ข่าว

การเมืองแบบคุณธรรมกำลังกลับมา

การเมืองแบบคุณธรรมกำลังกลับมา

01 มี.ค. 2555

การเมืองแบบคุณธรรมกำลังกลับมา : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

             ผมได้แรงบันดาลใจจากการเขียนงานชิ้นนี้จากการมีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง "การเมืองกินคน" หรือ Ides of March เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับเชิญและความกรุณาจากสหมงคลฟิล์ม
 
              ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจตรงที่กล่าวถึงบรรยากาศการสมัครหาเสียงประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โดยจับตอนการแข่งขันกันภายในพรรคเดโมแครต ซึ่งกำลังเข้มข้นมาก โดยเฉพาะในการหยั่งเสียงของสองตัวแทนพรรคในรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งหากใครชนะในรัฐนี้ก็จะมีโอกาสที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคในการชิงชัยในตำแหน่งผู้สมัครประธานาธิบดี (ในหนังยังสื่ออีกว่า พรรคคู่แข่งนั้นไม่มีความสามารถพอ ดังนั้นใครที่มีโอกาสได้เป็นตัวแทนเดโมแครตครั้งนี้ก็เท่ากับว่าจะได้ตีตั๋วไปเป็นประธานาธิบดีเลยทีเดียว)
 
              ตัวเอกของเรื่องคือ ผู้ช่วยผู้จัดการการรณรงค์การเลือกตั้ง ของผู้สมัครที่กำลังมาแรง โดยที่ตัวเขาหลุดเข้าไปในวังวนของการชิงไหวชิงพริบของการเมือง และในอีกด้านหนึ่งเขาก็ค้นพบว่า ตัวผู้สมัครที่เขาศรัทธานั้นได้กระทำสิ่งที่ละเมิดศีลธรรมข้อสำคัญของการเมืองอเมริกันเข้าให้ด้วย จึงทำให้เขามีมุมมองใหม่และมีพฤติกรรมใหม่ที่มีต่อการเมือง
 
              สำหรับในเรื่องนั้น บทสนทนาตอนหนึ่งระหว่างตัวผู้ช่วยผู้จัดการการรณรงค์การเลือกตั้ง กับตัวผู้สมัครนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง ตรงที่เขาวิพากษ์ตัวผู้สมัครว่า คุณจะทุจริตโกงเงินอะไรก็ไม่สำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ละเมิดไม่ได้ในการเมืองของอเมริกาคือเรื่องของความสัมพันธ์ฉันชู้สาวระหว่างตัวนักการเมืองกับผู้หญิง โดยเฉพาะตัวผู้หญิงที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน
 
              ผมมานั่งนึกถึงเรื่องการเมืองไทยในช่วงนี้ แล้วก็มานั่งคิดว่า ตกลงอะไรคือสิ่งที่ละเมิดไม่ได้เลยบ้างในสังคมไทย
 
              ซึ่งเอาเข้าจริงข้อกล่าวหาก็คงจะมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล้มเจ้า ขายชาติ เผด็จการ เล่นพวก คอรัปชั่น รวมไปถึงเรื่องชู้สาว
 
              ล่าสุดก็คงจะเป็นเรื่องกินเหล้าในสภานี่แหละครับ (เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะกลายเป็นเรื่องที่ตามออกมาจากการแพ้โหวตของฝ่ายค้านในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั่นแหละครับ)
 
              เรื่องราวการห้ามละเมิดต่างๆ เหล่านี้ผมคิดว่าน่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรื่องของฐานความผิด แต่หมายถึงเรื่องราวว่าอะไรคือฐานความผิดที่ถือเป็นจุดตายที่แก้ตัวไม่ได้ของนักการเมืองไทย
 
              สมัยหนึ่งผมคิดว่าเรื่องของการล้มเจ้า และ/หรือการไม่จงรักภักดี น่าจะเป็นเรื่องใหญ่สุด รวมไปถึงเรื่องของการขายชาติ แต่ไปๆ มาๆ แล้วผมคิดว่า ถ้ายังไม่ถูกดำเนินคดี คือเป็นแค่เรื่องของข้อกล่าวหา เรื่องราวเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะยังพอมีทางออกหรือเจรจา หรือป้องกันข้อกล่าวหากันได้อยู่บ้าง
 
              เรื่องเหล่านี้ก็คงจะสืบเนื่องไปถึงเรื่องข้อกล่าวหาเรื่องของเผด็จการ ขายชาติ เล่นพวกและคอรัปชั่นด้วย ทั้งนี้เพราะเรื่องเหล่านี้อาจจะมีเทคนิคเกี่ยวข้องได้ว่าจะตีความตัวบทกฎหมายไปทางไหน
 
              ทีนี้มาถึงเรื่องชู้สาวบ้าง เรื่องชู้สาวนี้เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้เห็นชัด ในแง่ของหมัดเดียวจอด ส่วนใหญ่ในสังคมเราเรื่องราวเหล่านี้ค่อนข้างไปในทางที่เป็นเรื่องของบั่นทอนความน่าเชื่อถือ-เชื่อมั่นทางการเมืองมากกว่า
 
              ส่วนเรื่องการกินเหล้าเนี่ย ผมว่าคงทำอะไรได้ไม่มากนัก เว้นแต่กระแสต่อต้านจากบรรดาพวก สสส.จะจุดติด เพราะเป็นพวกที่เป็นศัตรูกับเหล้า (แม้ว่าจะได้เงินมาจากเหล้าก็ตาม)
 
              เอาเป็นว่า ส.ส.คงจะจุดไม่ติดเรื่องนี้ แต่ สสส.น่ะไม่แน่ ฮ่าฮ่า 
 
              แต่กลับมาซีเรียสอีกนิด ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญก็คือ ฝ่ายค้านในตอนนี้เหมือนจะให้ความสำคัญกับการค้านเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับจริยธรรมในความหมายแคบ ทั้งเรื่องชู้สาว และเรื่องของมึนเมา ขณะที่เรื่องในเชิงนโยบายนั้นอาจจะไม่ค่อยเด่นชัดนัก นับจากที่พ่ายแพ้ไปจากเรื่องของการตีความ พ.ร.ก.
 
              หรือแม้กระทั่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดูจะเน้นไปที่เรื่องของการเพาะสร้างความกลัวและการเกลียดชังกับตัวคุณทักษิณ
 
              …ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจุดตายในการเมืองแบบคุณธรรมนั้นจะอยู่ตรงไหนกันแน่ในวันนี้ครับ