ข่าว

รวบรก.เจ้าอาวาสนครศรีฯมั่วสีกา

รวบรก.เจ้าอาวาสนครศรีฯมั่วสีกา

28 ก.พ. 2555

ชาวบ้านล้อมกุฏิในวัดดัง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช รวบรักษาการเจ้าอาวาสมั่วสีกา พร้อมเหล้านอก สำนึกผิดยอมสึกด้วยตัวเอง เผยเป็นพระนักพัฒนา ปฏิบัติธรรมเคร่งครัด

                   เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 28 ก.พ.55 ด.ต.วรวิทย์ คำคลาย ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ม.12 ต.หัวไทร อ.หัวไทร มีพระภิกษุมั่วกามอยู่กับสีกาภายในกุฏิวัด แห่งหนึ่ง (วัดอมรานุยุตต์ หรือวัดอีมอญ) จึงมีการประสานงานกับกรรมการวัด ซึ่งเป็นฆราวาสในหมู่บ้านเข้าทำการปิดล้อมกุฏิด้วยความเงียบ และเมื่อไปแอบฟังเสียงดูพบว่า ภายในกุฏินั้นมีเสียงเหมือนคู่รักพลอดรักหยอกล้อกระหนุงกระหนิง

                   ส่วนหน้ากุฏิดังกล่าวมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน หลังจากมั่นใจว่าชายที่กำลังพลอดรักกับหญิงในกุฏิดังกล่าวนั้นเป็นพระภิกษุภายในวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านจึงตัดสินใจเคาะประตู หลังจากนั้นเมื่อผู้ที่อยู่ภายในเปิดประตูออกมาชาวบ้านถึงกับตกตะลึง เมื่อพบว่า พระสงฆ์รูปดังกล่าวนั้นเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดนั่นเอง คือ “พระบุญลือ อทินนโท” อายุ 50 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่12 ม.12 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ส่วนหญิงที่อยู่ภายใน คือ นางสายชล อุ่นสอน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173 ม.8 ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดท่ามกลางชาวบ้านที่ทยอยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆพบว่าภายในกุฏินั้นยังมีขวดเหล้านอกซึ่งดื่มหมดแล้วหลายขวด

                  ขณะที่ พระบุญลือ และนางสายชล อยู่ในสภาพหน้าซีดเผือด หลังจากความแตกเนื่องจากถูกจับได้คาหนังคาเขาจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ และกรรมการวัด ส่วนชาวบ้านที่มาร่วมปิดล้อมกุฏิต่างคิดไม่ถึงว่า พระรูปดังกล่าวนั้นจะเป็นพระบุญลือ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นว่า ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และเป็นพระนักพัฒนา เป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านทั้งตำบล

                 ต่อมาหลังจากถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน พระบุญลือ จึงจำยอมรับสภาพ โดยได้ปลงจีวรลาสิกขาด้วยตัวเอง และนำตัวทั้ง 2 เข้าพบ พ.ต.ท.เจียร ชูหนู พนักงานสอบสวนเวร สภ.หัวไทร ทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และรับสารภาพว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจริง โดยฝ่ายหญิงนั้นเป็นแม่หม้าย ทำธุรกิจส่วนตัวในตลาด อ.หัวไทร มาทำบุญที่วัดประจำ แล้วได้กระทำในสิ่งผิดศีลธรรม วินัยสงฆ์จนชาวบ้านเข้าปิดล้อมตรวจสอบดังกล่าว

                  พ.ต.ท.เจียร ชูหนู พนักงานสอบสวนเวร สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในช่วงแรกชาวบ้านไม่คิดว่า พระภิกษุที่แอบมั่วสีกาจะเป็นรักษาการเจ้าอาวาส แต่ได้เห็นพฤติกรรมของฝ่ายหญิงซึ่งเป็นหม้ายสาวใหญ่ที่จัดว่าหน้าตาสวยคนหนึ่ง โดยแอบเข้ามาภายในวัดกลางดึกกลางดื่นอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านจึงวางแผนทำการปิดล้อมเพื่อพิสูจน์ว่าพระรายนี้เป็นเป็นใคร กระทั่งพบเห็นตำตาว่าเป็นรักษาการเจ้าอาวาส

                  อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านและกรรมการวัด สงสัยมานานแล้วว่า พระรูปใดแอบมั่วสีกา เนื่องจากมีการเข้าออกวัดอย่างผิดปกติในช่วงดึกๆ ต่อมาจึงทำการติดตามและเข้าปิดล้อมจนพบว่า เป็นพระบุญลือนั่นเอง แต่หลังโดนจับได้พระบุญลือไม่ได้ขัดขืน อะไร และยอมรับสภาพแต่โดยดี พร้อมกับยอมสึกเอง หลังจากนั้นทั้งพระบุญลือ หรือ นายบุญลือ และนางสายชล ก็เดินทางมาให้ปากคำเพื่อบักทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.หัวไทร ก่อนจะมีการปล่อยตัวไปเนื่องจากเป็นการผิดวินัยสงฆ์ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย