
ศาลยธ.ไม่กังวลข้อเสนอวัฒนายุบศาลรธรน.-ศาลปค.
"โฆษกศาลยธ." ระบุไม่กังวลข้อเสนอ"วัฒนา"ให้ยุบ"ศาลรธน.-ศาลปค." ชี้เป็นเพียงแค่ความเห็นของคนๆเดียว และยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ระบุขอห็นหน้าตารธน.ฉบับใหม่ก่อน เปรยหากท้ายสุดถุกคลุมถุงชนก็ต้องปฎิบัติตาม
วันที่ 29 ก.พ.55 รายการเก็บตกจากเนชั่น ได้สัมภาษณ์ นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมเตรียมตั้งทีมงานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของศาลยุติธรรม ว่า การตั้งทีมศึกษารัฐธรรมนูญของในส่วนศาลยุติธรรมดังกล่าวนั้น เพราะว่าเราต้องการจะทราบว่าเราจะต้องวางจุดยืนอย่างไรให้มีความเหมาะสมในส่วนศาลยุติธรรมต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เนื่องจากการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรมนั้นยืนอยู่บนความเชื่อมั่นของประชาชน และหลักคิดและแนวคิดในการตั้งคณะกรรมคือ เพื่อต้องการศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของศาลยุติธรรม โดยเราจะไม่ก้าวล่วงไปยังองค์กรภายนอก อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้ คณะกรรมของเราจะทำหน้าที่สึกษาตัวเนื้อหารัฐธรรมนูญในปี 2550 ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม เช่น มีส่วนใดบ้างไม่มีความจำเป็นหรือไม่เหมาะสมที่นำไปใส่รัฐธรรมนูญก็เห็นว่าควรจะถอดออกมา แล้วนำไปใส่ตัวกฎหมายที่ต่ำกว่า หรือใส่ในตัวกฎหมายในชั้นพระราชบัญญัติ เป็นต้น โดยตอนนี้คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ศึกษาได้รับโจทย์มา คือ ให้ศึกษาว่าอะไรไม่ควรจะนำไปใส่ในรัฐธรรมนูญใหม่ เราก็จะเสนอความเห็นเข้าไป
" การศึกษาครั้งนี้ เราคงจะไม่เข้าไปศึกษาไปถึงองค์กรอื่น หรือศาลอื่นๆแน่ เราขอทำหน้าที่ที่จะดูแลบ้านตัวเอง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง เราถือว่าภาระกิจได้มีการแบ่งแยกโดยในตัวรัฐธรรมนูญ เราก็จะไม่ขอเข้าไปยุ่ง และระบบยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานยุติธรรมของประเทศเราไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด ดังนั้นเราไม่มีนโยบายที่จะไปดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะถือว่าหน้าที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง หรือสสร. ที่จะเข้ามาดูแล ส่วนหากมีเรื่องที่จะแก้ไขในส่วนศาลยุติธรรมจะต้องทำอะไรบ้าง ในเรื่องนี้เราคงจะต้องเข้ามาคุยกันถึงความเหมาะสมและผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่จะได้รับจะอยู่ที่ตรงจุดไหน " นายสิทธิศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรมรนูญแล้ว ทำให้เกิดการกระทบต่อการทำงานของศาลยุติธรรม เรื่องนี้ศาลยุติธรรมจะต้องมีความเห็นอย่างไรหรือไม่ นายสิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้คงจะต้องมาศึกษาถึงความเหมาะสม เพราะภาระกิจของศาลยุติธรรมรับเอาไว้ดูแลจะสามารถรับภาระกิจที่จะเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายๆ เรื่อง การจะไปยุบอะไรมารวมหรือไม่นั้น ตอนนี้ทางศาลยุติธรรมเราคงจะไม่มีความเห็น ตอนนี้เราของทำหน้าที่ในการดูแลบ้านของเราเองให้สะอาดสะดวกเรียบร้อยก่อน
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาประธานศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุว่าการมีการยุบศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองแล้ว จะทำให้ศาลยุติธรรมมีภาระกิจที่เพิ่มขึ้น โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้่นในศาลยุติธรรมทั้งสามศาล ปีหนึ่งคดีเกิดขึ้นประมาณหนึ่งล้านถึงหนึ่งสองแสน หรือหนึ่งล้านสามแสน ซึ่งศาลชั้นจะสามารถตัดสินคดีให้แล้วเสร็จได้ประมาณร้อยละ 84 - 86 ต่อปี ซึ่งในหนึ่งปีจะมีคดีที่ตกค้างประมาณสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนศาลอุทธรณ์การพิจารณาในวันนี้ถือว่ามีความรวดเร็วมาก จะมีค้างส่วนใหญ่จะอยู่ที่ศาลอุทธรณ์กลาง เนื่องหลายๆคดีมีความซับซ้อนของคดีมาก และในส่วนศาลฎีกาถือว่ามีคดีอยู่ไม่มาก มีคดีเพียงหลักร้อยเท่านั้่น
เมื่อถามว่า หากมีการศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง และโอนคดีให้มาอยู่ที่ศาลยุติธรรม จะเป็นการเพิ่มให้ศาลยุติธรรมหรือไม่ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นเพียงความเห็นของนายวัฒนา เมืองสุข ซึ่งความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้ยังไม่ได้เกิด และแนวความคิดดังกล่าวอาจจะไม่ได้เป็นจริงที่ที่ได้มีการเสนอก็ได้ เรื่องนี้มันยังไกลเกินไป และตนเห็นว่าในตอนนี้สำนักงานศาลยุติธรรมเองคงไม่จำเป็นที่จะต้องไปกังวลอะไร เนื่องจากเรายังไม่หน้าของรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขใหม่เลย
" ความจริงแล้วภาระกิจหน้าที่ของศาลยุติธรรม เราไม่อยากจะไปรับหน้าที่อะไรที่เกินหน้าที่ของศาลยุติธรรมที่ควรจะต้องทำ เช่น การกำหนดให้ประธานศาลฎีกาไปร่วมเป็นกรรมการสรรหาต่างๆ ซึ่งมันไม่ใช่เป็นภาระกิจของศาล ซึ่งเรื่องนี้ในส่วนของศาลยุติธรรมเองก็เคยที่หารือร่วมกันว่าภาระกิจอย่างนี้มันจะทำให้ศาลถูกมองไม่ค่อยดี เพราะอะไรที่เข้าไปเกี่ยวกับการเมืองแล้วมันก็ดูไม่ค่อยดี เราเห็นว่าศาลก็ควรทำหน้าที่ของศาลในการตัดสินคดี ส่วนหากคดีใด หรือศาลใดจะเข้าหรือไม่เข้า ในที่สุดแล้วถูกหากคลุมถุงชน เราก็คงจะต้องทำ หากเรื่องนั้นเป็นไปตามที่ประชาชนได้มอบหมายให้ ซึ่งในบางเรื่องเราเองก็ไม่สามารถที่จะต่อรองและเลือกได้ แต่ตอนนี้ตนเห็นว่ามันไกลเกินไปที่จะไปกังวล ส่วนความคิดเห็นของคนหนึ่ง หรือคนบางกลุ่ม คำตอบสุดท้ายตอนนี้มันยังไม่ใช่



