
ทำปุ๋ยอินทรีย์ยาวสุดลดหมอกควัน
ผู้ว่าฯลำพูนแนะใช้เศษใบไม้ทำปุ๋ยลดหมอกควัน เตรียมแผนรณรงค์ทำกองปุ๋ยอินทรีย์ยาวที่สุดในโลก อำเภอแม่สายค่าฝุ่นละอองเกือบแตะ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลำปางหามนักเรียนบ้านสบเติ๋นเข้ารพ.
29ก.พ.2555 นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะแก่ประชาชน จ.ลำพูน จึงรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรนำใบไม้และเศษวัสดุที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยวผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ โดยวิธีการของคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม้โจ้ ซึ่งมีหลักการทำปุ๋ยแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ย เพียงนำใบไม้และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกองซ้อนสลับกับมูลสัตว์เป็นชั้น ๆ ความกว้างประมาณ 3.50 เมตร ความยาวไม่จำกัด
"ทั้งนี้ จังหวัดมีแผนที่จะจัดทำกองปุ๋ยอินทรีย์ที่ยาวที่สุดในโลก ที่ อ.ลี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและมูลสัตว์เป็นจำนวนมาก และมีการเผาเศษวัชพืชและไฟป่าเกิดขึ้นหลายครั้ง จังหวัดจึงรณรงค์ให้นำเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว ซึ่งต้นทุนการผลิตจะใช้มูลสัตว์เป็นเงิน 600 บาท ต่อการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำนวน 1 ตัน สามารถจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ได้ประมาณตันละ 4,000 บาท ซึ่งจังหวัดมีแผนที่จะสร้างกองปุ๋ยอินทรีย์ยาวที่สุดในโลก ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 300 ตัน มูลค่าประมาณ 1,200,000 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายค่ามูลสัตว์ประมาณ 180,000 บาท" ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวและว่า
สำหรับปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองที่ จ.ลำพูนวันที่ 29 ก.พ. อยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่จุดวัดคุณภาพอากาศ ที่สนามกีฬาจังหวัดลำพูน วัดได้ 100.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
เชียงรายค่าฝุ่นละอองเกือบแตะ300ไมโครกรัม/ลบ.ม.
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ในวันที่ 29 ก.พ. พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบมีค่าระหว่าง 60.7- 295.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกสถานี โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปางและแพร่ ที่พบฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจังหวัดเชียงราย ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.เมือง วัดค่าฝุ่นละอองได้ 213 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร AQI (ดัชนีคุณภาพอากาศ) อยู่ที่140 ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ 100 และมีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนที่สาธารณสุขแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย วัดได้ 295.8 ไมโครกรัม /ลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 176 มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน
ส่วนจังหวัดลำปาง ที่บริเวณศาลหลักเมือง อ.เมือง วัดค่าฝุ่นละอองได้ 178.2 ไมโครกรัม /ลูกบาศก์เมตร จังหวัดแพร่ ที่บริเวณอุตุนิยมวิทยาแพร่ วัดค่าฝุ่นละอองได้ 135.9 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนในจังหวัดอื่นๆพบว่าค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยจังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย วัดได้85.4 ไมโครกรัม /ลูกบาศก์เมตร จังหวัดลำพูน ที่สนามกีฬา อบจ. วัดได้ 100.8 ไมโครกรัม /ลูกบาศก์เมตร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัดได้ 119.4 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร และที่จังหวัดน่าน สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน วัดได้ 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 100 อยู่ในระดับปานกลาง
ทำฝนหลวงไม่สำเร็จเหตุความชื้นในอากาศต่ำ
นายกิตติ ธูปศรี นักวิชาการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคเหนือ เปิดเผยถึงสาเหตุการทำฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือว่าเกิดจากค่าความชื้นในอากาศมีต่ำ โดยในวันที่ 29 ก.พ.นี้วัดได้เพียง 35% จากพื้นดินสูงขึ้นไปที่ 10,000 ฟิต ทำให้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ต้องมีการเปลี่ยนแผนในการทำฝนหลวง มาเพิ่มความชื้นให้กับอากาศแทน ซึ่งดำเนินการติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นวันที่ 2 ในจังหวัดลำปาง แพร่และพะเยา ที่ทำการบินไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และคาดว่าจะต้องดำเนินการเพิ่มความชื้นให้กับอากาศต่อเนื่อง จนกว่าจะพบว่าค่าความชื้นอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ก็จะมีการปรับแผนการทำฝนหลวงทันที
ชี้ต้องให้ภาคประชาชมีส่วนร่วมในการจัดการ
เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ โครงการความร่วมมือจัดการไฟป่าแบบผสมสานลดปัญหาหมอกควัน และอีกหลายภาคส่วน ร่วมกันจัดเวทีเสวนา "แนวทางการจัดการไฟป่าลดปัญหาหมอกควัน ..ทางออกที่ยังไม่เลือก" ที่ห้องประชุมสัมมนา1 อาคารเครื่องกล 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผศ.ดร.สุทธินี ดนตรี อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยข้อมูลการวิจัยในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ว่า สาเหตุที่ให้เกิดการเผาป่าในช่วงนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าในเดือนมีนาคมจะเกิดปัญหาหมอกควันมากที่สุด เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง เหมาะแก่การติดไฟสูง แต่ปีนี้พบว่าสภาพอากาศมีความแห้งแล้งเร็วกว่าทุกปี ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าฤดูฝนจะมาเร็วส่งผลให้เกษตรกร ต้องเร่งทำการเพาะปลูก
ด้าน ดร.วัชรพงษ์ ธัชยพงษ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาของทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ พบว่าการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ คือ การชิงเผาก่อน เพื่อกำจัดเชื้อเพลิงที่จะก่อให้เกิดการเผาป่าเพิ่มมากขึ้น ดังกนั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในสภาพป่าก่อนว่าเป็นป่าประเภทใดที่จะเหมาะสมกับการชิงเผา ส่วนใหญจะมีการดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากสภาพอากาศมีความแห้งและไม่ควรทำการชิงเผาในที่เดิม เพราะจะทำให้ทรัพยากรจุดเดิมถูกทำลาย จะต้องมีการหมุนเวียนเปลี่ยนที่เพื่อให้ทรัพยากรยังคงอยู่ต่อไป
ขณะที่นายสุนทร เทียนแก้ว เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ชาวบ้านมีการเผาป่า เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจและไม่รู้โทษของการเผาป่า แต่ถ้าหากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และยอมรับฟังสาเหตุการเผาป่าของชาวบ้านบ้างก็จะทำการแก้ไขปัญหาหมอกควันสามารถแก้ไขได้ตรงจุด และชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหมอกควันแบบบูรณาการทุกภาคส่วน
ลำปางพิษหมอกควันหามนักเรียนบ้านสบเติ๋นเข้ารพ.
นางสรินญา กัลยา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสบเติ๋น หมู่ 2 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า จากปัญหาหมมอกควันปกคลุมพื้นที่ ต.สบป้าด ทำให้มีเด็กนักเรียนอนุบาลจำนวน 3 คน อาการหนักต้องหยุดเรียน นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่เมาะ ทางโรงเรียนจึงประสาน อบต.สบป้าด นำรถน้ำมาฉีด ตามถนนและสนามโรงเรียน เพื่อเพิ่มความชุมชื้นและลดหมอกควันทุกวัน
แม่สอดสร้างความเดือดร้อนคนขี่รถ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ปัญหาหมอกควันที่ปกคลุมในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงสภาพรุนแรงขึ้น ทำให้ผู้สัญจรไป - มา ต้อง เปิดไฟรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เนื่องจากทัศนวิสัยเลวร้ายมาก เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะที่ผ่านมาสภาพหมอกควันดังกล่าว ทำให้รถยนต์ที่สัญจรไป-มา เกิดอุบัติเหตุ บนเส้นทางสายอำเภอแม่สอด - อำเภอเมืองตาก รวมทั้งประชาชนทั่วไประคายเคียงสายตากด้วย โดยนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้วาราชการจังหวัดตาก ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมกับกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการดำเนินการดับไฟป่า และหน่วยงานอื่นๆ
ผู้ลี้ภัยในศูนย์อพยพเจอปัญหาไฟป่า-หมอกควันหนัก
ขณะเดียวกัน ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ณ พื้นที่พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยม ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยังคงหวาดผวากับไฟป่าที่ไหม้ลุกลามบริเวณภูเขาด้านหลังศูนย์อพยพ เป็นบริเวณกว้าง โดยไฟป่าเริ่มไหม้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดับ แม้ว่าเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่า พร้อมกับผู้ลี้ภัยได้เข้าไปดับไฟป่า แต่เนื่องจากมีกระแสลมและสภาพพื้นที่เป็นหุบเขา ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ลำบาก ไฟป่ายังคงลุกไหม้ ซึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งนี้ ผู้ลี้ภัยต่างวิตกมาก เพราะเกรงว่า ไฟจะลุกลามไปไหม้ศูนย์อพยพอีก ซึ่งได้ไหม้สุสานของศาสนาคริสต์ในศูนย์อพยพได้รับความเสียหายไปแล้วบางส่วน นอกจากนี้ผู้ลี้ภัยยังต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันอีก



