ข่าว

'ปชป.'ปูดราคาหุ้น'แสนสิริ-เอสซีฯ'ดีดขึ้น

'ปชป.'ปูดราคาหุ้น'แสนสิริ-เอสซีฯ'ดีดขึ้น

28 ก.พ. 2555

'ชวนนท์' ปูด ราคาหุ้น 'แสนสิริ-เอสซีฯ' ดีดขึ้นเกินหน้า หลังถกร่วม 'ว.5 โฟร์ซีซั่น' ท้า 'นายกฯ' ฟ้องให้จริง ลั่นไม่หยุดจนกว่าจะไขความจริง ที่ชั้น7

                     28 ก.พ.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบปะนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ชั้น7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นว่า นับจากที่ประเด็นนี้ออกสู่สาธารณะ นอกจากน.ส.ยิ่งลักษณ์จะชี้แจงไม่ชัดเจนแล้ว ตนยังได้รับข้อมูลที่น่าตั้งข้อสังเกตุที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ กล่าวคือราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัทแสนสิริ ของนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งยืนยันว่าพบกับนายกรัฐมนตรีจริงนั้น มีราคาสูงขึ้น

                     โดยแต่เดิมข้อมูล ณ วันที่ 12 ต.ค.54 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนหารือกันนั้น ราคาหุ้นของบริษัทแสนสิริอยู่ที่ราคาหุ้นละ 1.16บาท แต่ข้อมูล ณ วันที่ 24ก.พ. 55 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่มีการหารือกันแล้ว ราคาหุ้นกลับขึ้นสูงกว่าเดิม เป็นหุ้นละ 1.88บาท ซึ่งคิดเป็นสูงขึ้นในอัตรา 62 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับบริษัทแอสซี เอสเซท ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเป็นผู้บริหารอยู่ เคยมีราคาหุ้นในวันที่12 ต.ค.54 อยู่ที่หุ้นละ 10.10บาท แต่ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.พ.55 กลับพบว่าสูงขึ้นเป็นหุ้นละ 14.70 คิดเป็น 45.5 เปอร์เซ็นต์

                     นายชวนนท์ กล่าวว่า ราคาหุ้นของ 2 บริษัท ที่มีรายงานข่าวระบุว่าได้มีการพบปะกันจริงที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นนั้นน่าสงสัย และน่าคิดต่อว่าการหารือในครั้งนั้นมีการนำข้อมูลใดของรัฐไปบอกกับนักธุรกิจหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทแลนด์แอนด์เฮาส์ ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่มีคนพยายามโยงไปว่าอยู่ในวงหารือด้วยนั้น กลับพบว่ามีราคาไม่เปลี่ยนแปลง คืออยู่ที่ 6.50 บาท ทั้ง 2 ช่วง ขณะที่บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งมียอดขาดอสังหาริมทรัพย์เป็นลำดับที่1 กลับพบว่ามีอัตราสูงขึ้นเพียง 1.49 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าบริษัทแสนศิริและเอสซีฯอีก

                     “การที่นายกฯบอกว่าไปพบและพูดคุยกับนักธุรกิจแล้วไม่มีอะไรเสียหายนั้นไม่จริง เพราะการพบกันได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัท อีกทั้งการพบกันระหว่างผู้ที่มีแผนยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กับผู้ที่มีกำลังซื้อกว๊านซื้อที่ดินก็เป็นที่น่าสงสัยอยู่ดี จึงขอเรียกร้องให้ทำความจริงให้กระจ่าง ผมยืนยันที่จะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปแม้ว่าจะถูกนายกฯฟ้อง ผมไม่กลัว และขอให้มีการฟ้องร้องจริง ขออย่าให้ฟ้องแก้เกี้ยว เพื่อจะทำให้เรื่องสู่ศาลอันจะนำมาซึ่งการตรวจสอบที่ชั้น7 ขออย่าให้ตัดตอนในชั้นพนักงานสอบสวน” นายชวนนท์ กล่าว

 

ขีดเส้นรัฐบาลทำอีไอเอก่อนสร้างเขื่อน

                     นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงแนวทางการสร้างเขื่อนกั้นนิคมอุตสาหกรรมด้วยว่า ยืนยันที่จะต้องทำวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก่อน เพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิชุมชน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่การสร้างเขื่อนจำนวนหลายล้านบาท มีระยะทางหลายกิโลเมตร จะไม่ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นรัฐบาลอย่างลักไก่ แต่ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน และรับฟังความเห็นขอชุมชนก่อน

 

จี้'รัฐบาล'หามาตรการเยียวยาเกษตรกรโดนยึดที่ทำกิน

                     นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่รับน้ำเกือบทั้งจังหวัดนั้น ทุกคนทราบดีว่าพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ที่ทำพืชสวนยกร่อง ซึ่งต้องใช้เวลาปลูกผลผลิตประมาณ3ปี ดังนั้นหากรัฐบาลมีแนวทางจะให้พื้นที่ดังกล่าวรับน้ำทุกปีแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ที่รัฐบาลมีแนวทางจะเช่าที่รับน้ำในอัตรา 5,000 บาทต่อไร่นั้น จะมีแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเดิมที่เช่าที่อย่างไรบ้าง เพราะเมื่อราคาเช่าที่จากรัฐบาลสูงกว่าราคาเช่าที่ที่เกษตรกรเช่าทำกินอยู่ ก็เป็นไปได้สูงที่นายทุนจะปล่อยให้รัฐบาลเช่าแทน

 

แนะ'รัฐ'เลิกนโยบายลดภาษีนิติบุคคลโยกเงินช่วยแรงงานแทน

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวกรณีพนักงาบริษัทซิลเวอร์ไอซ์ จำกัด ชุมนุมเรียกร้องกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ช่วยเหลือเจรจากับนายจ้าง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทโดยถูกตัดสวิสดิการเช่น ค่า อาหาร ค่าครองชีพเพื่อนำสวัสดิการไปรวมเป็นได้ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทตามนโยบายของรัฐบาล ว่า เป็นอีกกรณีหนึ่งที่สะท้อนปัญหาจากนโยบายของรัฐบาล และรัฐบาลต้องหาทางที่จะช่วยเหลือแรงงานเหล่านั้น รวมถึงแรงงานที่กำลังจะถูกเลิกจ้างหลังที่บางบริษัทเริ่มปิดตัวลง จากสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลควรจะดำเนินการตามมาตรการที่หาเสียงไว้ โดยพรรคขอเสนอว่ารัฐบาลสามารถนำเอาเงินในส่วนการยกเลิกนโยบายลดภาษีนิติบุคคล จาก 30 % เป็น 23 % มาใช้ช่วยเหลือแทน เพราะนโยบายลดภาษีนิติบุคคลนั้นเป็นนโยบายที่ไม่ได้ช่วยคนจน จึงควรจะยกเลิกนโยบายดังกล่าวเพื่อนำเงินมาอุดหนุนในส่วนการช่วยเหลือแรงงานแทน

                     นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาราคาสินค้าที่เพิ่มสูง โดยหนึ่งในจำนวนนั้นมีนโยบายร้านค้าธงฟ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุกับแม่ค้าเมื่อครั้งลงพื้นที่ตลาดมีนบุรีว่า พร้อมสานต่อแนวทางร้านค้าธงฟ้า และรับปากจะสนับสนุนวัตถุดิบราคาถูกให้ แต่ขณะนี้มาผ่านมา7วัน ตนได้รับข้อมูลว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆเลย ซึ่งน่ากังวลว่าจะเพิ่มภาระแก่บรรดาแม้ค้า จนไม่สามารถสานต่อแนวทางได้