ข่าว

หั่นงบกลางน้ำท่วมเหี้ยนพบรายจ่ายอื้อ

หั่นงบกลางน้ำท่วมเหี้ยนพบรายจ่ายอื้อ

28 ก.พ. 2555

สำนักงบประมาณตัดงบกลางน้ำท่วมเเหลกหลังรายจ่ายมากกว่าเงินที่มี วอนส่วนราชการที่เงินเหลือส่งคืน "ยิ่งลักษณ์" เซ็นตั้ง กก.บริหารจัดการน้ำ 2 ชุด นั่งประธาน "กนอช." "ดร.สุเมธ" ที่ปรึกษา พิษณุโลกแล้งเพิ่มเป็น 6 อำเภอ น้ำโขงลดระดับลงฮวบเหลือเพียง 1.55 เมตรส่อวิ

           28ก.พ.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอผลการดำเนินงานและการติดตามผลการดำเนินงาน การฟื้นฟู เยียวยาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ตามที่ครม.ได้รับทราบสถานภาพการพิจารณาค่าใช้จ่ายการให้ความช่วยเหลือ การฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในการประชุมครม.วันที่ 22 กพ.ที่ผ่านมาตามที่สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับสำนักงบประมาณเสนอโดยมีประเด็นดังนี้ 1.วงเงินที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรรายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 81,229 ล้านบาทเศษ

             2.เมื่อครบสองสัปดาห์ตามมติครม.ที่ให้ส่วนราชการขอรับการจัดสรรและเมื่อรวมโครงการเร่งด่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจราชการพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำแล้ว สำนักงบประมาณเห็นควรจัดสรรงบประมาณในกรอบวงเงินที่ยังไม่ได้จัดสรรเป็นเงิน 38,182ล้านบาทเศษและโดยที่ยังมีโครงการสำคัญที่ต้องดำเนินการสองโครงการคือ โครงการช่วยเหลือผู้ปลูกพืชต้นทุนสูงที่ประสบอุทกภัยปี 2554 กรณีพิเศษ วงเงิน1,962ล้านบาทเศษ และโครงการฟื้นฟูยุทโธปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยของกองทัพอากาศ วงเงิน3,990ล้านบาท ดังนั้นในเบื้องต้นวงเงินที่จำเป็นต้องจัดสรรทั้งสิ้นคือ 44,135ล้านบาทเศษ ในขณะที่งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ มีเงินเหลือเพียง 38,770ล้านบาทเศษ

             เอกสารระบุอีกว่า สำนักงบประมาณได้พิจารณาทบทวนโครงการในรายละเอียดของวงเงินที่จำเป็นต้องจัดสรรทั้งสิ้น 44,135ล้านบาทเศษซึ่งยังเกินกว่าวงเงินงบกลางตามรายการข้างต้นที่ระบุไว้ โดยได้สรุปผลการดำเนินการดังนี้ จากกรอบวงเงินที่สำนักงบประมาณเห็นควรจัดสรร 38,182ล้านบาทเศษ สำนักงบประมาณพิจารณาความพร้อม ความเหมาะสมค่าใช้จ่าย เห็นควรจัดสรร 33,942ล้านบาทเศษ

             แบ่งเป็นโครงการตามมติครม.วันที่10ม.ค.2555ตามแผนงานและโครงการกยน.วงเงิน 7,174ล้านบาทเศษ โครงการเร่งด่วนในคราวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงตรวจราชการพื้นที่ต้นน้ำฯ วงเงิน 4,712ล้านบาทเศษ โครงการที่เหลือตามมติครม.7ครั้ง วงเงิน 22,055ล้านบาทเศษ

             เอกสารระบุว่าโครงการสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมตามมติครม.ในการประชุมเมื่อวันที่22ก.พ.ที่ผ่านมาสองโครงการ วงเงิน 5,952ล้านบาทเศษ สำนักงบประมาณพิจารณาความพร้อมแล้วเห็นควรจัดสรรงบประมาณ วงเงิน 4,583ล้านบาทเศษ ดังนี้  โครงการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกพืชต้นทุนสูงที่ประสบอุทกภัยปี2554กรณีพิเศษ1,000 ล้านบาท โครงการฟื้นฟูยุทโธปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยของกองทัพอากาศ 3,990ล้านบาท เบิกจ่ายในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2555 จำนวน3,583ล้านบาท และผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 อีก406ล้านบาท

             สรุปวงเงินที่ต้องจัดสรร งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการเป็นเงินทั้งสิ้น 35,525ล้านบาทเศษ จากวงเงินคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้เป็นเงิน 38,770ล้านบาทเศษ

             อนึ่งเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพดังนั้นในส่วนที่ใช้จ่ายงบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นและรายการค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ หากหมดความจำเป็นในการใช้จ่าย มีเงินเหลือจ่ายทั้งจากการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินงานก็ขอให้ส่วนราชการแจงสำนักงบประมาณเพื่อจะได้ดำเนินการตัดยอดคืนต่อไป”


"ปู"ตั้งกก.น้ำ2ชุดนั่งประธานเอง"ดร.สุเมธ"ที่ปรึกษา

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่62/2555 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติพ.ศ. 2555 รวม 2 คณะ  โดยคณะแรกคือ คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) มี 52 คน โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธาน และมีที่ปรึกษา 6 คนได้แก่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล นายดิสธร วัชโรทัย นายวีรพงษ์ รามางกูร นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และนายกิจจา ผลภาษี  ส่วนในคณะกรรมการนั้นมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นกรรมการในลำดับที่ 50 ด้วย

             ส่วนคณะกรรมการอีกชุดได้แก่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) มีคณะกรรมการร่วมที่ปรึกษา 18 คน โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ เป็นประธานฯ และมีผู้ว่ากทม.ร่วมเป็นกรรมการด้วย ขณะที่ที่ปรึกษามีนายกิจจา ผลภาษี นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และนายวีระ วงศ์แสงนาค


ครม.เห็นชอบมตินโยบายข้าวเเห่งชาติ 

 

             นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงมติครม.ว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ดังนี้  1. เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน 2554 ซึ่งเก็บเกี่ยวและขายข้าวแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2554-30 เมษายน 2554 ซึ่งเก็บเกี่ยวและขายข้าวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2554 - 31 กรกฎาคม 2554 ในอัตราตันละ 1,437 บาท ในวงเงินงบประมาณ 57.94 ล้านบาท โดยการช่วยเหลือเยียวยาที่คณะรัฐมนตรีมีมติไปแล้ว และที่จะอนุมัติเพิ่มเติมให้พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรเป็นรายแปลง โดยการช่วยเหลือเยียวยารายแปลงดังกล่าว ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55

             2. เห็นชอบให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปี ปี 2554/55 ใหม่ เป็นครั้งที่ 2 และขอยกเลิกการใช้สิทธิการช่วยหลือเยียวยา ให้สามารถใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 ได้ โดยให้เกษตรกรใช้ใบรับรองเดิมที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว รอบที่ 1 ไว้แล้ว โดยให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน และตัวเกษตรกรเองรับรองว่าเป็นข้าวที่เกษตรกรเพาะปลูกจริงตามพื้นที่ที่ปลูกใหม่ในครั้งที่ 2 และให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หักเงินจากบัญชีเกษตรกร (ธกส.) หักเงินจากบัญชีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาก่อนจ่ายเงินจำนำข้าวเปลือกตามที่เกษตรยินยอม

              3. เห็นชอบให้ ธกส. จ่ายเงินให้แก่เกษตรกรจำนวน 11,701 ราย ที่มีที่นาหลายแปลง ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวข้าวในเดือนสิงหาคม - กันยายน 2554 และเดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป โดยแปลงที่เก็บเกี่ยวข้าวในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2554 เกษตรกรแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเยียวยา ส่วนแปลงที่เก็บเกี่ยวข้าวในช่วงเดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ได้นำผลผลิตเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี โดยเป็นที่นาคนละแปลงและไม่ซ้ำซ้อนกัน สำหรับเกษตรกร จำนวน 3,308 ราย ที่มีที่นาหลายแปลงแต่เก็บเกี่ยวข้าวในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2554 ทั้งหมดที่ ธกส. แจ้งว่ามีชื่อเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีให้ ธกส. ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่งถ้าเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำแล้ว ไม่ควรจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา เนื่องจากเป็นที่นาแปลงเดียวกัน ทั้งนี้ ให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระคืนต้นทุนเงินและดอกเบี้ยให้ ธกส.ให้ครบถ้วนต่อไป

             4. อนุมัติในหลักการให้เกษตรกรใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเยียวยาและโครงการรับจำนำได้ กรณีเป็นที่นาคนละแปลง

 

พิษณุโลกประกาภัยแล้งเพิ่มเป็น6 อำเภอ

             ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.พิษณุโลก ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เพื่อมอบนโยบายและสรุปผลการดำเนินงานในเดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากจังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนินการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน ในพื้นที่อำเภอนครไทย 11 ตำบล145 หมู่บ้าน อำเภอชาติตระการ 6 ตำบล 72 หมู่บ้าน อำเภอเนินมะปราง 7 ตำบล 77 หมู่บ้าน อำเภอวัดโบสถ์ 3ตำบล 30 หมู่บ้าน อำเภอวังทอง 6 ตำบล 101 หมู่บ้าน และอำเภอเมืองพิษณุโลก 19 ตำบล 173 หมู่บ้าน รวมจำนวน 6 อำเภอ 52 ตำบล 598 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 13,252 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบคาดว่าจะได้รับความเสียหายจำนวน 8,259 ไร่ และคาดในฤดูกาลนี้จังหวัดจากการสำรวจพื้นที่ประสบภัยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จำนวนทั้งสิ้น 9 อำเภอ 92 ตำบล 1,005หมู่บ้าน
 
          
น้ำโขงลดระดับลงฮวบเหลือเพียง1.55เมตรส่อวิกฤติหนัก

             ที่ศูนย์ สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 (มุกดาหาร)กรมทรัพยากรน้ำประกาศ เมือเวลา 06.00น.ของวันที่ 28 ก.พ. ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มุกดาหารลดต่ำเหลือ 1.55 เมตร ซึ่ง ระดับน้ำสูงสูดที่มุกดาหารสูงถึง 13.35 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำ ได้ลดต่ำอย่างรวดเร็วระดับน้ำในแม่น้ำโขงขณะนี้เหลือแค่เมตรกว่าๆโดยที่ยังเหลืออีก 2 เดือน มีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนสุดๆ ชาวมุกดาหารต้องเตรียมพรอมรับมือกับภัยแล้งจากแม่น้ำโขง
 
             โดยหน้าแล้งยังเหลืออีก 2-3 เดือนน้ำโขงจะคงลดลงต่อเนื่องจนถึงในช่วงเดือน มีนาคมถึงเมษายน น้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มประสพภัยแล้งอย่างหนัก น้ำโขงแห้งขอดโดยขณะนี้สันทรายได้โผล่ขึ้นเหนือน้ำกลางแม่น้ำโขงเป็นแนวยาวไม่ต่ำกว่า 6 ก.ม.เริ่มเป็นอุปสรรคให้การเดินเรือ ล่าสุดที่บริเวณท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร ระดับน้ำที่ลดลงต่ำทำให้มองเห็นโขดหินขนาดน้อยใหญ่ กำลังโผล่ขึ้นกลางแม่น้ำ โขงเป็นอุปสรรคทำให้เรือโดยสารข้ามฟากจากมุกดาหารไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาวไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ต้องเดินทางอ้อมลงไปทางใต้ตามร่องน้ำแคบๆ อีกหลายกิโลเมตร จึงสามารถข้ามไปได้ การเดินเรือต้องให้ระมัดระวังจะใช้ความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

             โดยจ.มุกดาหาร ได้ประกาศให้พื้นที่ 5 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยส่วนใหญ่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตรขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว

ทภ.4จับมือกรมอุทยานเร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำป้องกันบรรเทาภัยพิบัติ

             พล.ต.ชรินทร์ อมรแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4  เปิดเผยถึงโครงการ"ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ว่า กองทัพบกให้กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในเรื่องการปลูกป่า เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย ถูกปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ ต่อมามีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่าให้เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ส่งผลทำให้พื้นที่ป่าลดลง จากสถานการณ์พื้นที่ภาคใต้ ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากอยู่ในระดับสูง ทำให้ดินโคลนจากภูเขาถล่ม และพื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมขังเป็นเวลานานในหลายจังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้

             “ปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลทางธรรมชาติ เนื่องจากระบบนิเวศน์ถูกคุกคามอย่างรุนแรง โดยการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ทภ. 4 จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องถึงปี 2549 ตามแผน ทั้งกิจกรรมการปลูกสร้างจิตสำนึก การฟื้นฟูพัฒนาป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์คืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งจะต้องขยายผลไปอย่างต่อเนื่อง” เสนาธิการ ทภ.4กล่าว