
ศาลฮึ่ม!ตั้งกก.สอบแก้รธน.50
ศาลยุติธรรมตั้งคณะ กก.ตรวจสอบแก้ไข รธน. ปี 50 หลังถูกเสนอให้ฝ่ายตุลาการถูกตรวจสอบ
28ก.พ.2555 นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายตุลาการได้ว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อมาดูแล หากจะมีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ โดยจะพิจารณาว่า รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้อำนาจศาลยุติธรรมไว้อย่างไรบ้าง มีประเด็นใดบ้างที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจกับศาลมากเกินไป คณะกรรมการก็อาจมีความเห็นเสนอให้ตัดออกจากรัฐธรรมนูญ
ส่วนอำนาจใดที่จะเป็นจะต้องคงไว้ก็จะเสนอให้คงไว้ คือพิจารณาเพียงว่าศาลจะต้องมีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง ไม่ควรมีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกำลังศึกษาอยู่ ไม่ได้นำความเห็นของบางคนมาพิจารณา
“เรื่องการตรวจสอบพูดกันยากจะตรวจสอบศาลเรื่องอะไร ศาลถูกตรวจสอบอยู่แล้ว เรื่องการตัดสินคดี โดยคู่ความในคดีทั้งสองฝ่าย และศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา การให้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และข้อบังคับประธานศาลฎีกา การแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา ก็มีคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ที่มีตัวแทนที่วุฒิสภาส่งมาเข้าร่วมเป็นกรรมการ ถ้าหากศาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ตัวแทนทั้งสองก็ต้องนำไปบอกวุฒิสภาอยู่แล้ว ศาลก็มีหลักเกณฑ์การตรวจสอบ” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว
นายสิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ได้ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ ส.ส.ร.ชุดนั้น ต้องการเห็นคดีที่นักการเมืองกระทำผิดหรือทุจริตต้องพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว แต่ภายหลังได้มีการแก้ไขกฎหมายให้คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ แต่ต้องมีพยานหลักฐานใหม่
ด้านนายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกสำนักงานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับศาลปกครองนั้น เป็นเรื่องขององค์กร เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ไม่อยู่ในอำนาจที่จะให้สัมภาษณ์ได้ ซึ่งประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจ หากให้สัมภาษณ์ไปอาจกระทำต่อองค์กร โดยในวันที่ 8 มี.ค. นี้ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองจะจัดแถลงข่าวเนื่องในวันครบรอบศาลปกครอง สามารถเข้าร่วมงานและขอสัมภาษณ์ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่วันนี้ศาลปกครอง ได้ส่งข้อความเชิญสื่อมวลชนว่า ในวันที่ 29 ก.พ.เวลา10.00 น.เชิญพบกับปะพูดคุยกับนายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง ที่อาคารศาลปกครอง อย่างไรก็ตาม โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการนัดสื่อครั้งนี้ก็ เพื่อที่จะแถลงข้อเท็จจริงบางประการที่เกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็นของนายวัฒนา เมืองสุข ซึ่งมีบางประเด็นไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการทำหน้าที่ตุลาการศาลปกครอง
พท.เสนอ"สามารถ"นั่งปธ.กมธ.แก้รธน.
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ในฐานะกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า ได้มีการประชุมหารือกับผู้บริหารพรรค และ ส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เสนอ นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการฯ และเสนอ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเสนอให้ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นเลขานุการฯ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 29ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมงบประมาณชั้น 3 ส่วนจะได้รับเลือกหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมจะพิจารณาต่อไป และเชื่อว่าการเลือกประธาน กมธ.ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
นายอุดมเดช กล่าวอีกว่า กรรมาธิการฯในซีกพรรคเพื่อไทย เสนอให้กำหนดกรอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ชัดเจน ห้ามแตะหมวดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และส่วนตัวมั่นใจคงไม่มีใครคิดแก้อยู่แล้ว แต่จากการอภิปรายในสภาที่ผ่านมา มีการพูดถึงเรื่องนี้มาก ทำให้ผู้บริหารพรรคมีความเป็นห่วง จึงมีมาตรการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสบายใจของทุกฝ่าย
"อภิสิทธิ์"ยันปชป.ค้านแก้รธน.หากเอื้อ"ทักษิณ"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำพรรคได้เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆ หลังจากนั้นได้บรรยายให้กับสมาชิกพรรคในการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาศักยภาพสาขาพรรค 14 จังหวัดภาคใต้ ในหัวข้อ "มั่นใจในพรรค ชัยชนะทุกภาค" มีสมาชิกพรรค 40 คน ร่วมรับฟัง โดยใช้เวลาบรรยายประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยประเด็นที่หลักที่พูดถึง คือ คำประกาศอุดมการณ์ของพรรค 10 ข้อ ที่มีมาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2489
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อาจมีการหมกเม็ดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



