ข่าว

การอุดหนุนราคาพลังงาน:ภาระเร่งด่วนที่รอการแก้ไข

การอุดหนุนราคาพลังงาน:ภาระเร่งด่วนที่รอการแก้ไข

02 มี.ค. 2555

จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : การอุดหนุนราคาพลังงาน : ภาระเร่งด่วนที่รอการแก้ไข : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]

          สัปดาห์ที่แล้ว ผมค้างไว้ในเรื่องการจำกัดกลุ่มของผู้ใช้พลังงาน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ในสินค้าพลังงานบางชนิดก็อาจทำไม่ได้ โดยส่วนที่ทำได้ส่วนใหญ่จะต้องผูกติดกับโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะตัว เช่น กระแสไฟฟ้า

          แต่ในอีกมุมหนึ่งเมื่อเทียบกับสินค้าพลังงานที่มีความคล่องตัวสูงในการเคลื่อนย้ายได้ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติและก๊าซหุงต้มในบ้านเรา การเข้าถึงก็ง่ายไม่ต้องตรวจสอบมาก การขนย้ายก็สะดวกเพราะมีภาชนะบรรจุเช่นถังก๊าซและรถยนต์ การเปิดเผยและตรวจสอบข้อมูลก็ทำได้ยากและมีต้นทุนสูง จึงทำให้เวลาที่รัฐจะให้การอุดหนุนต้องดำเนินการแบบเป็นการทั่วไป (universal) ไม่สามารถเลือกเป็นการเฉพาะกลุ่ม (target) ได้ 

          คำถามที่ตามมาก็คือประสิทธิผลของการอุดหนุนนั้นมีมากน้อยแค่ไหน คนที่ได้รับการอุดหนุนคือคนที่เราต้องการให้ใช่หรือไม่ หากมองในเรื่องของความยุติธรรม (fairness) การให้การอุดหนุนแบบ universal นี้ ย่อมมีโอกาสที่ประโยชน์จะตกไปอยู่กับกลุ่มคนรวยมากกว่าคนจน หากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าน่าเสียดายที่ทรัพยากรของรัฐถูกใช้จ่ายไปอย่างเปล่าประโยชน์และไม่ได้เกิดผลต่อการบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยเท่าที่ควร

          หากมองในแง่ของความสูญเสียเชิงมหภาคการอุดหนุนราคาพลังงานในทางหนึ่ง นอกจากจะไม่สร้างความตระหนักในการใช้พลังงานอย่างรู้ค่าแล้ว ยังถือว่าส่วนหนึ่งยังเป็นการนำรายได้ของคนในประเทศไปมอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันในต่างประเทศ (wealth transfer) โดยที่คนในประเทศไม่ได้รู้สึกตัวเลย  

          จากตัวเลขล่าสุดราคานำเข้าก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ในตลาดโลกได้เพิ่มสูงขึ้นถึงตันละ 1,082 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับราคาในประเทศกิโลกรัมละ 43.55 บาท แต่ภาครัฐยังคงกำหนดราคานำเข้าไว้ที่ตันละ 333 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับกิโลกรัมละ 18.13 บาท และคอยอุดหนุนส่วนต่าง เท่ากับว่าคนในประเทศกำลังบริโภค LPG ถูกกว่าราคาตลาดโลกถึงประมาณ 3 เท่า และราคา LPG ในประเทศเพื่อนบ้านเราก็สูงกว่าเราแทบทั้งนั้น นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการลักลอบเอาก๊าซ LPG ราคาถูกในบ้านไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน แปลว่ารัฐบาลไทยนอกจากจะอุดหนุนพลังงานราคาถูกแก่คนไทยแล้วยังช่วยอุดหนุนการใช้ LPG ของคนในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

          ผมมานั่งคิดถึงปริมาณเงินมหาศาลในแต่ละปีที่เรานำไปอุดหนุนราคาพลังงานแล้วก็น่าตกใจนัก เฉพาะการชดเชยการนำเข้า LPG ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2551-2555 สูงถึง 6.6 หมื่นล้านบาท หากเรานำเงินจำนวนนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริงด้วยการนำไปก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ การขยายแนวท่อส่งก๊าซและน้ำมัน การขยายถังเก็บน้ำมันเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉิน ผมเชื่อว่าเงินเหล่านี้น่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยได้มากกว่าที่จะนำไปอุดหนุนอย่างไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

          ในท้ายที่สุดที่ผมอยากฝากไว้คือ การอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเงินกองทุนน้ำมัน ซึ่งแต่แรกเริ่มตั้งขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพทางด้านราคาในภาวะผันผวน ต่อมากองทุนน้ำมันซึ่งเก็บมาจากผู้ใช้น้ำมันบางประเภทเพื่อส่งผ่านไปแก่ผู้ใช้บางประเภท (cross subsidy) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานหรืออะไรก็ตามที แต่การกลับยิ่งทำให้ประเทศเราลืมมองเจตนารมณ์ขั้นพื้นฐานของการให้การอุดหนุน จนในที่สุดการให้การอุดหนุนได้กลายเป็นสิ่งเสพติดในสังคมไทย และทำให้ถึงขนาดต้องมีการประท้วงเพื่อรักษาประโยชน์อันไม่ควรได้นั้นให้ยาวนานต่อไป โดยไม่คำนึงว่าประโยชน์ที่ตนเองได้รับก็คือความเสียสละของบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องยอมแบกรับภาระจำยอมเหล่านั้น 

          ผมอยากบอกว่าหากเราไม่ทำอะไรเลย ในวันนี้สถานะกองทุนน้ำมันซึ่งติดลบอยู่ถึง 1.7 หมื่นล้านบาท จะทบทวีเพิ่มเป็นกว่า 8 แสนล้านบาทในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า แล้วใครเล่าที่ต้องมาแบกรับภาระนี้ถ้าไม่ใช่ทุกคนในชาติ ผมอยากวิงวอนให้เราหาทางออกร่วมกันด้วยสันติ และสร้างสรรค์ การยอมเสียสละประโยชน์อันตนไม่ควรได้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมในการเดินหน้าต่อไป นั่นคือสิ่งที่เราควรทำร่วมกันไม่ใช่หรือ

 

 

----------

(หมายเหตุ : จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : การอุดหนุนราคาพลังงาน : ภาระเร่งด่วนที่รอการแก้ไข : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])

----------