
ปรับฟลัดเวย์พุทธมณฑล5เลน
"สุจริต คูณธนกุลวงศ์"หนึ่งใน กยน.เผยเตรียมปรับฟลัดเวย์พุทธมณฑลสาย 4-5 เป็น 5 เลน รองผู้ว่าฯกทม.หนุนแจงไม่ต้องกลัว ยันเมืองหลวงมีพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงอย่าขวางทางน้ำ
28ก.พ.2555 รายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวี ได้จัดรายการตอน "ฟลัดเวย์...เอาอยู่(บางพื้นที่)?" โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วยรศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คณะทำงานอนุกรรมการระยะเร่งด่วน คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. และผศ.ดร.คมสัน มาลีสี รองคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
รศ.ดร.สุจริต กล่าวว่า ที่ทำได้ในปีนี้คือลดน้ำในเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ และต้องดูว่าจะเก็บกักน้ำได้เท่าไหร่ โดยแก้มลิงที่เก็บน้ำ 2 ล้านไร่ โดยมีอยู่แล้ว 3.7 ล้านไร่ ส่วนที่เหลือจะแจ้งครม.ว่าให้มีการขุดลอกเพื่อให้น้ำลงทะเล
ส่วนฟลัดเวย์นั้นถือเป็นฟลัดเวย์ตามธรรมชาติ หากท่วมปีนี้ก็พยายามรักษาให้อยู่ในช่องดังกล่าว และพยายามหาทางระบายน้ำออกทางคลองที่มีอยู่เพื่อให้ลงสู่ทะเล ส่วนทางด้านตะวันออกรับน้ำได้ 500 ลบ.ม./วินาที โดยจะมีการสร้างประตูที่คลอง 8 ฟลัดเวย์จะเป็นคลอง 13 - 14 และอีก 600 ลบ.ม./วินาที จะไปฝั่งตะวันตกลงที่แม่น้ำท่าจีน ส่วนพุทธมณฑลสาย 4-5 นั้น มี 4 เลน ซึ่งกำลังจะปรับเป็น 5 เลน
"อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประเมินอาจจะประเมินน้ำผิด เพราะของจริงน้ำมามาก บทเรียนนี้ทั้งชุมชน และผู้เกี่ยวข้องน่าจะเรียนรู้ การเข้าออกของน้ำให้สูสีและต้องประเมินน้ำว่ามีเท่าไหร่ หากทำความเข้าใจ การท่วมก็อยู่ในระดับที่รับได้จะช่วยให้ความรุนแรงลดลง ภาระก็จะกระจายกันไป โดยปีนี้ตั้งใจให้ปลูกข้าวเดือน พ.ค. น้ำเข้าประมาณเดือน ก.ย. พอเดือน พ.ย.ก็ระบายออก แต่อาจจะช้าหน่อย และเมื่อถึง 1 ธ.ค.ปลูกข้าวได้ หากไม่ได้ก็จะชดเชยให้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกันราคาข้าวของรัฐบาล" รศ.ดร.สุจริต กล่าวและว่า
สำหรับพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมแน่ๆ นั้น จากคลอง 8 - 15 จะเป็นโซนที่น้ำไหลผ่านไปยังคลองไชยานุชิตสูงสุดประมาณ 1 เมตร เพราะคลอง 8 จะประตูระบายน้ำในช่วงหน้าแล้งนี้เลย เพราะด้านล่างระบายน้ำได้ 400 ลบ.ม. และประสานทหารในการทำเครื่องระบายน้ำ
ส่วนพื้นที่สายไหมจะมีคลองผลักดันน้ำลงอุโมงค์ ส่วนฝั่่งตะวันตก คลองพระยาบรรลือ ถึงบางบัวทอง จะพยายามให้อยู่ที่ 300 ลบ.ม. โดยมีข้อตกลงกับกทม.ว่าจะช่วยกัน และเสนอว่าหมู่บ้านที่ต่ำจะอยู่ในระดับ 50 ซม. และมีการป้องกัน 50 ซม.- 1 ม. โดยดูจากระดับถนน ถนนหลักจะไม่ท่วม ส่วนปริมณฑลนั้น จะมีการเกลี่ยกันไป ปทุมธานี อยู่ที่ 50 ซม. นครปฐม บริเวณที่ติดแม่น้ำท่าจีน จะท่วมประมาณเมตรกว่า จากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงแม่น้ำน้อย 1 ม. ผักไห่ถึงบางบาล 1 ม. เพราะเป็นพื้นที่ต่ำอยู่แล้ว
ดร.ธีระชน กล่าวว่า เรื่องฟลัดเวย์ไม่ต้องกลัว เพียงแต่ต้องบริหารจัดการให้ถูกต้อง หากดูผังเมืองของกทม.จะมีพื้นที่รับน้ำ โดยเจ้าพระยารับน้ำได้ไม่น้อยกว่า 3 พันลบ.ม./วินาที แต่ขออย่าไปขวางน้ำข้างบนเหมือนที่ผ่านมา สิ่งก่อสร้างที่มีให้ไปจัดการให้ดี ส่วนพุทธมณฑลสาย 4-5 นั้น ก็สามารถทำได้ แต่ปัญหาคือการเมืองแทรกเยอะเกิน
การระบายน้ำควรปล่อยให้น้ำลงมาไม่ควรไปอั้นไว้ โดยให้แม่น้ำเจ้าพระยารับส่วนหนึ่ง แก้มลิงรับส่วนหนึ่ง และแม่น้ำท่าจีนรับอีกส่วน หากน้ำไหลลงมาเรื่อยๆ จะไม่เกิดปัญหา และปีนี้ตนจะไปเฝ้าประตูระบายน้ำว่ามีการเปิดประตูระบายน้ำหรือไม่ ทำไมน้ำถึงไม่มาโดยจะดูถึงคลองระพีพัฒน์ว่ามีการกั้นหรือไม่
ดูจากตัวเลขการปล่อยน้ำของเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ แล้วไม่น่าท่วม บทเรียนเดิมที่ไปขวางต้องไม่เกิดขึ้นอีก ชื่อบอกว่า บางน้ำเปรี้ยวต้องมีน้ำ ที่หนองต้องมีน้ำ ไม่ใช่ไปกั้น ไม่ใช่ที่ดอนท่วม ขณะเดียวกันทำอย่างไรที่จะไล่รื้อชุมชนที่รุกที่คลอง โดยต้องปรับระบบครั้งใหญ่ ไม่ใช่ปล่อยให้คลองประปาเป็นที่ผ่านทางน้ำไหล สำหรับกรุงเทพฯ ที่ กทม.มองการจัดการน้ำโดยภาพรวมของ กฟผ. เห็นว่าปีนี้น้ำจะแล้งสูง
ผศ.ดร.คมสัน กล่าวว่า แผนต่างๆ ตนเชื่อว่าสิ่งที่ออกแบบไว้ดี แต่จะถูกนำไปปฏิบัติตามวัตถุประสงค์หรือไม่ บางอย่างไม่ใช่ต้องให้ประชาชนพอใจเท่านั้น แต่ต้องคุยด้วยว่าจุดไหนเป็นจุดต่ำ จุดไหนเป็นจุดผ่าน อะไรที่ควรจะเป็นจะเดินง่ายกว่า ซึ่งตนห่วงเรื่องพื้นที่แก้มลิง 2 ล้านไร่หากคำนวณจริงๆ คงไม่สามารถรับปริมาณน้ำได้ และต้องทำคันกั้นน้ำเป็นช่วงๆ พื้นที่ที่บอกว่าเป็นพื้นที่ต่ำน้ำผ่านต้องเร่งชี้แจง ภาครัฐต้องตอบให้ได้ว่าทำไมจึงเป็นพื้นที่แก้มลิง และต้องชดเชยให้ประชาชน เพราะบางอย่างไม่ใช่ธรรมชาติ แต่เป็นการจัดการ
สำหรับคลองระพีพัฒน์ หากจำเป็นก็ต้องมีการสร้างคันกั้นน้ำ และต้องไปดักที่คลองหกวาสายล่างเพื่อดันน้ำไปทางตะวันออกให้ได้ แต่ที่ผ่านมามีแต่คำพูดว่าดันน้ำไปทางฝั่งตะวันออก ไม่เช่นนั้นกรุงเทพฯตายแน่ และคลองต่างๆต้องมีการขุดลอกให้ดี แต่เวลาที่ผ่านมาเมื่อน้ำมาที่คลองหกวาสายล่าง กลับไม่มีการดันน้ำมาข้างล่าง ซึ่งในปีต่อๆ ไป หากน้ำมาอีกไม่ควรมาจ่อที่กรุงเทพฯ ต้องจัดการให้ไหลไปตามคลองต่างๆ และบริหารน้ำผ่านคลองแสนแสบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ และปีนี้ ถ้าฝนไม่ตกถล่มทลายน้ำไม่ควรมาจ่อที่คลองระพีพัฒน์ สำหรับประตูน้ำการปิด-เปิดไม่ควรสั่งโดยนักการเมือง เพราะการเปิด-ปิดมีความสัมพันธ์กับส่วนอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวลาดกระบังไม่ยอมเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ยอมให้เป็นพื้นที่น้ำผ่าน ในส่วนอุตสาหกรรมลาดกระบังนั้น ก็เริ่มมีการสร้างคันกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่



