ข่าว

ยันไม่ใช้นครปฐมทำฟลัดเวย์

ยันไม่ใช้นครปฐมทำฟลัดเวย์

28 ก.พ. 2555

กยน. ประสานเสียง ปัดผันน้ำลงท่าจีน มากกว่าฝั่งตอ. ยันไม่ใช้ 'นครปฐม' ทำฟลัดเวย์ ชี้ หากระบายไม่พอ เตรียมทำ 'สตรีทคาแนล' ด้าน กทม.เตรียมมอบเงินกองทุนช่วย 623 ชุมชนน้ำท่วมทั่วกรุง 2 มี.ค.นี้

          นายกิจจา ผลภาษี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ในฐานะประธานอนุกรรมการการวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องที่จะมีการผันน้ำ จากเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำท่าจีน มากกว่าการผันน้ำไปยังฝั่งตะวันออก ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเห็นว่า แผนขณะนี้ ยังคงเป็นการผันน้ำเหนือ ไปยังฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เพราะมีความพร้อมหลายอย่างมากกว่าฝั่งตะวันตก

          "ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำที่มีความพร้อม อีกทั้งมีแนวพระราชดำริอยู่แล้ว มีโครงการพระราชดำริจำนวนมาก ส่วนฝั่งตะวันตกก็จะใช้แผนการเดิม แต่จะต้องมีการปรับปรุงการส่งน้ำในพื้นที่บางส่วนเพื่อการผันน้ำไปด้วยเช่นกัน เพราะมีแก้มลิงธรรมชาติ เช่น แก้มลิงคลองมหาชัย รวมทั้งการปรับปรุงบางยี่หน คลองเจ้าเจ็ด พร้อมกับเพิ่มพื้นที่สตรีทคาแนล (Street Canal) ที่ถ.พุทธมณฑล สาย 5 โดยการใช้คูคลองข้างถนนให้เป็นทางน้ำไปล ซึ่งเป็นแนวที่มีอยู่แล้ว"

          ส่วนกรณีที่ชมรมคนรักษ์แม่น้ำท่าจีน ไม่เห็นด้วยกับกยน. ที่จะผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงแม่น้ำท่าจีน เพราะอาจทำให้จ.นครปฐมจมน้ำทั้งจังหวัดนั้น นายกิจจา กล่าวว่า คนกลุ่มดังกล่าวก็ทราบดีว่า ปี 2554 แม่น้ำท่าจีนมีปัญหาเป็นอย่างมาก ซึ่งกรณีดังกล่าวเห็นว่า เมื่อจุดใดที่มีปัญหา แม่น้ำมีลักษณะโค้งมาก ก็จะมีการตัดแม่น้ำท่าจีน จุดที่คุ้งน้ำเป็นกระเพาะหมู โดยทำในลักษณะเดียวกันกับคลองลัดโพธิ์

          ทั้งนี้ การผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำท่าจีนนั้น ไม่ใช่เป็นการผันน้ำ เพื่อให้ท่วม จ.นครปฐม แต่จะเป็นการผันเพื่อให้น้ำได้ลงสู่ทะเลได้เร็วมากขึ้น ส่วนจะมีการตัดในจุดใดของแม่น้ำท่าจีนนั้น ขณะนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจแล้ว

          เมื่อถามว่า พื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิง 2 ล้านไร่หาได้ครบแล้วหรือไม่ นายกิจจา กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะได้พื้นที่มากกว่า 2 ล้านไร่ เพราะขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ มีความเข้าใจมากขึ้น อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นพื้นที่รับน้ำ ก็ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยืนยันว่า จะไม่มีการเวนคืนที่ดิน และจะไม่มีการบีบบังคับ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชน พร้อมกับการจ่ายค่าชดเชยด้วย

          ด้าน นายรอยล จิตรดอน กรรมการ กยน. กล่าวยืนยันว่า การผันน้ำจากน้ำเจ้าพระยา ในช่วงพื้นที่ปลายน้ำ จะกระจายไปทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเท่า ๆ กัน ซึ่งไม่ได้กระจายไปฝั่งตะวันตกมากกว่า โดยเห็นว่า ฝั่งตะวันตก มีโครงสร้างสู้ฝั่งตะวันออกไม่ได้ เนื่องจากมีคลองแนวนอน ไม่มีสถานีสูบน้ำที่ชายทะเล รวมทั้งสถานีสูบน้ำระหว่างทาง ก็มีน้อยกว่าฝั่งตะวันออกที่มีถึงกว่า 300 จุด 

          "หลังจากนี้ ฝั่งตะวันตกจะเสริมเรื่องการระบายน้ำ โดยเป็นการปรับปรุงคลองลัดต่าง ๆ ของแม่น้ำท่าจีน เช่น คลองตาขำ รวมทั้งคลองอื่นที่ต้องขุดลอกและเสริมแนว ถนน ก็จะทำให้ความจุของลำน้ำเพิ่มขึ้น"

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชาชนกลุ่มรักษ์แม่น้ำท่าจีนไม่เห็นด้วยกับ กยน. ที่จะผันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนจำนวนมาก นายรอยล กล่าวว่า คงไม่ใช่แบบนั้น แต่จะกระจายแบ่งน้ำทั้ง 2 ฝั่งเท่า ๆ กัน เริ่มตั้งแต่จังหวัดชัยนาท โดยที่ จ.นครปฐม จะไม่ใช้เป็นฟลัดเวย์ แต่จะใช้วิธีการผันน้ำลงคลองต่าง ๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

          อย่างไรก็ตาม หากไม่พอ ก.คมนาคม ก็จะทำ "สตรีทคาแนล" เช่นถนนพุทธมณฑลสาย 5 หรือ ถ.กาญจนภิเษก ซึ่งขณะนี้ ก.คมนาคมกำลังทำข้อมูล แต่ยังไม่สามารถระบุว่า จะสรุปได้เมื่อไหร่

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางคดเคี้ยวของแม่น้ำท่าจีน ที่จะขุดคลองลัดในบางจุด นายรอยล กล่าวว่า จุดที่เป็นกระเพาะหมู เหมือนคลองลัดโพธิ์ จะทำอุโมงค์ซึ่งจะทำให้เร่งระบายน้ำได้เร็วมากขึ้่น และตะกอนปากอ่าวก็จะลดลงด้วย

          ทั้งนี้ จุดที่จะทำอุโมงค์ อยู่ที่บริเวณ วัดโกรกกราก อ.เมือง จง สมุทรสาครที่เป็นจุดแคบที่สุด อีกทั้งหากทำอุโมงค์ ก็ไม่ต้องเวนคืนที่ดินของตัวเอง

 

กทม.เตรียมมอบเงินกองทุนช่วย 623 ชุมชนน้ำท่วมทั่วกรุง 2 มี.ค.นี้

          นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า กทม.มีโครงการช่วยเหลือชุมชนที่ประสบอุทกภัย โดยใช้เงินจากกองทุนร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ (Together We Can) ซึ่งได้รับจากการบริจาคจากเมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 25 ล้านบาท กรุงปักกิ่ง 1.5 ล้านบาท กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 1.5 ล้านบาท และเมืองยาชิโอ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น 680,000 บาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 28 ล้านบาท มอบให้กับเขตที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และมีน้ำท่วมขังสูงเกิน 80 เซนติเมตร

          ทั้งนี้ จากการสำรวจมีชุมชนทั้งสิ้น 623 ชุมชน โดยมีหลักเกณฑ์ คือ เป็นชุมชนที่น้ำท่วมขังระหว่าง 7-14 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท ส่วนชุมชนที่น้ำท่วมขังระหว่าง 15-30 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 40,000 บาท และชุมชนที่น้ำท่วมขังเกิน 30 วันขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท

          นางทยา กล่าวว่า ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ กทม.จะมอบเงินกองทุนร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในกทม.จำนวน 623 ชุมชน ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง)

          นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการออกบูธจากธนาคารพันธมิตร จำนวน 4 ธนาคาร ได้แก่ 1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) 3. ธนาคารออมสิน และ 4. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้กู้ซ่อมแซมบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำด้วย