
'เทพไท'ปัด'ปชป.'มีเอี่ยว'บลูสกาย'
'เทพไท' ปัด 'ปชป.' มีส่วนเกี่ยวข้องช่อง 'บลูสกาย' ข้องใจกมธ.รับลูกเอง ทั้งที่ไร้อำนาจตรวจสอบ เหน็บ 'จตุพร' ไร้การยอมรับบ้านเกิด ไม่หวั่นถูก 'เฉลิม' ฟ้องหมิ่น
29 ก.พ.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องบูลสกายว่า จะต้องมีการตรวจสอบว่าชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย คือสื่อเทียมหรือสื่อแท้ เพราะไม่ทราบที่มาว่าเป็นสื่อชนิดใด ซึ่งการกล่าวอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 ที่ห้าม ส.ส. , ส.ว. ที่เป็นนักการเมืองเข้าไปถือหุ้นในสื่อนั้น ตนขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องบลูสกาย และมั่นใจว่าการที่ตน และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน ไปออกรายการสายล่อฟ้านั้น ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เช่นเกียวกับทางรายการของช่องเอเซีย อัพเดท แต่ชมรมดังกล่าวกลับไม่ไปตรวจสอบ
นายเทพไท กล่าวว่า คณะกรรมาธิการไม่มีสิทธิตรวจสอบการกระทำของ ส.ส.ซึ่งหากพบว่า ส.ส.คนใดมีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายก็จะต้องยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และคณะกรรมการด้านจริยธรรมเท่านั้น ซึ่งประธานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ก็คือพล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็อยู่ที่ พล.ต.อ.วิรุฬ ว่าจะรับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าหากรับเรื่องจริงก็เปรียบเสมือนการชงกันเอง
เหน็บ 'ตู่' ไร้การยอมรับจากบ้านเกิด
ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่านายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางไปสัมมนาที่จังหวัดสงขลามีความพยายามที่จะปลุกกระแสชาตินิยมในภาคใต้นั้น นายเทพไท กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยปลุกกระแสใดๆ แต่พรรคการเมืองอื่นต่างหากที่พยายามบิดเบือน และยัดเยียด แต่ก็ถือว่าเป็นที่น่าสงสารที่ทั้ง 2 คนที่เป็นคนภาคใต้ แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากคนภาคใต้ด้วยกัน ซึ่งต่อจากนี้ก็คงต้องจับตาดูคณะรัฐมนตรีที่จะไปสัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ว่าจะมีการอนุมัติเงินงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่เท่ากับภาคเหนือหรือไม่ ซึ่งหากมีการเหลื่อมล้ำกัน ทางรัฐบาลก็ต้องให้คำตอบกับทางสังคม
ไม่หวั่นถูก 'เฉลิม' ฟ้องหมิ่น
ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ร้องทุกข์กล่าวโทษหมิ่นประมาทต่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมตนด้วยที่ สน.แสมดำนั้น ตนไม่รู้สึกกังวลใดๆ ในการสู้คดี แต่กังวลในการเดินทางไปให้ปากคำที่ สน.แสมดำ เพราะอยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักของ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งหาก ร.ต.อ.เฉลิม มีความต้องการที่จะหวังผลในรูปคดี ร.ต.อ.เฉลิม ก็ควรที่จะฟ้องร้องต่อศาลอาญาไปเลย
อย่างไรก็ตามหาก ร.ต.อ.เฉลิม ต้องการที่จะดำเนินคดีเพราะหวังผลทางการเมือง เพื่อไม่ต้องการให้มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ร.ต.อ.เฉลิม ก็จะต้องให้คำตอบกับประชาชนด้วย ซึ่งในวันนั้นตนก็มีพยานในที่เกิดเหตุหลายคน เช่น นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นต้น



