ข่าว

'เฉลิม'ชี้สสร.99คนทำงานหกเดือนเหมาะสม

'เฉลิม'ชี้สสร.99คนทำงานหกเดือนเหมาะสม

28 ก.พ. 2555

"เฉลิม" ชี้ สสร. 99 คน และทำงานหกเดือนเหมาะสมแล้ว ไม่ขอพูดอะไรเกี่ยวกับการแก้รธน.เพราะอาจกดดันสสร. วันนี้พร้อมซัดปชป.ในการชี้แจงพรก.เงินกู้สองฉบับ และพร้อมตอบกระทู้สดกรณีเมาในรัฐสภา ขู่ได้รับข้อมูลใครบางคนมาแล้วและขอให้นั่งฟังด้วย

          วันที่ 29 ก.พ.55  เวลา 10.45 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตอนนี้บางฝ่าย เช่นนายโคทม อารียา อดีตกกต.รวมทั้งนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เสนอให้เพิ่มสสร.เลือกตั้งจาก 77 คน เป็น 150 - 200 คน ว่า มันอยู่ที่กมธ.วิสามัญศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ   แต่แนวคิดตนนั้นสสร. 77 คนเหมาะสม เพราะเป็นตัวแทนแต่ละจังหวัดเมื่อนำมารวมกับนักวิชาการ 22 คน แล้วจะมีสสร. 99 คน   
 
          “ มากไปไม่กะทัดรัด น้อยไปไม่น้อยเหมาะสม เพราะสสร.ปี 2540 มี 99 คนก็ทำงานแล่นและเร็ว  มันพอแล้ว แต่วันนี้สังคมเปิดใครๆก็เสนอความเห็นได้ และการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น พรรคได้แสดงความเห็นกันในเรื่องนี้และสรุปว่าจะไม่มีการแสดงความเห็นเรื่องนี้อีก เพราะอาจไปกดดันสสร. ส่วนใครจะออกมาพูดก็เป็นเรื่องส่วนตัว หากเป็นระดับบิ๊กเนมก็เป็นข่าว ตนจึงระวังเพราะเข้าใจสังคมการเมืองไทย สุดท้ายแล้วบุญไม่แพ้บาป คนทำบาปต้องพบความวิบัติ คนมีบุญต้องพบความรุ่งเรือง แต่กว่าจะถึงวันนั้นมันต้องใช้เวลา”รองนายกฯกล่าว
  
          รองนายกฯ กล่าวต่อว่า คิดว่าคงไม่นาน กมธ.คงจะเร่งประชุม  เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการปฏิวัติ  เรื่องนี้จะพิสูจน์ชัด หากมีการเลือกตั้งอีกครั้งโดยคราวนี้จะแพ้กันขาดเลย ใครที่อิงกับรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นจบประชาชนไม่เอา ตนไปต่างจังหวัดทุกสัปดาห์เพราะให้นโยบายยาเสพติด ก็จึงรู้ แต่คนที่ไม่ชอบตนนั้น มันก็ไม่ชอบและเป็นขาประจำ แม้ตนเคยป่วยหูดับหลายเดือน แต่ยังมีนายแพทย์บอกว่าไม่มีอาการก้านหูอักเสบ ตนไม่รู้จักศัพท์ทางแพทย์  เพราะตนเรียนกฎหมายและหูดับ วันนี้หูข้างซ้ายของตนฟังได้ร้อยละ70 เวลาคุยกับภรรยาของตนนั้นหูข้างซ้ายนั้นฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง  ส่วนอาการหูดับของตนนั้นมันเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากอากาศร้อนมากๆก็จะเกิดอาการ หากไม่ร้อนก็ปกติ แต่ตนยังพูดจาฉะฉาน
  
          เมื่อถามว่า เวลาการทำงานของสสร.180 วันมันอาจเร็วไป รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เร็ว  เพราะหลักมันมีอยู่แล้ว แต่อาจมีปัญหาที่อาจช้าคือการเลือกตั้งสสร.  หากเลือกตั้งได้แล้วและเปิดประชุม เวลาดังกล่าวมันพอแล้ว จริงๆแล้วรูปแบบของแต่ละคนมีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ตนย้ำว่า 180 วันไม่เร็วไปและกำลังดี  เมื่อถามว่า  ตอนนี้หลายฝ่ายสนใจเรื่องนี้ เช่นกระทรวงยุติธรรมและศาลที่ติดตามแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ  รวมทั้งกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองให้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา รองนายกฯ กล่าวว่า ขอย้อนไปเมื่อปี 2538 ตอนนั้นตนเป็นรมว.ยุติธรรม แต่ไม่กล้าพูดตรงนี้ เพราะเดี๋ยวจะไปกดดันสสร.  ตอนนั้นตนไปบรรยายกับผู้พิพากษาหลายร้อยคนในเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่า  ระบบศาลยุติธรรมนั้น แต่เดิมประเทศไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตจนคนไม่เชื่อถือ  ชาวต่างชาติที่กระทำผิดในประเทศไทยแต่กลับไปขึ้นศาลของประเทศตัวเอง  แต่วันนี้ศาลพัฒนาขึ้นมาเยอะและมีระบบตรวจสอบ
 
          “ เช่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับคดีมา จะมีการเลือกผู้พิพากษามาเก้าคนมาเป็นองค์คณะ เมื่อตัดสินเสร็จก็กลับไปในตำแหน่งเดิมคือมาจากระบบคัดเลือกจากผู้พิพากษาด้วยกัน หากจำเลยไม่มั่นใจผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งก็ร้องขอให้เปลี่ยนตัวได้ หรือในศาลยุติธรรมหากมีการร้องเรียนผู้พิพากษาขึ้นมานั้นคณะกรรมการข้าราชการตุลาการจะมีการตั้งกรรมการมาตรวจสอบ ความมั่นใจของคนกับศาลนั้นจึงมีมาก ” รองนายกฯกล่าวและว่า ตนไม่กล้าพูดตอนนี้ว่าสสร.คิออย่างไร แต่ยืนยันกับสังคมไทยว่าศาลยุติธรรมตรวจสอบได้ ในฐานะที่ตนเป็นอดีตรมว.ยุติธรรม แต่ส่วนศาลอื่นและองค์กรอิสระอื่นๆตนยังไม่เห็นการตรวจสอบ ไม่กล้าวิจารณ์ ไม่กล้าก้าวล่วง
 
          เมื่อถามว่า  ตอนนี้มีกระแสข่าวว่า นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯไม่ค่อยพอใจบทบาทช่วงหลังของ ร.ต.อ.เฉลิม และอาจมีผลกระทบกับการปรับครม. รองนายก กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ เพราะตนไม่ทราบ เรื่องปรับครม.เป็นอำนาจนายกฯแต่นายกฯไม่เคยบอกตนเรื่องนี้เลย  แต่ไม่ทราบว่านายกฯเก็บไว้ในใจว่าไม่ชอบตนหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่ทราบด้วย เมื่อถามว่าหากนายกฯไม่ชอบ ทำไมช่วงหลังมอบงานให้ดูแลเยอะ รองนายกฯ กล่าวว่า “นายกฯมอบงานเยอะ เช่น ไปชี้แจงพรก.เงินกู้สองฉบับกับรัฐสภา การดูแลม็อบ และการข่าว  เหนื่อย  เมื่อคืนนี้ (28ก.พ.) ก็ไม่ได้นอนเพราะติดตามผู้ต้องหาชาวอิหร่านสองคน เรื่องนี้แล้วแต่นายกฯ หากเห็นว่าเหมาะก็ทำต่อ หากไม่เหมาะต้องปรับออกนั้นก็เป็นอำนาจนายกฯ”
 
          เมื่อถามว่า ผลงานที่ผ่านมานั้นคิดว่า นายกฯน่าจะพอใจหรือไม่   รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่กล้าพูดแบบเข้าข้างตัวเอง เมื่อถามว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้จะมีการพิจารณาญัตติด่วนในการพิจารณาพรก.การเงินสองฉบับ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญนั้น จะมีเหตุหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า " มีแน่ พรก.โอนหนี้ มันต้องซัดกันเพราะสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล  นายธารินทร์ นิมมาเหมินทร์ อดีตรมว.คลังไปเปิดเสรีทางการเงิน กู้เงินง่ายๆ ใครเป็นคนเปิด  ตนเคยอภิปรายเรื่องนี้แล้ว นายกฯมอบให้ตนนั้นถูกแล้ว ใครบอกนักข่าวว่านายกฯไม่พอใจ ตน  ข่าวลือ มันไม่จริงนะสิ อย่าไปคิดว่าตนเป็นรัฐมนตรีและรองนายกฯแล้วเจ็ดสมัย มันเยอะเกินไปสำหรับชีวิตตน หากโดนปรับออกก็พร้อมไม่มีปัญหา ไม่เสียอกเสียใจ ตีอกชกหัวแน่ หากให้ตนอยู่ต่อ ตนก็ทำงานแบบนี้แหละ มันเป็นสไตล์ของตนคือ ตนไม่ทุจริต และมีคุณธรรม ”
  
          ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะตั้งกระทู้สดว่ารองนายกฯเมาในรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น    พรรคเพื่อไทยสอบถามหรือไม่  รองนายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีใครเชื่อ ดูสิตอนนี้ตนหน้าแดงหรือไม่  เพราะตนออกกำลังกายทุกวัน วันไหนออกกำลังกายก็หน้าแดง  คนที่หน้าดำคือคนฆ่าคน กรุณานิดว่า การยื่นกระทู้สดสอบถามตนเรื่องนี้ นั่งฟังตนให้ได้นะ วันนี้ข้อมูลมาเต็มหมดแต่ไม่บอกว่าเป็นของใคร คนเรานั้นทำสิ่งใดไว้ย่อมรู้แก้ใจตัวเอง”
 
          ส่วนกรณีที่นสพ.และเว็บไซต์บางแห่งลงภาพชายคนหนึ่งสวมรองเท้าให้กับรองนายกฯในการไปตรวจเยี่ยมสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น   รองนายกฯว่า “ชายคนนั้นเป็นคนสวนและคนรับใช้ในบ้านของตนเอง วันนี้ก็ยืนข้างหลังตนนี่แหละ เวลาตนป่วย ชายคนนี้ก็นวดและเฝ้าไข้ตน ตนไม่เคยใช้ข้าราชการ    เรื่องนี้ไม่กระทบกับตนหรอกและมันปกติ ภาพนั้นตนขึ้นไปกราบศาลแล้วถอดรองเท้า เมื่อจะใส่รองเท้าแล้วตนก้มไม่ลง ชายคนนี้จึงดึงให้  เมื่อถามว่า คนอายุ 64 ปี  ชายคนนี้เป็นคนสวนที่บ้าน  ไม่รับราชการแล้วมาใส่รองเท้าให้ตนแบบนี้   แต่มีคนกล่าวหาว่าเลวนั้น หากตรงนี้เลวบ้านเมืองคงลำบาก    หากแบบนี้ตนอยู่บ้าน คนรับใช้มาเสริฟ์ข่าว ตนต้องกราบเหรอ   มันไปกันใหญ่แล้ว  หากตนไปใช้ตำรวจทำสิ มันไม่เหมาะและไม่ให้เกียรติ คนโพสต์ภาพนี้ในเฟซบุ๊กเป็นสตรีที่จ.สระบุรี  ตนรู้แล้ว”
 
          ส่วนการที่นายกฯมอบงานใหม่คือดูแลม็อบร่วมกับรมว.มหาดไทย ตอนนี้จากทางการข่าวนั้นทราบหรือไม่ว่าจะมีม็อบเข้ากทม.หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า " ไม่มี  ไม่ห่วงม็อบการเมือง การแสดงออกนั้นก็เป็นสิทธิ อย่าไปห้าม มันเหมือนการต้มน้ำที่ต้องมีรูให้ไอน้ำออก หากไปปิดก็จะระเบิด ตนไม่มองการเมืองเป็นเรื่องร้าย การที่นายกฯมอบหน้าที่นี้ให้ตน เพราะนายกฯรู้ว่าตนไม่ใจร้อนและประนีประนอม แต่บุคลิกและคำพูดของตนซึ่งเสียงดังและอาจทำให้คนอื่นมองว่าตนใจร้อน รอบนี้หากมีการชุมนุมจะไม่มีการตาย ตนดูแลเรื่องนี้เรียบร้อย สบาย ตอนนี้เป็นช่วงผลผลิตการเกษตรออกสู่ตลาด ไม่มีอะไร วันนี้สังคมไทยเติบโตทางกาเมืองเร็ว และคงไม่เชื่อใคร   ใครที่ทำสิ่งใดไว้เวรกรรมจะเห็นในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังปกติ ”
  
          ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สาขาภาคใต้ เสนอให้ปลุกระดมให้ประชาชนมาชุมนุมต้านการแก้รัฐธรรมนูญ รองนายกฯ กล่าวว่า " ไม่มีหรอก ปล่อยไปตามธรรมชาติ เพราะเรื่องนี้ยังมีอีกสามขั้นตอน พรรคประชาธิปัตย์ใจร้อน ยังไม่ทันทำอะไรเลย ไม่มีเหตุอะไรเลย หากจะล้มรัฐบาลนั้นคงยาก แต่อาจจะเซได้ แต่ตนมั่นใจ ใครที่บอกว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนๆเดียวนั้น   รัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายที่จะปลดปล่อยอะไรได้   ตราบใดที่ยังได้ยินคำว่าเผาบ้านเผาเมือง เราชนะตลอด”