ข่าว

ทหารลุยรื้อ'บ้านไทยใหญ่49หลัง'

ทหารลุยรื้อ'บ้านไทยใหญ่49หลัง'

28 ก.พ. 2555

ทหารขนแบ๊คโฮลุยรื้อบ้านไทยใหญ่ 49 หลัง หลังซื้อที่ สปก.กว่า 72 ไร่ ผุดชุมชนขนาดใหญ่กว่า 200 ครอบครัว อ้างกระทบความมั่นคง-ยาเสพติด ส่วนที่เหลืออีก 43 หลัง ดีเดย์ออกพื้นที่ 1 เม.ย. นี้ เผยต่างด้าวขยับซื้อที่สร้างบ้าน 5 อำเภอชายแดนอีกเพียบ

             ปัญหาการบุกรุกครอบครองที่ดินโดยผิดกฏหมายของกลุ่มบุคคลต่างด้าวกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ของจังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ก.พ.เจ้าหน้าที่กองอำนวยการความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (กอ.รมน.) และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 นำรถแบ็กโฮเข้ารื้อถอนบ้านจำนวน 49 หลัง ในบ้านใหม่หนองผึ้ง ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังถูกแรงงานต่างด้าวชาวไทยใหญ่เข้าถือครองที่ดินสปก.ในการปลูกสร้างบ้านและสิ่งถาวรวัตถุตั้งแต่ปี 2547 จนขยายตัวเป็นชุมชนขนาดใหญ่กว่า 200 หลังคา เรือนและมีชาวไทยใหญ่อาศัยอยู่กว่า 1,000 คน
 
             พ.อ.อัครวัฒน์ วุฒิเดชโภคิน หัวหน้ากลุ่มข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3  เปิดเผยว่า ในปี 2547 นางอรทัย รัตนพจน์ และนางกนกรัฐ  อึ้งศรีวงศ์ ผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ได้นำ ที่ดินจำนวน 2 แปลงรวม 72 ไร่ จัดสรรแบ่งเป็นล็อกขายให้กับแรงงานต่างด้าวชาวไทยใหญ่ในราคาแปลงละ 20,000 บาท จำนวนกว่า 200 แปลง ทำให้แรงงานชาวไทยใหญ่เข้าทยอยซื้อและสร้างบ้านจนขยายตัวเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีบ้านอยู่กว่า 120 หลัง ซึ่งการสร้างชุมชนของชาวไทยใหญ่ที่ส่วนใหญ่ถือบัตร บุคคลบนพื้นที่สูงได้ได้ผลกระทบกับปัญหาด้านความมั่นคงและปัญหายาเสพติด
 
             ต่อมาในปี 2551 ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติให้นางอรทัย รัตนพจน์ และนางกนกรัฐ อึ้งศรีวงศ์ ผู้ครอบครองที่ดิน ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และปรับปรุงพื้นที่ให้อยู่ในสภาพ เดิมภายใน 30 วัน พร้อมความดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่รวม 177 ราย แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด ทั้งที่ กอ.รมน. ได้ใช้มาตรการกดดันด้วยการตัดน้ำตัดไฟมาหลายครั้งแล้วก็ ตาม ขณะเดียวกันองค์กรเอกชนยังอ้างหลักสิทธิมนุษยชนยื่นมือเข้าช่วยเหลือกลุ่มบุคคลต่างด้าวเหล่านี้โดย อ้างว่าถูกหลอกลวง
 
             ล่าสุดหลังจากยื้อเวลามานาน กอ.รมน.ภาค 3 ได้ขีดเส้นตายให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภาย ในวันที่ 21 ก.พ. ซึ่งหลังจากมีคำสั่งได้มีชาวไทยใหญ่จำนวนหนึ่งตัดสินใจขนทรัพย์สินย้ายออกจากบ้านรวม 49 หลัง ซึ่งในวันที่ 29 ก.พ.นี้เจ้าหน้าที่ได้เข้ารือถอนบ้านทั้งหมด

             ส่วนที่ยังเหลืออีก 43 หลัง ซึ่งในจำนวนี้มีชาวไทยใหญ่ที่ยังอาศัยอยู่ 14 หลัง ส่วนนี้ได้มีข้อตกลงให้รื้อถอนและออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งหากครบกำหนดเจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนตามข้อตกลงทันที จากนั้นจะปรับพื้นที่ส่งคืนให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเชียงใหม่
 
             ส่วนนางอรทัยหลังถูกแจ้งความได้ยอมรับว่าเป็นผู้ที่ครองที่ดินผืนนี้จริงแต่อ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่รู้เห็นกับการซื้อขายที่ดินให้กับชาวไทยใหญ่ โดยเชื่อว่าจะถูกนายหน้าค้าที่ดินปลอมแปลงลายมือ ซึ่งในส่วนนี้อยู่ในการดำเนินการของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีชาวไทยใหญ่จำนวน 50 ครอบครัว  เตรียมฟ้องดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่ขายที่ดินให้เนื่องจากทำให้เสียเงินฟรีซึ่ง กอ.รมน. ยินดีให้คำแนะนำ
 
             พ.อ.อัครวัฒน์ กล่าวว่า การเข้ารื้อถอนหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างของประเทศไทยในการดำเนินการกับกลุ่มชาวต่างด้าวที่ครอบครองที่ดินโดยผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามนอกจากบ้านใหม่หนองผึ้งแล้วยังพบว่ายังมีชาวไทยใหญ่ก่อสร้างบ้านในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนของ จ.เชียงใหม่ ทั้ง ฝาง แม่อาย ไชยปราการ เชียงดาวและเวียงแหง โดยจากการตรวจสอบพบว่าบุคคล ต่างด้าวได้ใช้ชื่อคนไทยซื้อที่ดินมีโฉนดอย่างถูกต้องซึ่งเรื่องนี้จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่บ้านทรายมูล ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง ที่พบชาวไทยใหญ่บุกรุกพื้นที่ป่าสร้างบ้านอีกกว่า 10 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการต่อไป