
ญี่ปุ่นวิตกกัมมันตรังสีปนเปื้อนอาหาร
ชาวญี่ปุ่นยังรู้สึกหวาดกลัวการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหาร หลังสูญสิ้นศรัทธาต่อหลักประกันของรัฐบาล
1 มี.ค.55 สำหรับบรรดาผู้จับจ่ายสินค้าชาวญี่ปุ่น ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ จนกระทั่งเกิดวิกฤติขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไดอิชิ แต่ปัจจุบันคนจำนวนมากสูญสิ้นศรัทธาต่อหลักประกันของรัฐบาล และพากันวิตกว่าสารกัมมันตรังอาจจะปนเปื้อนอยู่ในอาหารของพวกเขา
การหลอมละลายภายในโรงงานนิวเคลียร์ หลังเกิดแผ่นดินไหวและตามด้วยสึนามิ ได้ส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายและรั่งไหลของสารกัมมันตรังสี ทั้งในน้ำและในอากาศ ปกคลุมพื้นที่เพาะปลูกในบริเวณใกล้ที่ตั้งโรงไฟฟ้า และทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำบริเวณที่เป็นแหล่งอาหารทะเล
อาหารที่ใช้ผลผลิตจากฟูกูชิม่า ถูกลบออกจากเมนู ด้านรัฐบาลได้ห้ามนำเนื้อวัว , นม , เห็ด และผักสีเขียวบางชนิดมาบริโภค แต่ลูกค้าจำนวนมากก็ยังไม่เชื่อถือมาตรการที่ใช้ และเริ่มไม่ซื้ออาหารที่ผลิตจากบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ฟาร์มของเกษตรกรเต็มไปด้วยผลผลิตที่ขายไม่ออก และปลาที่ชาวประมงจับได้ก็กลายเป็นสิ่งไม่มีค่า
ผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่า อยากให้ลูกวัย 1 ขวบ กินปลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นของโปรดของเขา แต่ก็กลัวจะปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี เธอจึงต้องซื้อปลานำเข้า แต่ก็ยืนยัน
ว่า ยินดีจะช่วยซื้อปลาจากชาวประมงในประเทศ ถ้ามั่นใจว่าปลอดภัย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แสดงให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นไม่เชื่อถือมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลโดยหลังจากเกิดวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ญี่ปุ่นได้ประกาศอนุญาตให้เพิ่มระดับของกัมมันตรังสีในอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ 5 และหมายความว่าผลผลิตที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็ไม่เป็นอะไรเช่นกัน ข้าวที่ปลูกอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งโรงไฟฟ้าได้รับการประกาศว่าปลอดภัย แต่เมื่อมีการทดสอบวัดระดับของสารกัมมันตรังสี ก็พบว่า สูงกว่าระดับที่อนุญาติล่าสุด
นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเตาปฏิกรณ์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ให้ความเห็นว่า การประกาศว่าอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีสูงกว่าระดับที่เคยกำหนดว่าปลอดภัยในอดีตถึง 5 เท่า
สามารถบริโภคได้นั้น ทำให้ข้อสงสัยว่า รัฐบาลทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ผลิต ไม่ใช่ผู้บริโภคต่อมารัฐบาล ได้ขานรับกระแสกดดันของสาธารณชน ด้วยการระบุว่า นับจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป อาหารที่มีระดับสารกัมมันตรังสีเกินกว่า 100 เบ็คเคอเรลต่อกิโลกรัม จะถูกห้ามจำหน่าย ซึ่งถือเป็นการลดระดับจากเดิม 500 เบ็คเคอเรล
อุตสาหกรรมประมงและเกษตกรรมของญี่ปุ่นเข้มแข็งมาก การขาดความไว้วางใจจากสาธารณชน ไม่ได้สร้างปัญหาเฉพาะในประเทศ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายในต่างประเทศอีกด้วย ยอดการส่งออกสินค้าเกษตร ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ในฐานะสินค้าที่มีคุณภาพ ได้ลดลงไป 7.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สินค้าประเภทอาหารทะเลลดลง 10.9 เปอร์เซ็นต์
ประเทศคู่ค้า 8 ประเทศ รวมทั้งจีนและเกาหลีใต้ ยังคงระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากผักในพื้นที่ทางเหนือและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่างอีออน ต้องตัดสินใจเรียกคืนความมั่นใจของลูกค้า และไม่สนใจคำแนะนำของรัฐบาลจัดการทดสอบอาหารเอง โดยระบุว่า การตั้งมาตรฐานจำกัดสารกัมมันตรังสีไร้ความหมายเนื่องจากผู้บริโภคไม่ยอมรับ



