดว่าการเมืองจะดุขึ้น เพราะมีมีประเด็นเรื่องมาตรา 112 เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 หรือการกู้เงินพรก. 2 ฉบับ ที่สำคัญเรื่องพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศจะเป็นจุดแตกหัก โดยคาดว่าภายในกลางปีอาจมีเหตุไม่สงบเพราะเชื่อว่ามีคนอยากจุดชนวนไปสู่ความรุนแรง โดยขณะนี้บรรยากาศเริ่มการสุกงอม เพราะเริ่มมีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาจัดการ ดังนั้นรัฐบาลอย่านำตัวเป็นสายล่อฟ้า หรือเป็นประเด็นทางการเมืองมากเกินไป ต้องรีมทำตามนโยบายที่ประกาศไว้โดยเฉพาะการป้องกันน้ำท่วม และอย่านำเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาเป็นวาระ เพราะจะทำให้กระแสต่อต้านมีต่อเนื่อง

                นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนบทบาทของกองทัพตอนนี้พยายามปรับตัวเข้ากับรัฐบาลใหม่ให้ได้ แต่ตนคิดว่าไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ยังมีระยะห่างพอสมคสร และไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ภาพรวมดูเป็นเรื่องดี แต่เชื่อว่ายังไม่จริงใจต่อกัน ที่ผ่านมายังเห็นว่ารัฐบาลยังมีความคิดกลัวการปฏิวัติ ส่วนทหารก็ศึกษาพยามยามศึกษาบทบาทของรัฐและกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม คาดว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศแล้วจะเกิดการปะทะระหว่างมวลชนทั้งสองฝ่าย ดังนั้น กองทัพต้องไม่เลือกข้าง ตนไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นกลาง แต่ต้องวางตัวในสถานะที่ควรจะเป็น เพราะถ้าทหารเลือกข้างเมื่อไหร่วุ่นวายแน่นอน

 

บ้านพี่น้องฝาแฝดต่อย"วรเจตน์"ปิดเงียบ

                ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านทาวเฮาส์สองชั้น ซึ่งเป็นบ้านของนายสุพจน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี พี่น้องฝาแฝดที่ชกหน้านายวรเจตน์ บริเวณหน้าบ้านมีป้าย"ศิลารัตน์" ติดอยู่ ส่วนบรรยากาศภายในบ้านได้ปิดบ้านเงียบไม่มีใครอยู่ในบ้านพัก เมื่อสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงต่างพูดว่าบ้านหลังนี้ไม่ค่อยออกไปพบปะกับใครในหมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่จะออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาก็อยู่ในบ้านพักจึงไม่รู้ความตื้นลึกหน้าบางเท่าที่ควรจึงไม่มีข้อมูลในจุดนี้


แก๊งหนุนนิติราษฎร์โผล่ให้กำลังใจ"วรเจตน์"เจ้าตัวส่ง 2 นักวิชาการรับแทน

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนคณะนิติราษฎร์ และสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง เพื่อรอให้กำลังใจนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ที่ถูกคนร้ายบุกทำร้ายที่บริเวณลานจอดรถ คณะนิติศาสตร์ฯ เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่านายวรเจตน์ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่มหาวิทยาลัยฯ เพราะไม่มีการสอนนักศึกษา

                โดยนายวรเจตน์ มอบหมายให้นายปิยะบุตร แสงกนกกุล และนายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ ได้เป็นตัวแทนรับมอบดอกกุหลาบและสิ่งของให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุน จากนั้น นายปิยะบุตร กล่าวว่า การที่นายวรเจตน์ไม่ได้เดินทางมาวันนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากอาการป่วยที่มีอยู่กอ่นถูกทำร้ายร่างกาย และจากบาดแผลที่ถูกชกต่อยเมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ได้พูดคุยกับนายวรเจตน์ทางโทรศัพท์แล้วถึงการที่มีคนมาให้กำลังใจ และกรณีคนร้ายไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่ากลุ่มนิติราษฎร์ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ และขอยืนยันว่าจะแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการต่อไปเท่าที่กำลังมีอยู่ ซึ่งเราไม่มีอะไรที่ต้องกังวลใจ ส่วนการใช้ความรุนแรงนั้นตนยอมรับว่าเป็นสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกและจิตใจอยู่บ้าง แต่จะไม่ส่งผลให้เกิดการหยุดการเคลื่อนไหวหรือการแสดงความคิดเห็น เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราแสดงออกได้ทำอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางกลุ่มฯยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงการขอกำลังเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของอาจารย์ที่ร่วมในกลุ่มฯ แต่พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยรักษาความปลอดภัยในช่วงนี้แล้ว ส่วนการดูแลระยะยาวคงไม่ถึงขนาดนั้น ขณะเดียวกันเราก็จะมีการระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

                นายปิยะบุตร กล่าวอีกว่า กลุ่มนิติราษฎร์จะได้นัดหารือกันถึงสถานการณ์และแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มฯต่อไป ส่วนเรื่องของคนร้ายนั้น ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนพยานแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนและเพื่อนอาจารย์ที่ร่วมกลุ่มฯ เคยถูกคุกคาม ทั้งการส่งจดหมายไปที่บ้าน และการเข้ามาในพื้นที่บริเวณคณะนิติศาสตร์ฯ เพื่อสอบถามห้องพักของอาจารย์ในกลุ่มของตน

                ด้านนายจรัล ดิษฐาอภิไชย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้มามอบดอกกุหลาบให้กับนายปิยะบุตร และนายปูนเทพด้วย โดยนายจรัล กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก ท้าทายนักวิชาการกลางวันแสกๆภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและชีวิต รวมถึงคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ ทั้งนี้ ตนวิเคราะห์ว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้ทำจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง แต่น่าจะเป็นไปตามแผนของอีกฝ่ายที่ต้องการทำให้เกิดสถานการณ์ที่รุนแรง เพื่อให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่รณรงค์ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีความรุนแรง และตนเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นการทำเองตามที่บางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการหวังสร้างกระแส อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ใช้สติปัญญาในการแสดงออกทางการเมือง ถ้าเชื่อว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง ก็ต้องมีการโต้แย้งถกเถียงกัน เช่น การตั้งเวทีแสดงความคิดเห็นกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

               ทั้งนี้สมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนายสมยศ เชื้อไทย นายกสมาคมฯ ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีใจความว่า ทางสมาคมฯขอประณามการทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ โดยเฉพาะการใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อประเทศ แต่จงใจมุ่งให้เกิดความแตกแยกและให้สังคมเกิดความโกลาหลวุ่นวายที่ยากต่อการประนีประนอมหรือปรองดองสามัคคีระหว่างคนในสังคม เราจึงขอเรียกร้องให้เดินตามแนวทางของผู้ที่มีใจเป็นประชาธิปไตยที่ว่า“เราจะต่อสู้เพื่อให้โอกาสเขาได้พูดหรือแสดงความเห็น แม้สิ่งที่เขาจะพูดหรือแสดงความเห็นจะเป็นสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย”

 

"นิติฯมธ."ออกประกาศประณามจี้ฝ่ายรปภ.คุมเข้มบุคคลเข้า-ออก

                เมื่อเวลา 10.00 น. นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เรียกประชุมเลขานุการทุกคณะ และผู้เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัย โดยนายอุดมให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการประชุม ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ กล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัย จับภาพรถคนร้ายที่วิ่งเข้าออกได้ ขณะที่กล้องวงจรปิดของคณะนิติศาสตร์สามารถจับภาพคนร้ายช่วงที่มานั่งรอได้ ทำให้พอจะประมวลได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถหาตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว

                นายอุดม กล่าวอีกว่า กล้องวงจรปิดภายในมหาวิทยาลัย สามารถเก็บภาพหลักๆ ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณประตูเข้าออก แต่พื้นที่ที่อยู่ไกลออกไปอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง มหาวิทยาลัยจึงพยายามสำรวจเพิ่มเติมว่า มีพื้นที่ใดบ้างที่ล่อแหลม เนื่องจากขณะนี้ไม่ได้มีเฉพาะอาจารย์คณะนิติศาสตร์เท่านั้น ที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งทางความคิด แต่ยังมีอาจารย์คณะอื่นๆ ด้วย มาตรการขณะนี้มหาวิทยาลัยจะประสานกับคณะต่างๆ ให้ช่วยกันดูแล และจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะเน้นย้ำให้มีการประสานงานกันมากขึ้น เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุขึ้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมัวแต่ไปสนใจว่าอาจารย์เป็นอะไรหรือไม่ แต่ไม่ได้แจ้งข่าวให้หน่วยอื่นๆ เลย ซึ่งถ้ามีการแจ้งข่าวกัน ก็อาจจะจับตัวคนร้ายได้ทันที ยอมรับว่าบุคคลกรส่วนหนึ่ง ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ท่าจะเพิ่มเติมอะไรตอนนี้ คงเริ่มที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อน

                “เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากการที่นายวรเจตน์เคลื่อนไหวเรื่องมาตรา 112 อย่างแน่นอน เพราะนายวรเจตย์ไม่มีเรื่องอื่น และการจัดกิจกรรมทุกครั้งอาจารย์ก็ทำโดยเปิดเผย ทำให้เรารู้สึกว่าอาจารย์เองก็คงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องดูแลกันมากขึ้น ยังยืนยันว่ามหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางวิชาการ แต่ต้องมีเงื่อนไขบางประการ เช่นต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เพราะเราไม่ทราบเลยว่าจะมีฝ่ายต่อต้านมาประท้วงหรือไม่ ปัญหาของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่นิติราษฎร์จะจัดหรือไม่จัดกิจกรรม แต่ต้องดูว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร” นายอุดม กล่าว

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกประกาศประณามการก่อเหตุร้ายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยเห็นว่า การก่อเหตุร้ายดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิด มุ่งผลที่จะข่มขู่ และก่อให้เกิดความกังวลแก่บุคคลากรของมหาวิทยาลัยที่ใช้เสรีภาพทางวิชาการในการแสดงความคิดเห็น มหาวิทยาลัยจึงขอประณามการใช้ความรุนแรงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาในทุกกรณี และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง มหาวิทยาลัยจะติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และเพิ่มมาตรการในด้านการรักษาความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น เพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่เข้ามาใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัย

                นายอุดม แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า สิ่งที่ยังบกพร่องอยู่คือเรื่องการเข้าออกของบุคคลภายนอก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ จึงออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่ตั้งแผงเหล็กกั้นประตูเข้าออกมหาวิทยาลัย และจักรยานยนต์ทุกคันต้องมีการแลกบัตร  อีกส่วนหนึ่งคือคัดกรองบุคคลภายนอกที่เดินผ่านเข้าออก ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องมีงานเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบุคคลภายนอกก็อาจจะไม่ได้รับความสะดวก นอกจากนี้ยังกำชับให้ทุกหน่วยงานมีการประสานงานที่ชัดเจน เพราะเรายังขาดระบบสื่อสารไปถึงผู้ที่หน้าที่รับผิดชอบ โดยจะให้ทุกหน่วยงานมีเครือข่ายวิทยุ และสร้างจุดประสานงาน จะได้ติดต่อกันได้เร็วขึ้น ส่วนกล้องวงจรปิดยังไม่สามารถติดตั้งได้ทันที จะขอให้ทุกหน่วยสำรวจพื้นที่ล่อแหลม และจัดคนไปช่วยเฝ้าระวังก่อน

                นายอุดม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยกับ สน.ชนะสงครามมีความสัมพันธ์อันดี ตำรวจเข้าใจปัญหาของมหาวิทยาลัยดี เมื่อเกิดเหตุก็มาอย่างรวดเร็ว และดูแลอย่างใกล้ขิด และหลังจากเกิดเหตุเมื่อวานนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ รองผบช.น. ก็มาสอบถามชื่อ และที่อยู่ของอาจารย์ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีอยู่ 3-4 คน เพื่อจะไปช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยเองที่ทำได้คือช่วยกันดูแลคนละไม้คนละมือ แต่คงไม่ไปปรามเรื่องการแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แต่ละคน เพราะแต่ละคนคงสามารถประเมินสถานการณ์เองได้ บางคนมีเครือข่ายของตัวเอง กระบวนการเหล่านี้เป็นเกราะคุ้มครองเขาส่วนหนึ่งด้วย คนที่คิดจะมาทำร้ายคงต้องคิดแล้วคิดอีก