
เก็บพันธุ์ข้าวแรกนาขวัญขายถุงหลายร้อย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯเสด็จฯแทนพระองค์ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ "จรัลธาดา กรรณสูต" ทำหน้าที่พระยาแรกนา พระโคแรกนาได้แก่ "ฟ้า-ใส" ปีนี้พระโคกินงาทายว่าผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ พลับพลาท้องสนามหลวง ระหว่างเวลาพระฤกษ์ 8 นาฬิกา 09 นาที ถึงเวลา 8 นาฬิกา 49 นาที
นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.สุภกัญญา กาญจนะคูหะ เศรษฐกรชำนาญการ ศูนย์ประเมินผล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร น.ส.รำพึง ปราบหงส์ เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน กองพัสดุ กรมชลประทาน และเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.สุนี รู้สุกิจกุล เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม น.ส.ณุทนาถ โคตรพรหม นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติงาน กรมปศุสัตว์
ออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก อันได้แก่พระโคฟ้า และพระโคใส พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืชลงในดินเสร็จแล้ว
เจ้าพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค โดยนายยุคล ลิ้มแหลมทอง อธิบดีกรมปศุสัตว์ กราบบังคมทูลผลการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา โดยโหรหลวงพยากรณ์ว่า พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้านุ่งประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ดังนี้
เสี่ยงผ้านุ่งปีนี้ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้พระโคกินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
หลังจากนั้นได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และตัวแทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทานโล่ห์เกียรติคุณ เสร็จแล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินกลับ
สำหรับเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2552 ได้แก่ 1.อาชีพทำนา ได้แก่ นายดิลก พวงภู่ จาก จ.ชลบุรี 2.อาชีพทำสวน ได้แก่ นายสุนทร สมาธิมงคล จาก จ.อ่างทอง 3.อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายสมพงษ์ วรรณวินัย จาก จ.ชัยภูมิ 4.อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นายไม ไกรสุทธิ์ จาก จ.ตรัง 5.อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ จาก จ.สระบุรี 6.อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายสุพงษ์ วรวงษ์ จาก จ.ขอนแก่น
7.อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายจิตติ อินทรเจริญ จาก จ.ภูเก็ต 8.อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นายทวน บุญส่งแท้ จาก จ.พิษณุโลก 9.อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นายอธิสรรค์ พุ่มชูศรี จาก จ.เพชรบุรี 10.สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ น.ส.ประทุม สุริยา จาก จ.เชียงใหม่ 11.สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายทำนนท์ แซ่ลี้ จาก จ.ชลบุรี 12.สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ได้แก่ นางวาสนา สุขพิงค์ จาก จ.สระบุรี 13.ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ นายดง บุราณเดช จาก จ.อุดรธานี 14.สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ ด.ญ.อัญชนา แพงศรี จาก จ.จันทบุรี
สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552 มีดังนี้ 1.กลุ่มเกษตรกรทำนา ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนาท้ายตลาด ต.ท้ายตลาด อ.เมืองลพบุรี 2.กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา 3.กลุ่มเกษตรกรทำไร่ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำไร่โป่งน้ำร้อน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 4.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
5.กลุ่มเกษตรกรทำประมง ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำประมงบ้านอ่างยาง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 6.กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ได้แก่ กลุ่มสตรีเพื่อการส่งเสริมอาชีพบ้านโคกไคร ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา 7.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโนนยาง ต.กำแมด อ.กุดชุม จ.ยโสธร
8.กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 อ.เขาพนม จังหวัดกระบี่ 9.กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแร่ ต.แร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร 10.สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำพระปรง ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
11.ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านกันโจรง ต.กระหาด อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ 12.ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี
สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2552 มีดังนี้ 1.สหกรณ์การเกษตรทั่วไป ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรพนมวังก์ จำกัด ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 2.สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินลำพญากลาง จำกัด ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี 3.สหกรณ์นิคม ได้แก่ สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จำกัด ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ 4.สหกรณ์ผู้ใช้น้ำ ได้แก่ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท้ายวัดพญาปันแดน จำกัด ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
5.สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางควนหมากพัฒนา จำกัด ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา 6.สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลราชวิถี จำกัด แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 7.สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์สิงห์บุรี จำกัด ต.บางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี
เก็บพันธุ์ข้าวแรกนาขวัญขายถุงหลายร้อย
สำหรับบรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีเกษตรกรและประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาจับจองที่นั่ง เพื่อรอเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปสักการะบูชาและเป็นสิริมงคล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 500 นาย ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี เวลาประมาณ 09.35 น. เกษตรกรรวมทั้งประชาชนจำนวนมากต่างกรูกันเข้ามาบริเวณลานแรกนา เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน พร้อมกับต้นไม้บริเวณพระราชพิธี เพื่อนำไปสักการะบูชาเพื่อสิริมงคล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามบริเวณโดยรอบสนามหลวงได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหัวใส นำเมล็ดพันธุ์ที่เก็บได้เสนอขายให้กับประชาชนในราคาตั้งแต่ร้อยบาทขึ้นไป
ในหลวงทรงห่วงการบริหารจัดการน้ำ-ดูแลแก้มลิง
นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวภายหลังร่วมงานวันปรีดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสรับสั่งถึงโครงการแก้มลิง โดยทรงเป็นห่วงและทรงย้ำเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือกับฤดูฝนที่จะมาถึง ซึ่งมีการคำนวณว่าปีนี้น้ำอาจจะมาก
"นอกจากนี้ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ดูแลโครงการแก้มลิง ทรงมีพระอารมณ์ขันเรื่องการบริหารน้ำว่าต้องถามลิงดู เพราะลิงเป็นเจ้าของแก้ม จะรู้ขนาดว่าจะกินกล้วยเท่าใด หรือควรรับหรือระบายน้ำออกเท่าไร อีกประเด็นคือ ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าแก้มลิงที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องน่าจะนำพื้นที่ว่างจากเอกชน สาธารณะ หรือบึง หนองที่เสื่อมโทรม มาพัฒนาฟื้นฟูให้เป็นแก้มลิงเพิ่ม เพื่อรับน้ำเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้งได้อย่างเป็นประโยชน์ สำหรับพื้นที่ที่ทรงเน้นย้ำคือ ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ สมุทรสงคราม มหาชัย ซึ่งมีทั้งน้ำจืดน้ำทะเลติดกัน หน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องร่วมมือกัน" นายสุเมธ กล่าว



