
ปฐมบทของสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ปฐมบทของสภาร่างรัฐธรรมนูญ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
ดร.หยุด แสงอุทัย ได้บันทึกเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2492 ลงพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) เมื่อ พ.ศ.2519 มีความที่น่าสนใจว่า
"สภาร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2491 ซึ่งกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งรัฐบาลเลือกจากสมาชิกวุฒิสภา 10 คน จากสภาผู้แทน 10 คน และจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 4 ประเภท ประเภทละ 5 คน กล่าวคือ
ประเภท 1 ผู้มีคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนตามบทเฉพาะกาลแห่งรัฐธรรมนูญนี้
ประเภท 2 ผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวในประเภท 1 และเคยเป็นผู้ดำรงหรือเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง หรืออธิบดีหรือเทียบเท่า
ประเภท 3 ผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวในประเภท 1 และเคยเป็นสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกพฤฒสภา หรือดำรงหรือเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ประเภท 4 ผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวในประเภท 1 และเป็นสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครบ 40 คนแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญก็ได้เกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา"
ในส่วนของการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดร.หยุดบันทึกว่า “สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับ พ.ศ.2492) เป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญสภาแรกของประเทศไทย ความมุ่งหมายที่ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นก็เพื่อจะได้คนที่เป็นกลางมาร่างรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับประเทศชาติและประชาชน เพราะถ้าให้สภาผู้แทน วุฒิสภา หรือรัฐสภาไปร่างเองก็ดี หรือให้สภานั้นๆ แต่งตั้งกรรมาธิการไปร่างก็ดี ก็จะเอนเอียงไปในทางร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ประโยชน์แก่สภานั้นๆ แต่ถ้าจะให้รัฐบาลแต่ฝ่ายเดียวตั้งคณะกรรมการไปร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการก็จะร่างรัฐธรรมนูญเอนเอียงไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่รัฐบาล โดยตัดทอนอำนาจของรัฐสภาให้น้อยลง อำนาจของสภานิติบัญญัติและอำนาจของคณะรัฐมนตรีจึงไม่สมดุลกันจึงควรให้คนที่เป็นกลางเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ทั้งนี้โดยให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น และนอกจากนั้น การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ยังเป็นโอกาสให้มีการเลือกตั้งผู้ที่มีคุณวุฒิเหมาะสมกับการร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย ซึ่งคุณวุฒิของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นย่อมไม่เหมือนกับคุณวุฒิของสมาชิกสภาผู้แทนหรือสมาชิกวุฒิสภา ในประการสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยังเป็นโอกาสที่จะได้ผู้แทนตามเจตนารมณ์ของราษฎรมาร่วมฝนการร่างรัฐธรรมนูญด้วย”
“ในต่างประเทศได้มีการจัดตั้งรัฐธรรมนูญขึ้น โดยให้ราษฎรเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คล้ายกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ตรงตามเจตนารมณ์ของราษฎร แต่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ.2492 นี้ ได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนและสมาชิกวุฒิสภา ประกอบกันเป็นรัฐสภาเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนราษฎร คงเป็นเพราะว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะให้ราษฎรเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงเหมือนที่ได้กระทำกันในต่างประเทศ”
หลังการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดแรก ประเทศไทยได้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญอีก 3 ชุด ในปี พ.ศ.2502, 2539 และ 2550 และต่อให้ร่างได้ดีอย่างไร ก็ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่อยู่ยั่งยืน
และก็ไม่มีทางที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายได้หรอกครับ



