
ใครรับผิดชอบ
ใครรับผิดชอบ : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
คดีชาวอิหร่านพยายามเข้ามาก่อการร้ายในบ้านเรากำลังถูกขยายผลไปเรื่อยๆ
แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามล่าเชฟ ชาวอิหร่านที่เชื่อว่ารู้เห็นกับกลุ่มคนร้าย รวมถึงสติกเกอร์ปริศนาที่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน แต่คดีก็ลดระดับความร้อนแรงไปเยอะ
ถ้าจำกรณีชาวเลบานอน ที่ลักลอบเข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับชาวอิหร่าน ห่างกันไม่กี่วัน แม้สำนวนของพนักงานสอบสวนจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ขบวนการดำเนินคดียังอีกยาวนาน
ระหว่างนี้จึงเกิดคำถามว่า การสกัดกั้นบรรดากลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติจะดำเนินการอย่างไร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
แม้หน้างานดูเหมือนเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ประสบผลเท่าที่ควร
ลำพังแค่ปัญหาคนต่างชาติที่อยู่ในบ้านเราขณะนี้ก็ยังแก้ยาก เพราะมีผลประโยชน์มหาศาล
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหลายส่วนเข้าไปเกี่ยวพันกับมาเฟียทั้งยุโรป เอเชีย แขกหลายคนเข้ามาทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ก็มีตำรวจ ตม.บางคนให้ท้ายดูแลกันอย่างดี
เมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ทั้ง จ.เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย เหล่านี้ล้วนมีกลุ่มอิทธิพลต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจบังหน้า แต่เบื้องหลังมีธุรกิจสีเทาหรือสีดำเสริม เจ้าหน้าที่รัฐจึงเข้าไปเก็บเกี่ยวโดยไม่มองในแง่ความมั่นคง
เมื่อมาเฟียพวกนี้ซื้อข้าราชการไทยได้ เครือข่ายก็เริ่มเข้มแข็ง จากเครือข่ายก็ขยายเป็นองค์กร เชื่อมโยงไปทั่วโลก
นี่คือจุดเล็กๆ ที่ตอบคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยจึงเข้าออกง่าย กลายเป็นแหล่งฟอกเงินจนถูกขึ้นบัญชีดำ
กลุ่มก่อการร้ายเข้ามาเคลื่อนไหวอย่างอิสระ หากไม่ทำงานพลาดเอง เชื่อว่าหน่วยงานรัฐก็ยังไม่รู้ทั้งสภาความมั่นคง สำนักข่าวกรอง ตำรวจ หน่วยข่าวกองทัพ
คงไม่ใช่จังหวะที่ทำให้เกิดผู้รู้มากมายหลังจากมีข่าวปูดเรื่องแตกออกมาก็แสดงความเห็นชนิด “กูรู” ต่างชาติยังอ้าปากค้าง
ไม่เคยมีคำอธิบายจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบว่านโยบายที่ชัดเจนหรือการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาเป็นเช่นไร
มีแต่คำตอบว่าต่อๆ กันมาคือ ปัญหาสืบเนื่องมาจากนโยบายเปิดด้านการท่องเที่ยวกับแนวชายแดนบ้านเรายาวจึงป้องกันยาก
คงอีกไม่กี่วันเมื่อเรื่องเริ่มซา กลุ่มก่อการร้ายหรืออาชญากรข้ามชาติ ก็เตรียมซื้อตั๋วเครื่องบินกันได้เลย อย่าทำพลาดให้เค้าจับได้ก่อนอีกล่ะ!!



