ข่าว

กทม.อัดการเมืองอย่าอวดรู้บริหารน้ำ

กทม.อัดการเมืองอย่าอวดรู้บริหารน้ำ

28 ก.พ. 2555

รองผู้ว่าฯกทม. อัดนักการเมือง อย่าอวดรู้แผนบริหารน้ำ แนะรัฐเปิดช่องฟลัดเวย์ 3 คลองหลักฝั่งตอ. อย่าขวางทางน้ำไหล พร้อมใช้แก้มลิงรับน้ำ 76 ตร.กม. กทม. เผย ยกเครื่องระบบข้อมูล 436 โรงเรียนใหม่

          นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ว่า ในฐานะที่เขาอยู่ในคณะทำงานบริหารจัดการการระบายน้ำ ในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และในฐานะวิศวกรโยธา อยากเห็นรัฐบาลร่วมมือกับทุกภาคส่วน นำพาประเทศผ่านช่วงเวลาที่คนไทยกำลังวิตกว่า ปีนี้น้ำจะท่วมอีกหรือไม่

          รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า สิ่งที่เขาต้องการเสนอ คือเรื่องนายช่างชลประทาน ที่เป็นผู้กำกับดูแลการจัดสรรน้ำ และการบริหารน้ำ ซึ่งหมายถึงต้องเป็นผู้มีใบประกอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธาด้านแหล่งน้ำ ในระดับวุฒิวิศวกรเท่านั้น

          "โดยอาจมีทีมงาน อาทิ วิศวกร ระดับสามัญวิศวกร และภาควิศวกร หรือทีมงานเสริมที่มีความรู้ด้านการพยากรณ์อากาศ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเป็นลูกทีม โดยจำเป็นต้องมีนายช่างใหญ่ ระดับวุฒิวิศวกรให้คำแนะนำ ไม่ใช่นำผู้ที่ไม่มีความรู้มาสั่งการ โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองที่อวดรู้ทั้งหลาย"

          นายธีระชน กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องนำบทเรียนปีที่ผ่านมามาใช้ อย่าไปขวางทางน้ำไหล โดยเฉพาะที่คลองระพีพัฒน์ คลองรังสิต หรือคลองหกวาสายล่าง เพราะต้องปล่อยน้ำให้ไหลผ่านคลองซอยต่างๆ ตั้งแต่คลอง 1 เป็นต้นไป โดยใช้คลองเหล่านี้เป็นฟลัดเวย์ ในการนำน้ำออกปากอ่าว โดยเมื่อน้ำผ่านกรุงเทพฯ ต้องให้เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานที่คลองหกวาสายล่าง คลองแสนแสบตอนหนองจอก และคลองประเวศบุรีรมย์ ทำหน้าที่ผลักดันน้ำ ออกไปยังคลองส่งน้ำ เพื่อไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งทำหน้าที่รับน้ำอีกทางหนึ่ง ไม่ใช่ปิดทางน้ำหมดอย่างในวันที่ 1 ต.ค. ปีที่แล้ว

          นายธีระชน กล่าวว่า ในส่วนด้านใต้ของกรุงเทพฯ ต้องเร่งผลักดันน้ำผ่านจังหวัดสมุทรปราการลงอ่าวไทย ซึ่งมีประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 150 เครื่อง แต่ละเครื่องระบายน้ำได้ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำออกสู่ทะเล

          นอกจากนี้ พื้นที่แก้มลิงและคลองฝั่งตะวันตก รัฐบาลไม่ได้ลงพื้นที่อย่างจริงจัง อีกทั้งพื้นที่ฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่ราบ มีความราบเอียงต่ำ มีโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ขวางทางน้ำไหล ขณะที่คลองทวีวัฒนา ยาวไปบรรจบกับคลองภาษีเจริญ ก็ไม่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่แก้มลิง

          "ผมอยากให้รัฐบาลเข้าไปพัฒนาพื้นที่แก้มลิง ในพื้นที่ 76.42 ตารางกิโลเมตร และเร่งขุดลอกคูคลอง ท่อระบายน้ำ รวมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจากเส้นทางเข้าสู่แก้มลิง ย้อนขึ้นด้านเหนือ คือจังหวัดสมุทธสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี เพื่อให้พื้นที่ปลายน้ำได้มีโอกาสเร่งระบายน้ำออกสู่ปากอ่าว และแบ่งภาระของแม่น้ำท่าจีนได้อีกทางหนึ่ง" นายธีระชน ระบุ

 

กทม.ยกเครื่องระบบข้อมูล 436 โรงเรียนใหม่

          นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษากรุงเทพมหานครขึ้น เพื่อสนับสนุนการบริหารงานภายในโรงเรียนกทม. ทั้ง 436 แห่ง และเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารทุกระดับ ตั้งแต่ระดับสำนักงานเขต สำนักการศึกษา และระดับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กทม.นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ MIS เข้ามาใช้ในการบริหารข้อมูลด้านการศึกษา เป็นการวางโครงสร้างระบบฐานข้อมูลการตัดสินใจสำหรับผู้บริหารให้มีประสิทธิภาพ

          สำหรับ ระบบดังกล่าว เป็นการจัดเก็บข้อมูลสถิติ ประกอบด้วย ข้อมูลด้านนักเรียน สามารถติดตามประวัติ ผลงานของนักเรียน ผลการเรียน ผลการสอบเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงข้อมูลผู้ปกครอง เช่น อาชีพ รายได้ เป็นต้น ส่วนข้อมูลบุคลากรของสถานศึกษา จะมีประวัติของครู อาจารย์ ลูกจ้าง ความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือผลงานของแต่ละบุคคล เพื่อใช้ในการบริหารด้านบุคลากรทางการศึกษา และข้อมูลสถานศึกษา งบประมาณ

          ขณะเดียวกันก็รองรับการจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับโรงเรียน ระดับเขต ระดับสำนักการศึกษา และระดับกทม. โดยสามารถสรุปรายการ แสดงผลข้อมูลในรูปแบบรายงานต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ และสรุปรายงานต่าง ๆ สำหรับผู้บริหาร ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้านเอกสารของเจ้าหน้าที่และลดปริมาณการใช้กระดาษอีกด้วย

          "ขณะนี้ ระบบดังกล่าวได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมีการอบรมครู และบุลากรที่เกี่ยวข้องถึงวิธีใช้ มีศูนย์รับและแก้ไขปัญหาผ่านสายด่วน และออนไลน์ทางเว็บไซต์ เพื่อรับข้อเสนอในการปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง" นางทยา กล่าว