
ข้าวของแพงทำไงดี
ข้าวของแพงทำไงดี: ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]
นั่นน่ะสิครับข้าวของแพงทำไงดี ผมเองก็ไม่มีสติปัญญาขนาดนั้น เพียงแต่อยากแสดงความเห็นเล็กๆ น้อยๆ กับเขาบ้าง
ประการที่หนึ่ง ผมสนับสนุนฝ่ายค้านให้ตรวจสอบเรื่องราคาสินค้าที่แพงขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรทำครับ เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ เพราะสมัยนี้ไปๆ มาๆ ฝ่ายค้านจะถูกตรวจสอบหนักกว่าฝ่ายรัฐบาลเข้าไปทุกวัน
นี่คือบทเรียนหนึ่งของฝ่ายค้านครับ เพราะคุณเพิ่งเป็นรัฐบาลมาและที่มาของรัฐบาลที่แล้วก็ถูกตั้งคำถามมากมาย ดังนั้นฝ่ายค้านเองก็ต้องชดใช้กรรมเก่าของตัวคุณเองต่อไปด้วย ไม่นับผลงานของพวกคุณเองที่ไม่ค่อยเข้าตาสักเท่าไหร่
ทำไปทำมา เรื่องข้าวของแพงนี้กลับจะทำให้รัฐบาลนี้ได้แต้ม เพราะภาพที่นายกฯ ลงไปตรวจตลาดก็สร้างความชื่นใจให้แก่ชาวบ้าน เพราะผลงานนั้นวัดยาก แต่สภาวะขึ้นกล้องเมื่ออยู่กับชาวบ้านนั้นวัดง่าย
ว่ากันว่า อาการหุ้นตกทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์เนี่ยคงจะด่ำดิ่งต่อเนื่องไปอีกสักพักใหญ่ แต่สักพักก็คงจะดีขึ้นครับ เพราะเกมระดับลีกบนของพรรคอย่างคุณกรณ์เนี่ย ผมว่าก็ยังรักษารูปมวยได้ดีอยู่ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้รัฐบาลผ่านในเรื่องพ.ร.ก. แต่เกมที่รัดกุมแบบนั้นอย่างน้อยก็ไม่มีใครก่นด่าเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเกมสามเกลอ หรือเกมอ้างราคาข้าวแกงแพงๆ (ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ว่าเกมไม่เข้าตาสื่อ ราคาข้าวแกงราคานั้นไม่ใช่ราคาที่ชาวบ้านเขากินในสถานที่เช่นนั้นอยู่แล้ว)
ประการที่สอง อย่างไรก็ดี รัฐบาลที่แล้วนั้นมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ว่า แม้ว่าการบริหารราคาสินค้าจะดีจะเลวเช่นไร แต่นายกรัฐมนตรีไม่เคยต้องมารับเรื่องราวเหล่านี้ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์สมัยนั้นมาจากพรรคอื่น
เรื่องนี้กลับต้องมาพิจารณากันอีกทีว่า ในกรณีของรัฐบาลนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์คนนี้ก็เป็นคนโชคดีอย่างประหลาด เพราะไม่มีใครสนใจ ไม่มีคนรู้จัก ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์นั้นเป็นกระทรวงเกรดเอ และเอาเข้าจริงแล้ว สมัยที่คุณกิตติรัตน์เป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์นั้น คุณกิตติรัตน์ก็เคยถูกตั้งคำถามเรื่องข้าวของแพงเช่นกัน
วันนี้เรื่องราวลามไปจนถึงขั้นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องเดินตลาดเอง รัฐบาลนี้แม้ว่าจะมีคุณเฉลิม แต่คุณเฉลิมก็ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์พี่ชายนายกฯ มากกว่าพิทักษ์นายกฯ คุณกิตติรัตน์ก็ไม่ได้มาทำหน้าที่นี้แล้ว แม้ว่าจะยังควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมมานั่งนึกเล่นๆ ดู ผมว่ารัฐบาลนี้ควรจะเชิญคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ มาเป็นรองนายกฯ ซะอีกคน เพราะความรักและหวังดีที่คุณสุเทพมีกับคุณอภิสิทธิ์นั้น ช่างยิ่งใหญ่จนน่าจะทำให้คุณยิ่งลักษณ์อาจจะอิจฉาและน้อยใจอยู่มิใช่น้อย
เกมนี้เห็นจะมีแต่พลังบารมีของคุณยิ่งลักษณ์เองแล้วล่ะครับที่จะก้าวข้ามเรื่องนี้ไปด้วยตัวเอง ให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นายกรัฐมนตรีที่ปลุกกระแสความหวังของคนรากหญ้าได้ และเหนือไปจากนั้นก็คงจะต้องพึ่งพาระดับคุณทักษิณนั่นแหละครับว่าจะยิงแคมเปญอะไรมาช่วยน้องสาวได้บ้าง
ประการสุดท้าย ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจเช่นนี้ รัฐบาลจะมีหนทางอย่างไรในการบริหารจัดการราคาสินค้ากันบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบน่ะถูกต้องแล้ว แต่ลีลาการตรวจสอบนั้นก็ขึ้นกับรสนิยมของกองเชียร์ฝ่ายเขาเองนั่นแหละครับ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้เป็นระบบกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องน้ำท่วมกับเรื่องการลงทุน เพราะว่า เรื่องราคาสินค้านั้นสัมพันธ์กับการปรับตัวในเรื่องของการขึ้นค่าแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ดังนั้นหากการขึ้นราคาสินค้ามีลักษณะไม่สมเหตุสมผล หรือมีการแอบแฝงเพื่อหวังประโยชน์บางประการ ก็ควรจะรีบจัดการซะให้เป็นเรื่องเป็นราว ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อการขึ้นค่าแรงนั้นมาจริงๆ ผลที่ได้จากการขึ้นค่าแรงก็จะได้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ



