
เปิดปูม'บัณฑูร'ไขก๊อก'ปุ้ม'เสียบ
เปิดปูม 'บัณฑูร' ไขก๊อก 'สุรนันทน์' เสียบ แขวนโฆษกฯ-เลขาฯ ว่างไว้ก่อน ระบุ อึดอัด-ป่วย-การเมืองป่วน ต้นเหตุสำคัญ ครม. วาง 'เฉลิม-กิตติรัตน์' เเจงสภากรณีพรก.เงินกู้ 2 ฉบับ ด้าน นายกฯ เมิน "แผนกรกฎ 52" ให้ใช้ ผู้ว่าฯคุมม็อบแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมติคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) โดยมติแรกให้นายบัณฑูร สุภัควณิช ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นั้นจากการตรวจสอบ พบว่า วาระดังกล่าว ถูกเสนอเข้ามาเป็นวาระจร ที่ถูกเสนอเข้ามาเป็นเรื่องด่วน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายบัณฑูร ด้วยการโทรศัพท์เข้าไปที่โทรศัพท์มือถือส่วนตัว แต่ปรากฏว่า มีเพียงระบบตอบรับแจ้งว่า “ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เหมือนปิดเครื่องไว้ และเมื่อขึ้นไปที่ห้องทำงานบนตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ภายในทำเนียบรัฐบาล ก็พบว่า ห้องถูกล็อค โดยเมื่อมองเข้าไปก็ไม่พบว่า มีใครนั่งอยู่หน้าห้อง มีเพียงชุดรับแขก โต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีเอกสารและมีทีวีจอแบนวางอยู่หนึ่งเครื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามข้าราชการในสลน. จึงทราบว่า นายบัณฑูรเข้ามาที่สลน.ครั้งสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.พ.55 และนายบัณฑูรป่วยบ่อย เมื่อป่วยครั้งหนึ่งก็เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 4-5 วันก็มี
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมเป็นต้นมา นายบัณฑูร สุขภาพแย่ลง เพราะช่วงที่ทำงานใน ศปภ.นายบัณฑูรทำงานหนัก และมีอาการเครียด
ด้าน นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า มติครม.ที่โยกนายบัณฑูร มาทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯนั้น นายบัณฑูรได้สั่งให้เลขานุการส่วนตัวโทรศัพท์เข้าไปหาเขา ในช่วงเวลา 09.05 น. ซึ่งถือว่า เป็นเวลาที่เริ่มมีการประชุมครม.ไปแล้ว เพื่อขอให้เขาช่วยเซ็นวาระ ขอเสนอย้ายตัวเอง เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมครม.
“แม้ผมจะมีความอึดอัดอยู่บ้างกับการเซ็น แต่ก็ต้องเซ็นให้ เพราะถือว่า เพื่อนขอร้องมา แต่ผมก็สงสัยว่า ทำไมพี่บัณฑูร ถึงไม่เซ็นลาออกด้วยตัวเอง แล้วก็ทำเรื่องย้าย เหมือนที่คุณเปิ้ล(นางฐิติมา ฉายแสง) เซ็นลาออกจากตำแหน่งโฆษกรัฐบาล แล้วก็ถูกคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ ดึงไปช่วยงาน”
นพ.ประสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธไม่ทราบว่า นายบัณฑูร มีปัญหาในการทำงานอะไร แต่ทราบว่า มีสุขภาพไม่ดี ป่วยบ่อย แต่ไม่ทราบว่า ป่วยเป็นโรคอะไร เพราะถือว่า เป็นเรื่องส่วนตัว และในระยะหลังก็ไม่ค่อยได้เจอกัน
ส่วนที่มีการตั้งพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการนายกฯแทนนายบัณฑูรนั้น ถือว่า มีความเหมาะสม แต่เขาไม่ทราบว่า พล.ต.ต.ธวัช จะนั่งตำแหน่งนี้ไปตลอดหรือไม่ เพราะทราบเพียงว่าให้รักษาการตำแหน่งนี้ไปก่อน
สำหรับ พล.ต.ต.ธวัช เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8(ผบช.ภ.8) ที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อนร่วมรุ่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ใน ตท.10 จำนวน 52 คน ที่สมัครเข้าเป็นสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2553 ส่วนนายบัณฑูรก็ถือว่า เป็นเพื่อนของพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดียวกัน ที่ถูกมอบหมายให้มาทำงานใกล้ชิดเพื่อดูแลในเรื่องของงบประมาณ เพราะเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณในปี 2551-2552 และถูกส่งให้มาดูแลนางสาวยิ่งลักษณ์
นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า มีช่วงหนึ่งก่อนที่น้ำจะท่วม นายบัณฑูร หายไป และได้ยินมาว่า นายบัณฑูร กินยาเยอะไปหน่อย จนต้องเข้าโรงพยาบาล และช่วงหลังก็ไม่ค่อยได้เจอ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ หรือถ้ารับก็จะนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนมีปัญหาเรื่องงานหรือไม่นั้น ไม่ทราบ
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า ที่ประชุมครม. ได้เห็นชอบให้นางฐิติมา ไปทำหน้าที่รองเลขาธิการนายกฯ เพียงงานเดียว ส่วนงานในตำแหน่งรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกฯลำดับที่หนึ่ง ทำหน้าที่รักษาการโฆษกฯแทน ไปก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคนใหม่ เช่นเดียวกับตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ
แฉ โทรลาออกกับ 'แม้ว' อ้าง อึดอัดฝนการทำงาน
แหล่งข่าวในทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายบัณฑูร ได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขอลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ เนื่องจากมีความอึดอัดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เงินของรัฐบาล ซึ่งนายบัณฑูร เคยดูแลเรื่องงบประมาณมาก่อนจึงรู้ดี รวมทั้งเรื่องนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ที่ได้เข้ามาแย่งซีนทำงานประชาสัมพันธ์ให้กับนายกฯและถูกลดบทบาท จากที่เคยนั่งทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต้องกระเด็นไปนั่งทำงานที่ตึกแดง ทั้งที่ตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ต้องนั่งทำงานใกล้ชิดกับนายกฯ
นอกจากนี้ นายบัณฑูร ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอีกด้วย โดย นายบัณฑูร ได้บอกกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า ขอผันตัวเป็นที่ปรึกษานายกฯแทน ซึ่งหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการจะเรียกใช้งานก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมครม.วันเดียวกัน ได้มีมติเห็นชอบ เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) จำนวน 2 ราย คือ 1.นายภราดา เณรบำรุง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) สปน. และ 2.นางสาวสมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารฯ สลน. ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีฯ สปน.
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ข้าราชการระดับสูง 2 คนนี้ ถูกผู้ใหญ่ในรัฐบาลมองว่า โตขึ้นมาในตำแหน่งดังกล่าว ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และทั้งสองคนต้องทำงานใกล้ชิดกับนายกฯด้วย จึงเกรงว่า จะเป็นอุปสรรคในการทำงานในอนาคต
แหล่งข่าวระบุว่า ความจริงแล้วในส่วนของตำแหน่งนี้ เดิมทีจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ตั้งแต่ช่วงประชุมครม.สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี ที่มีการโยกย้ายนายชลิต ดำรงศักดิ์ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ แต่มีการชะลอเรื่องเอาไว้มา จนถึงสัปดาห์นี้ ที่ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกัน เสนอเรื่องเข้ามาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อขอให้ครม.มีมติส่งตัวข้าราชการสองคนนี้เข้าไปช่วยงานผู้ตรวจ โดยที่ไม่ได้ผ่านเลขานายกฯ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใด
“เหมือนกับที่สำนักเลขาธิการนายกฯ ขอตัวนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาธิการสมช. มาเป็นที่ปรึกษานายกฯ และสมช.ก็ขอตัวพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มาเป็นเลขาสมช.แทน”
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นับตั้งแต่นายถวิล ที่ถูกย้ายออกจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาว่า เคยทำงานให้รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ จนมาถึงวันนี้ ข้าราชการระดับสูงในทำเนียบ 2 รายนี้ ก็ยังถูกมองว่า เอนเอียงไปทางพรรคประชาธิปัตย์
ปูมหลัง 'บัณฑูร' ไขก็อก เหตุ นายกฯไม่พอใจงานไม่เข้าตา
แหล่งข่าวอีกสายหนึ่ง จากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงเบื้องหลังการลาออกของ นายบัณฑูร ว่า เนื่องมาจากการทำงานของทีมงานฝ่ายการเมืองโดยรอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น หลังจากที่ ได้ดึงนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ มาช่วยงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากผ่านพ้นปัญหาวิกฤตน้ำท่วม
ทั้งนี้ นายสุรนันทน์ ทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัวของนายกฯ นั่งทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า และทำหน้าที่สกรีนงานต่าง ๆ ให้นายกฯทุกเรื่อง โดยเฉพาะงานด้านการเมืองและด้านสื่อสารมวลชน จนกระทั่งเข้าไปบริหารจัดรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ส่งผลให้ นายสุรนันทน์ มีบทบาทอย่างมากในทำเนียบรัฐบาล จนทำให้เกิดปัญหาขึ้น กับทีมงานการเมืองของนายกรัฐมนตรีบางส่วน
นอกจากนี้ ในช่วงหลังการทำงานของนายบัณฑูร เริ่มมีปัญหามากขึ้น เพราะนายกฯ ไม่พอใจการทำงาน ในเรื่องของการขาดตกบกพร่องในการจดบันทึก การเตรียมเอกสารสุนทรพจน์ หรือสคริปต์ที่ให้นายกฯ กล่าวในงานต่าง ๆ จนบางครั้ง นายกฯต้องทำการดึงเอกสารมาแก้ใหม่ รวมถึงยังมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย จนสุดท้าย นายบัณฑูร จึงตัดสินใจลาออกในที่สุด และทำให้ครม.มีมติแต่งตั้งพล.ต.ต.ธวัช มารักษาการแทน
ส่วนกระแสข่าวที่ว่า หากนายสุรนันทน์ พ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ดูแลสื่อ หรือเลขาธิการนายกฯ นั้น แหล่งข่าวสายนี้ ระบุว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากคนในพรรคเพื่อไทย ไม่พอใจนายสุรนันทน์ และเห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา นายสุรนันทน์ ทิ้ง พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยไป ในยามลำบาก
“พรรคเพื่อไทย ได้มีการหารือกันแล้วว่า หากไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้น จะไม่มีผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในบ้านเลขที่ 111 คนใดเข้ามาแย่งตำแหน่งน้อง ๆ หรือบุคคลที่มีตำแหน่งปัจจุบันในรัฐบาลอย่างเด็ดขาด ภายหลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว นอกจากว่า คนที่ทำงานปัจจุบันจะทำงานได้แย่มาก จึงจะให้เข้ามาช่วยงานในรัฐบาล ดังนั้น ยืนยันได้ว่าบ้านเลขที่ 111 พ้นโทษแล้ว ก็จะไม่เข้ามาทำงานในรัฐบาลอย่างแน่นอน”
'บัณฑูร' โดนการเมือง พท. ตามบี้ หลังไม่ผ่านงบฯให้
ทั้งนี้ มีรายงานอีกกระแส จากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า การลาออกจากเลขาธิการนายกฯ ของ นายบัณฑูร เนื่องจากไปขัดแย้งกับฝ่ายการเมืองในพรรคเพื่อไทย กรณีการเสนอของบประมาณและโครงการต่าง ๆ ผ่านกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้นำเข้าที่ประชุมครม. เนื่องจาก นายบัณฑูร เคยเป็นผอ.สำนักงบประมาณมาก่อน จึงรู้ระบบงบประมาณเป็นอย่างดี และไม่ค่อยเห็นด้วยในบางเรื่องทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจ จนเกิดปัญหาการทำงานขึ้น และทำให้นายบัณฑูรต้องยื่นใบลาออกในที่สุด
ครม. วาง "เฉลิม - กิตติรัตน์" ชี้เเจงสภากรณีพรก.เงินกู้สองฉบับ
เเหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. วันที่ 28 ก.พ.55 ที่ประชุม ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เเละนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ เเละรมว.คลัง เป็นผู้เตรียมชี้เเจงกับรัฐสภา หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พรก.กู้เงินสองฉบับนี้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เเละต้องนำพรก.สองฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะเป็นผู้รับผิดชอบในการชี้เเจงกับรัฐสภา ส่วนนายกิตติรัตน์ เป็นผู้เตรียมเนื้อหา เเละเเสตนด์บายสำรองไว้ เพราะอาจต้องมาชี้เเจงเหตุผลของพรก.สองฉบับนี้ ในช่วงที่นส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 6-9มี.ค.55 โดยนายกิตติรัตน์ ต้องเดินทางไปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย จึงวางเเนวทางไว้ว่า นายกิตติรัตน์อาจเดินทางไปก่อน เเละทำภารกิจล่วงหน้า เมื่อเสร็จสิ้นเเล้ว หากจำเป็นก็กลับไทยก่อน เพื่อมาชี้เเจงเรื่องนี้กับรัฐสภา แต่หากสถานการณ์ไม่มีอะไร นายกิตติรัตน์ก็อยู่ญี่ปุุ่นกับนายกฯ จนเสร็จสิ้นภารกิจ
นายกฯ เมิน "แผนกรกฎ 52" ให้ใช้ ผู้ว่าฯคุมม็อบแทน
เเหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. ยังเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. ได้หารือถึงกรณีที่อาจจะมีกลุ่มต่าง ๆ มาชุมนุม โดยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสมช.เเละอดีตผบ.ตร. เสนอว่า หากม็อบเข้า กทม. ตำรวจมีเเผนกรกฎ52 ไว้ดูเเลม็อบ เเละสามารถนำมาใช้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ได้เเสดงความเห็นว่า สมัยที่ทำงานกับรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ พลเอกชาติชาย กล่าวไว้ว่า ผู้ว่าฯเป็นเหมือนเจ้าเมือง จึงฝากความหวังเรื่องเเก้ปัญหาม็อบกับผู้ว่าฯ เพราะตำรวจ มีอำนาจน้อยกว่าผู้ว่าฯมากนัก จึงควรใช้ผู้ว่าฯในการเเก้ปัญหานี้ ดังนั้น รัฐบาลนี้ ควรมอบให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ เเละรมว.มหาดไทยดูเเลเรื่องม็อบ โดยตำรวจจะช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนการข่าวนั้น สันติบาลใช้ได้เลย ในเรื่องที่จะทราบว่า ม็อบมาจากไหน จะไปไหนหรือจะปิดถนนสายใดบ้าง ซึ่ง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ก็เสริมว่า ควรให้เบี้ยเลี้ยงเพิ่ม กับสันติบาลในเรื่องนี้ด้วย
เเหล่งข่าวเปิดเผยว่า นส.ยิ่งลักษณ์ เห็นว่า คงไม่ต้องใช้เเผนกรกฏ52 เเต่ต้องใช้ผู้ว่าฯมาทำงานนี้ โดยผู้ว่าฯต้องรายงานเรื่องม็อบ ต่อร.ต.อ.เฉลิม เเละนายยงยุทธทันที จากนั้น สองรองนายกฯ ต้องรับทราบเรื่อง เเล้วเเจ้งให้เธอทราบทันทีเช่นกัน โดยรองนายกฯทั้งสองคน ต้องติดตามเเละประเมินว่า ม็อบต้องการอะไร โดยขอร้องว่า อย่าให้ม็อบปิดถนนเด็ดขาด ซึ่งผู้ว่าฯ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรองนายกฯทั้งสองคนนี้ ต้องเร่งเเก้ปัญหา เพราะรัฐบาลนี้ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน



