ข่าว

'ณัฐวุฒิ'อัดปฏิญญา8ข้อของ'ปชป'เละ

'ณัฐวุฒิ'อัดปฏิญญา8ข้อของ'ปชป'เละ

28 ก.พ. 2555

'ณัฐวุฒิ'อัดปฏิญญาหาดใหญ่ของ'ปชป'เละ ชี้ควรพิจารณาตัวเองเป็นรัฐบาล 3 ปี ทำไมแพ้เลือกตั้ง เมินผู้ตรวจการแผ่นดินฯ พร้อมตัดสินคุณสมบัติการเป็นรมต.วันนี้

                  เมื่อเวลา 09.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช.กล่าวก่อนเข้าประชุม ครม.กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศปฏิญญาหาดใหญ่ 8 ข้อ โดยหนึ่งในนั้นคือ ต่อต้านการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมขึ้นใหม่ว่า เรียนว่า การประชุมของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนเคารพในฐานะที่เป็นการดำเนินการของพรรคการเมืองที่กระทำเป็นปกติ ส่วนปฏิญญาหาดใหญ่ 8 ข้อ ดังกล่าวนั้น ในประเด็นว่า พระมหากษัตริย์ รัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนว่า การดำเนินการทุกเรื่องจะไม่ให้มีผลกระทบกับสถาบันเบื้องสูง และเทิดไว้ในจุดที่อยู่เหนือการเมือง คือ จุดที่เป็นที่เคารพสักการะ แต่ประเด็นอื่นๆ ของปฏิญญาดังกล่าวยังวนเวียนอยู่กับการจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การพยายามเผชิญหน้ากับ นปช.ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ควรใช้เวทีดังกล่าวระดมสมองและอภิปรายว่า ทำมีโอกาสบริหารประเทศเกือบสามปีแบบส้มหล่น แต่ประชาชนจำผลงานไม่ได้เลย และเหตุใดไม่ประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้ง

                   "เรื่องนี้หมู่บ้านเสื้อแดงนั้นจะเห็นว่าที่ผ่านมาประชาชนดำเนินการมาจนปัจจุบันน่าจะมีหลายพันหมู่บ้านแต่ยังไม่ปรากฏว่า มีพฤติการณ์ใดที่จะส่งผลร้ายทำลายบ้านเมือง และยังไม่ปรากฏว่า การมีหรือไม่มีหมู่บ้านเสื้อแดงจะนำไปสู่ความขัดแย้งใดๆ เพราะดำเนินการไปอย่างปกติเรียบร้อย ส่วนกฎหมายกลไกบ้านเมืองซึ่งดูแลในพื้นที่นั้นยังไม่ส่งเสียงสะท้อนว่ามีปัญหา มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ามีปัญหาและวิธีมองปัญหาของพรรคนี้ตนคิดว่าทำไปทำมาอาจกลายเป็นว่าสังคมไทยจะมองว่าพรรคนี้นั่นแหละจะเป็นตัวปัญหา" นายณัฐวุฒิ กล่าว

                  นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า น่าจะหยิบโพลล์ของสถาบันต่างๆระบุว่าประชาชนจำผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงที่ผ่านมาได้มากที่สุดคือการตามไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ วันนี้ชัดว่า ในใจของพรรคนี้คิดกันแต่เรื่องนี้ ปฏิญญาดังกล่าวน่าจะออกมาว่า จะมองอนาคตข้างหน้าของประเทศอย่างไร และพรรคนั้นจะสรุปบทเรียนที่ผ่านมาและกำหนดยุทธศาสตร์เสนอผลงานและนโยบายต่อประชาชนอย่างไร กลับปรากฏว่า มันกลายเป็นรายการปีละหน คนกันเองที่ไปนั่งคิด โกรธและแค้นกันเองแล้วระบายออกมาบอกกับประชาชนว่าสิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่จะเดินหน้าทำ ฉะนั้นตนคิดว่า ประชาชนน่าจะใช้วิจารณญาณได้เพราะในช่วงหลังมานี้รู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคนี้จะทะลุมิติเกินจิตนาการไปเรื่อยๆเช่นนั่งจัดรายการพูดจาสามแง่สามง่ามวิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในทางเสียหาย ล่าสุดบุกเข้าขุดคุ้ยถุงขยะของสภาผู้แทนราษฎรโดยอ้างว่าเพื่อเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมบางอย่างของ สส. พรรครัฐบาล

                     “ผมเห็นว่า น่าจะมีเรื่องอื่นๆที่ทำแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่าหรือไม่ ผมยังใจคอไม่ดีเกรงว่าหากบุกไปรื้อคุ้ยถุงขยะแล้วไม่หนำใจอาจมี สส.พรรคนั้นบางคนเสนอให้รื้อบ่อเกรอะของรัฐสภาขึ้นมาด้วยตนคิดว่ามันจะไปกันใหญ่ เพราะประชาชนรอคอยความหวังและโอกาส ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

                    เมื่อถามว่า นายวัฒนา เมืองสุข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้น ควรจะยุบองค์กรอิสระบางแห่งเช่นศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ โดยโยกสองหน่วยงานนี้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา เรื่องนี้จะเกิดแรงเสียดทานในการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นความเห็นส่วนบุคคล เวลานี้เมื่อเริ่มต้นนับหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเป็นประเด็นในการวิจารณ์และเสนอความเห็นจากฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนมากมาย ตนคิดว่าควรรอให้เกินหน้าไปในช่วงที่มีสสร.เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะมาทำหน้าที่นี้และเนื้อหาการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ส่วนความเห็นต่างๆในเรื่องนี้ตนคิดว่าจากนี้ไปจะมีหลากหลายขึ้นและเป็นเรื่องปกติสำหรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ และคงไม่ไปผูกมัดกดดันใดๆเพราะคนที่จะมาเป็น สสร.นั้นยังไม่ปรากฏตัวตนแต่ความคิดของผู้อื่นกลับเกิดขึ้นมาก่อนตรงนี้คือความงามของระบอบประชาธิปไตย

 

"ณัฐวุฒิ"เมินผู้ตรวจการแผ่นดินฯพร้อมตัดสินคุณสมบัติการเป็นรมต.วันนี้

                    นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช.กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่ในวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งรัฐสภาจะพิจารณาความเหมาะสมในการแต่งตั้ง นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และนายณัฐวุฒิ ในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ว่า  ตนมีความถูกต้องชอบธรรมในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีนั้นปรากฏชัดตั้งแต่เริ่มต้น เพราะมันไม่ใช่กระบวนการแต่งตั้งที่ปราศจากหลักเกณฑ์ใดๆ มันมีการตรวจสอบคุณสมบัติ ข้อกฎหมายและสำนักเลขาธิการครม.ดำเนินการเรื่องนี้มายาวนานจนเป็นที่ยอมรับ ส่วนหน่วยงานต่างๆจะไปตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ถือเป็นเรื่องทำได้ ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินฯจะมีข้อวินิจฉัยเช่นใดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ตนจะวิตกกังวล เพราะมั่นใจในความชัดเจนที่มาดำรงตำแหน่งนี้ และวันนี้คงจะรอฟังข่าวนี้ โดยจะปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เมื่อถามว่าหน่วยงานนี้รับตรวจสอบเรื่องต่างๆของรัฐบาลมาก รัฐบาลหนักใจหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่ารัฐบาลนี้เดินมาถึงวันนี้ได้ย่อมเดินผ่านแรงเสียดทานมามากมาย ฉะนั้นบทบาทขององค์กรต่างๆที่แสดงตัวเป็นผู้ตรวจสอบนั้น มันเป็นเรื่องที่สังคมต้องใช้วิจารณญาณพร้อมกันด้วย แต่ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลวิตกเพราะหากทำทุกอย่างถูกต้องจะตรวจสอบมุมใดก็ไม่ใช่ปัญหา

                  “ส่วนท่าทีของผู้ตรวจการแผ่นดินฯ วันนี้นั้น ผมขอฝากว่า ขอให้ระมัดระวังและรัดกุมในการดำเนินการเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินฯ ไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นเป้าที่ถูกวิจารณ์จากสังคมเท่าใดนักเพราะบทบาทหรือท่าที่ต่อประเด็นการเมืองนั้นไม่ค่อยแสดงออกแต่วันนี้ดูเหมือนว่าแสดงออกมาขึ้นๆตนเคารพหากสิ่งที่ดำเนินการอยู่ในอำนาจหน้าที่เพียงเเต่อยากให้รัดกุมรอบครอบต่อสายตาประชาชนด้วย ” นายณัฐวุฒิ กล่าว