
ซีเรียนองเลือดหนักดับ144ราย
สถานการณ์ปราบปรามฝ่ายต่อต้านในซีเรียยังเดินหน้าอย่างหนักหน่วง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศรวม 144 คน เพียงหนึ่งวันหลังการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
28 ก.พ.55 นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านในซีเรีย เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 144 คนจากการปราบปรามนองเลือดทั่วประเทศเมื่อวาน โดยเฉพาะที่เมืองฮอมส์ ศูนย์กลางของการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด มีผู้เสียชีวิตมากถึง 104 คน ซึ่งรวมถึง 64 คนที่เสียชีวิตที่ด่านตรวจแห่งหนึ่งเนื่องจากถูกยิงถล่มด้วยปืนใหญ่อย่างหนัก
นอกจากนี้กองกำลังของรัฐบาลซีเรียยังกวาดล้างฝ่ายต่อต้านในอีกหลายเมือง รวมถึงเมืองเดรา และกรุงดามัสกัส ขณะที่นักรบซีเรียเสรี ที่ต่อต้านรัฐบาล เผชิญการสู้รบอย่างดุเดือดกับทหารที่รุกคืบเข้าใกล้เมืองซาร์มิน และนักรบกลุ่มนี้ซึ่งมีฐานที่มั่นใหญ่ในเมืองอิ๊ดหลิบ ก็เผชิญการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่จากกองทัพอย่างหนักเช่นกัน ทำให้อาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังถล่ม
ขณะที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจะประชุมหารือวันนี้เพื่อลงมติประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบในซีเรีย และเรียกร้องให้ซีเรียยุติการโจมตีพลเรือน และอนุญาตให้หน่วยบรรเทาทุกข์เข้าไปให้ความช่วยเหลือในเมืองฮอมส์และพื้นที่ใกล้เคียง
เหตุนองเลือดครั้งใหม่เกิดขึ้นขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรีย รายงานผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 57.4% และผู้ใช้สิทธิจำนวน 89.4% ออกเสียงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำหนดให้มีหลายพรรคการเมืองและจำกัดวาระดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกมาแถลงทันทีว่า ไม่ยอมรับผลการลงประชามติครั้งนี้ โดยบอกว่า กระบวนการประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อยังมีเสียงปืน
และสหภาพยุโรปประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อซีเรียครั้งใหม่ โดยห้ามการดำเนินธุรกรรมกับธนาคารกลางซีเรียและอายัดทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐบาลซีเรีย ตลอดจนห้ามการซื้อทองคำ โลหะมีค่า และอัญมณีจากซีเรีย
ส่วนรัฐบาลกาตาร์ประกาศว่าได้เริ่มจัดส่งอาวุธเข้าไปสนับสนุนกองกำลังฝ่ายต่อต้านในซีเรียเพื่อให้พวกเขาได้ใช้ปกป้องตัวเอง หลังจากรัฐบาลซีเรียใช้กำลังปราบปรามพลเรือนที่ปราศ
จากอาวุธมานาน 11 เดือน



